
ข้อคิดต่อจุดขายปราบโกง
ข้อคิดต่อจุดขายปราบโกง : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
ใน “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ” มีประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ( กรธ. ) หยิบยกขึ้นมาเป็น “จุดขาย” ก็คือ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีจุดเด่นในเรื่องการปราบปรามทุจริต หรือการปราบโกง โดยมีการเขียนไว้ในหลายมาตราและหลายส่วนของร่างรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม “คณะนิติราษฎร์” ได้ออกแถลงการณ์ต่อร่างรัฐธรรมนูญ โดยได้แสดงความคิดเห็นไว้ในหลายเรื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเรื่องปราบโกงรวมอยู่ด้วย โดยมีข้อวิจารณ์ที่น่าสนใจ ดังนี้
...2.1 ข้อวิจารณ์เรื่องร่างรัฐธรรมนูญเพื่อ “ปราบโกง”
ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวอ้างว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเจตนารมณ์เพื่อป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบที่เข้มงวดและเด็ดขาด หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็น “ร่างรัฐธรรมนูญปราบโกง”
อย่างไรก็ตาม “คณะนิติราษฎร์”เห็นว่ารััฐธรรมนูญนั้น โดยเนื้อหาแล้วคือ กฎหมายพื้นฐานที่ก่อตั้งสถาบันทางการเมือง กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเมือง และประกันสิทธิและเสรีภาพของบุคคล และที่สำคัญที่สุดรัฐธรรมนูญจะต้องบรรจุไว้ซึ่งคุณค่าพื้นฐานร่วมกันของผู้คนในสังคม ทั้งนี้เพื่อให้ผู้คนได้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นปกติสุข
หากพิจารณาจากธรรมชาติในทางกฎหมายของรัฐธรรมนูญให้ละเอียดแล้ว ย่อมจะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่กฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต และแม้จะเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต การเขียนรัฐธรรมนูญเช่นนั้นก็ไม่สามารถจัดการปัญหาดังกล่าวได้ เพราะหากการป้องกันและปราบปรามการทุจริตสามารถกระทำได้แต่เพียงการเขียนรัฐธรรมนูญ นานาอารยประเทศก็คงจะเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการทุจริตก็คงจะหมดสิ้นไปเพราะเหตุที่ได้มีการเขียนรัฐธรรมนูญเช่นนั้น แต่กรณีก็หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ทั้งนี้เนื่องจากการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้ได้ผลมีองค์ประกอบหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย และระบบการตรวจสอบถ่วงดุลที่ได้ดุลยภาพ
ยิ่งไปกว่านั้น หากพิจารณาเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว จะพบว่าบทบัญญัติที่ถูกอ้างและเชื่อว่าเป็นกลไกในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตนั้น แท้ที่จริงแล้วได้กลายเป็นกลไกที่มุ่งหมายตรวจสอบองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเพียงอย่างเดียว ส่วนบรรดาองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เช่น องค์กรอิสระต่างๆ และองค์กรตุลาการ โดยเฉพาะศาลฎีกาและศาลรัฐธรรมนูญ กลับไม่ถูกตรวจสอบภายใต้ระบบตรวจสอบถ่วงดุลที่มีการคานอำนาจกับองค์กรทางการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่องค์กรเหล่านั้นต่างก็ใช้อำนาจรัฐเช่นเดียวกับองค์กรที่มาจากการเลือกตั้ง
นอกจากนั้น ตามเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญบางเรื่อง ที่อ้างว่าเขียนขึ้นเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต ก็ไม่ใช่เรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบ แต่เป็นกรณีที่ต้องวินิจฉัยในเรื่องที่มีลักษณะเป็นเรื่องทางการเมืองมากกว่า
การกล่าวอ้างว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นร่างรัฐธรรมนูญที่มีความมุ่งหมายเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต จึงเป็นเรื่องที่คณะนิติราษฎร์เห็นว่าไม่สอดรับกับความเป็นจริง ค่อนไปในทางเลือกตรวจสอบเฉพาะกับผู้ใช้อำนาจรัฐบางกลุ่มเท่านั้น
แถลงการณ์ของคณะนิติราษฎร์ จึงเป็นการตีไปยัง “หัวใจ” ของร่างรัฐธรรมนูญ เข้าอย่างจัง
แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับประชาชนผู้ลงประชามติว่า จะเลือกเชื่อใคร... “กรธ. หรือ คณะนิติราษฎร์”



