
นาทีระทึกบังคับขับคาร์บอมบ์ก่อเหตุปล้นรถ
นาทีระทึกบังคับขับคาร์บอมบ์ก่อเหตุปล้นรถลงมือทันทีเลี่ยงจนท.ตรวจพบ : นครินทร์ ชินวรโกมล
“ถ้าลุงทำตามคำสั่งของเรา ลุงกับป้าก็จะปลอดภัย”
นี่คือคำพูดของ 1 ใน 10 คนร้ายกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่สั่งการแกมบังคับให้ “ลุงนัน” อายุ 53 ปี ชาวบ้านนิคมกือลอง ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ปฏิบัติตามคำสั่ง หลังจากที่กลุ่มคนร้ายจี้ชิงรถกระบะ เพื่อนำไปซุกซ่อนวัตถุระเบิดก่อนนำไปก่อเหตุในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ในวันนั้นยังคงติดอยู่ในห้วงความทรงจำที่ไม่อาจลืมได้ของ “ลุงนัน” ที่รอดชีวิตจากคนร้ายที่ผูกเสื้อที่ต่อวงจรวัตถุระเบิดเอาไว้และที่สำคัญสามารถช่วยไม่ให้เกิดเหตุระเบิดกลางเมืองที่อาจสร้างความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด
“ลุงนัน” ได้เล่าเหตุการณ์ระทึกในวันนั้นด้วยเสียงสั่นเครือว่า วันเกิดเหตุได้ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ คือเป็นพ่อค้าออกมาซื้อของที่ตลาดยะลา แล้วนำกลับไปขายที่บ้านในนิคมกือลอง ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา โดยภายในรถจะมีสินค้าพวกอาหารสดและแห้งที่ไว้ขายให้ลูกค้าในชุมชน ทั้งอาหารใส่บาตรพระ รวมถึงอาหารคาว หวานและขนมทั่วไป ซึ่งเป็นไปตามปกติของทุกวัน
กระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในระหว่างกำลังขับรถกลับบ้าน โดยจำได้ว่าขณะนั้นเวลาประมาณ 05.30 น. พบบุคคลแต่งกายในชุดคล้ายทหารยืนโบกรถอยู่กลางถนน ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กิโลเมตร ทำให้จำเป็นต้องหยุดรถและจังหวะนั้นเองก็มีกลุ่มคนที่แต่งตัวคล้ายกันอีกประมาณ 10 คน ได้แสดงตัวพร้อมประกาศตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือในการตรวจค้น
ห้วงเวลานั้นยังเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ในฐานะที่เป็นพลเมืองดีเพราะไม่มีอะไรผิดกฎหมาย แต่จากนั้นกลุ่มคนดังกล่าวก็สั่งให้ตนและภรรยาลงจากรถเพื่อตรวจค้นและทันทีที่ก้าวเดินออกจากรถก็ถูกรวบและจับมัดมือมัดเท้าเอาผ้าคลุมศีรษะ แล้วหิ้วตัวกลับไปขึ้นรถของตนเองทันที
“จำได้ว่าคนร้ายสั่งให้เข้าไปในรถ โดยหนึ่งในคนร้ายเป็นคนขับ ส่วนภรรยาถูกจับแยกออกไปโดยไม่ทราบว่าพาไปที่ไหน ขณะที่พยายามมองคนร้ายก็มองไม่เห็นเพราะถูกผ้าคลุมหน้าไว้ตลอดเวลา กระทั่งจังหวะหนึ่งคนร้ายก็นำเสื้อที่มีระเบิดมาใส่ให้ โดยเป็นเหมือนเสื้อยืดคอกลมที่ต้องสวมทางศีรษะ พร้อมบอกว่าเสื้อที่ใส่มีระเบิดเป็นกระป๋องอยู่ข้างหลัง จากนั้นได้สั่งให้ทำตามที่คนร้ายบอก ถ้าทำได้ตนและภรรยาก็จะปลอดภัย”
ลุงนัน บอกด้วยว่า สิ้นเสียงคนร้ายอธิบายขั้นตอน ก็จำเป็นต้องรับปากว่าจะทำเพราะเป็นห่วงภรรยามาก และในระหว่างทางที่ขับรถออกมาจากจุดเกิดเหตุคนร้ายได้จอดรถเพื่อขนของบางอย่างใส่รถ เบื้องต้นคิดว่าน่าจะเป็นระเบิด แต่ไม่ทราบว่าจุดที่จอดคือที่ใดเนื่องจากถูกปิดตาเอาไว้ โดยจุดนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นก็ขับรถออกมาอีกสักพัก กระทั่งคนร้ายจอดรถเพื่อให้ตนกลับไปทำหน้าที่คนขับเหมือนเดิม
“พอมาถึงบริเวณซอยสวนป่า คนร้ายก็ลงจากรถและสั่งให้ขับรถเพียงคนเดียว โดยให้ไปตามเส้นทางที่กำหนด ถ้าทำสำเร็จชีวิตผมและภรรยาก็จะปลอดภัย ผมจึงต้องทำตามที่คนร้ายต้องการเพราะกลัวมากและในขณะที่ขับรถก็รู้สึกว่าเสื้อที่สวมอยู่นั้นเป็นอันตราย เนื่องจากคนร้ายบอกว่าเป็นระเบิด จึงได้นำกรรไกรที่พกติดตัวเอาไว้ประจำมาตัดเสื้อแล้วโยนทิ้งออกข้างทาง จากนั้นก็ขับรถไปจอดตรงจุดที่คนร้ายต้องการ ทันทีที่รถจอดนิ่งก็รีบวิ่งออกไปพร้อมตะโกนบอกให้ทุกคนได้ยินว่าในรถมีระเบิดให้รีบหนี โชคดีที่มีตำรวจอยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้น จึงรีบแจ้งข้อมูลว่าถูกคนร้ายจี้บังคับและคนร้ายนำระเบิดใส่ในรถและรถก็จอดอยู่ ทันทีที่ตำรวจทราบก็รีบดำเนินการตามขั้นตอน โดยไม่มีใครรู้ว่ารถจะระเบิดเมื่อไหร่ และรู้สึกดีใจมากที่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ระเบิดได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดความสูญเสียอย่างที่กลุ่มคนร้ายต้องการ” ลุงนัน เล่าถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาด้วยน้ำเสียงที่ยังตื่นกลัว
จากนั้นเจ้าหน้าที่เคร่งเครียดกับการกู้วัตถุระเบิด และเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายขึ้น แต่สิ่งที่ “ลุงนัน” ยังคงร้อนรุ่มใจคือเป็นห่วงภรรยาว่าจะปลอดภัยหรือไม่ กระทั่งต่อมาสามารถติดต่อภรรยาได้เวลา 14.00 น. และพบว่าปลอดภัยดี โดยคนร้ายไปปล่อยตัวไว้ที่บริเวณ ต.ห้วยกระทิิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า การก่อเหตุลักษณะนี้เป็นกลยุทธ์ใหม่ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.ยะลา วิเคราะห์ว่า พฤติกรรมของคนร้ายในครั้งนี้ ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา โดยกลุ่มคนร้ายได้ใช้วิธีปล้นรถแล้วให้ผู้เสียหายเป็นคนขับ จากนั้นนำระเบิดที่ประกอบไว้ใส่ในรถแถมบังคับให้เจ้าของรถเป็นคนขับเข้ามาในเมืองด้วย ซึ่งรูปแบบนี้ถือเป็นการหลอกใช้ผู้บริสุทธิ์ให้มาก่อเหตุที่เลวร้ายมาก โดยขั้นตอนการบังคับให้นำรถไปก่อเหตุตามจุดที่คนร้ายต้องการนั้น ยังมีการใช้ภรรยาที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนและปลอดภัยหรือไม่ เป็นตัวประกันเพื่อบังคังให้คนดีๆ ต้องทำตามยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ
ส่วนแผนการมีวัตถุประสงค์ที่คาดว่าคนร้ายคงตั้งใจที่จะนำรถยนต์ที่ปล้นมาก่อเหตุทันที เพราะรถเหล่านี้จะไม่ถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ เนื่องจากยังไม่ได้ถูกแจ้งความหายและยังไม่อยู่ในสารบบรถต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ซึ่งปกติแล้วตามจุดตรวจจุดสกัดทุกแห่งจะมีเป้าหมายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ต้องสงสัยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียด
“หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ตรวจสอบภาพจากจุดตรวจต่างๆ ว่ารถคันนี้มีการผ่านจุดตรวจใดเข้ามาบ้างหรือไม่ ซึ่งจะสามารถรู้เส้นทางของกลุ่มคนร้ายที่นำรถเข้ามา รวมทั้งได้เชิญประชุมทุกฝ่ายเพื่อที่จะรับทราบข้อมูลในแต่ละฝ่ายนำข้อมูลมารวมกันเพื่อประเมินและติดตามกลุ่มคนร้ายที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายว่ามีอยู่หรือไม่ ซึ่งในพื้นที่ก็มีเป้าหมายของกลุ่มนี้อยู่ว่าเป็นกลุ่มใด ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปพิสูจน์ทราบแล้ว” ผบก.ภ.จว.ยะลา กล่าวย้ำ
เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมสถิติตัวเลขของการก่อเหตุร้ายจะลดน้อยลงตามลำดับก็ตาม แต่จะสังเกตได้ว่าความรุนแรงแต่ละครั้งจะเพิ่มมากขึ้น เหตุการณ์ในครั้งนี้ของพื้นที่ จ.ยะลา จึงนับเป็นความโชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธรจังหวัดยะลา สามารถดำเนินการเก็บกู้ระเบิดที่มีน้ำหนักมากถึง 160 กิโลกรัม ได้เป็นผลสำเร็จ ก่อนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ในพื้นที่



