
รวบเพื่อนบ้านข่มขืนฆ่ารัดคอเด็กหญิงอายุ14แล้ว
รวบเพื่อนบ้านข่มขืนฆ่ารัดคอเด็กหญิงอายุ14แล้ว ตร.ระดมกำลังกว่า 200 ปิดล้อมพบซุกไร่ข้าวโพดพ่อเหยื่อ สารภาพลงมือขณะเข้าไปยืมที่ชาร์จโทรศัพท์ในบ้าน
ความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเข้าไปข่มขืน ด.ญ.เพ็ญ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ใช้เชือกรัดคอตายคาบ้านพัก อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ขณะอยู่บ้านคนเดียว เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานและสอบพยานในละแวกหมู่บ้าน เบื้องต้นทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว คาดว่าเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับบ้านเหยื่อ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 เมษายน พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องสงสัยที่เป็นเพื่อนบ้าน อายุ 45 ปี มีพฤติการณ์ชอบใช้ความรุนแรงทางเพศ และมีภรรยามาแล้วหลายคน จากการสอบปากคำพยานหลายปากเชื่อว่าเป็นบุคคลที่น่าจะเป็นคนร้าย ก่อนเกิดเหตุพยานเห็นชายคนดังกล่าวท่าทางมีพิรุธอยู่บริเวณใกล้บ้าน เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและเป็นคนร้ายอย่างแน่นอน ส่วนการตรวจสอบสภาพศพว่าถูกข่มขืนหรือไม่นั้น ต้องรอผลตรวจจากนิติเวช โรงพยาบาลพุทธชินราช อีกครั้ง เนื่องจากคนร้ายมีร่องรอยหลักฐานคือกระชากกางเกงของผู้ตายลงมาหวังจะข่มขืนอย่างแน่นอน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง โดยตำรวจปูพรมติดตามคนร้ายรายนี้แล้ว
พ.ต.อ.สุมิตร มั่นเมือง ผกก.สภ.นครไทย กล่าวว่า ในแนวทางการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอยู่ตลอดเวลา ทั้งการหาหลักฐานข้อมูล พยานแวดล้อม ขณะนี้ทราบตัวบุคคลต้องสงสัยแล้ว จากการตรวจสอบประวัติไม่พบเคยกระทำผิด โดยผู้ต้องสงสัยมีบ้านพักอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเด็กหญิง อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยานหลักฐานจากบุคคลในพื้นที่ เนื่องจากเห็นผู้ต้องสงสัยในเวลาเกิดเหตุ พร้อมกับรวบรวมหลักฐานอย่างอื่นประกอบ จากนั้นพนักงานสอบสวน สภ.นครไทย ได้ขอศาลแขวงนครไทยอนุมัติออกหมายจับ เลขที่ 20/2559 จับกุมนายสน หุมเพียง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 8 ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และข่มขืนกระทำชำเรา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 6 ตำรวจ สภ.นครไทย ได้สนธิกำลังกับชาวบ้านและอาสาสมัครออกปิดล้อมไล่ล่าติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยหลังเกิดเหตุชายคนดังกล่าวได้หายไปจากหมู่บ้าน คาดว่าจะเดินเท้าหลบหนีขึ้นไปหลบซ่อนตัวบนภูเขาที่เป็นเขตรอยต่อระหว่าง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก และ อ.ด่านซ้าย จ.เลย โดยเจ้าหน้าที่และชาวบ้านนำกำลังกว่า 200 นาย กระจายกันออกค้นหาอย่างเร่งด่วน ภายหลังนำกำลังปิดล้อมอยู่นาน ต่อมาเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมนายสน ผู้ต้องหาฆ่าน้องเพ็ญได้บริเวณเชิงเขาหลังหมู่บ้าน หมู่ 8 ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ในสภาพอิดโรยหมดเรี่ยวหมดแรง สวมเสื้อคลุมลายพรางทหาร กางเกงขายาวสีดำ หลบซ่อนตัวอยู่ในไร่ข้าวโพด ซึ่งเป็นไร่ของพ่อผู้เสียชีวิตเอง
ท้งนี้ คนร้ายยินยอมมอบตัวแต่โดยดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวลงมาจากเขา แต่ระหว่างทางมีชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างมารอดูโฉมหน้าด้วยอารมณ์โกรธแค้น ก่อนจะกรูเข้ารุมประชาทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำผู้ต้องหาออกจากพื้นที่ ก่อนนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.นครไทย เบื้องต้นนายสนให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือฆ่ารัดคอผู้เสียชีวิตจริง แต่ยังไม่ยอมรับว่ากระทำชำเรา
จากการสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้เข้าไปขอยืมที่ชาร์จแบตเตอรี่ในบ้านของน้องเพ็ญ และเห็นน้องเพ็ญนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในบ้าน จึงเดินออกไปหยิบเชือกจากนอกบ้าน และเข้ามารัดคอเหยื่อจนขาดใจก่อนจะลงมือกระทำชำเรา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้แพทย์มาตรวจร่างกายของผู้ต้องหา และเก็บดีเอ็นเอจากกระพุ้งแก้ม เส้นผม เล็บ เพื่อเป็นหลักฐานมัดตัว จากนั้นเวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกจากสภ.นครไทย ขึ้นรถตู้ไปที่ ภ.จว.พิษณุโลก ขณะที่ชาวบ้านมาดักรอร่วมร้อยคน พยายามเข้ามารุมทำร้ายผู้ต้องหา พร้อมตะโกนสาปแช่งด้วยอารมณ์โกรธแค้น
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่เพื่อค้นหาอาวุธปืน และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของผู้เสียชีวิตตามคำให้การของผู้ต้องหาที่ระบุว่านำไปซ่อนไว้ใกล้กับจุดที่หลบซ่อนตัว เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบของกลางเป็นอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ส่วนเชือกที่ใช้รัดคอยังหาไม่พบ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.นครไทย ได้สอบปากคำภรรยาของนายสน ให้การว่า นายสนมีพฤติการณ์ทางเพศที่แปลก ชอบใช้เชือกรัดคอในช่วงหลับนอนกัน และจะมีเชือกทำบ่วงติดตัวเป็นประจำ โดยหลังเกิดเหตุหายตัวออกไปจากบ้านพัก ทั้งที่ปกตินายสนจะพักอาศัยอยู่กับพ่อวัยชราอายุ 80 ปี และปกติจะแทบไม่มีเงินติดตัว มีอาชีพรับจ้างทั่วไป
ส่วนบรรยากาศที่บ้านของน้องเพ็ญใน อ.นครไทย พบว่า ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ญาติได้มารอรับศพน้องเพ็ญจากนิติเวช โรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของพ่อแม่และญาติ และชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก เมื่อทุกคนเห็นร่างอันไร้วิญญาณของน้องเพ็ญถึงกับพากันร้องไห้ออกมาด้วยความเวทนาสงสารที่ต้องมาจบชีวิตด้วยวัยอันสั้นขนาดนี้ โดยญาติสวมชุดนักเรียนให้น้องเพ็ญ และตั้งศพบำเพ็ญกุศลบนบ้านพัก บริเวณที่ถูกคนร้ายทำร้ายร่างกาย โดยกำหนดสวดพระอภิธรรม 3 คืน ฌาปนกิจวันเสาร์ที่ 9 เมษายน
ด้านบิดาของน้องเพ็ญเปิดเผยว่า ไปรับร่างน้องเพ็ญกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านพัก รู้สึกเสียใจมาก เพราะมีลูกคนเดียว โดยจะตั้งบำเพ็ญกุศลศพ 3 วัน ซึ่งแพทย์ระบุว่าน้องเพ็ญเสียชีวิตเพราะสมองขาดเลือดจากการถูกรัดคอ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีเพื่อชดใช้กรรมโดยเร็ว



