ข่าว

เล่นมือถือติดป้อมตำรวจ...ยังโดนชิงทรัพย์!

เล่นมือถือติดป้อมตำรวจ...ยังโดนชิงทรัพย์!

06 เม.ย. 2559

เล่นมือถือติดป้อมตำรวจ...ยังโดนชิงทรัพย์! : รายการ คม ชัด ลึก

            จากกรณีมีผู้โพสต์กระทู้เพื่อเตือนภัยและเป็นอุทาหรณ์ในเว็บชื่อดังว่า ประสบเหตุสุดสะเทือนขวัญ ถูกโจรทำร้ายคาป้ายรถประจำทางแล้วฉกมือถือไป ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เหยื่อบางรายถึงกับเสียชีวิต บางรายแค่เสียทรัพย์สิน ดังนั้น เมื่อค่ำวันที่ 6 เมษายน รายการ คม ชัด ลึก จึงได้จัดเสวนาในหัวข้อ เล่นมือถือติดป้อมตำรวจ...ยังโดนชิงทรัพย์!

            ภูมิ  ผู้เสียหายถูกชิงโทรศัพท์ กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.50 น. ขณะนั่งรอแม่ที่ป้ายรถเมล์ บริเวณหน้าตลาดสะพานใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากป้อมตำรวจประมาณ 6 ก้าวเท่านั้น ระหว่างรอก็ดูรายการทีวีผ่านเว็บไซต์ชื่อดัง ใส่หูฟังด้วย ขณะนั้นมีชายฉกรรจ์สวมเสื้อสีดำ กางเกงสีดำ สวมหมวก เดินตรงเข้ามาถีบทางด้านหลังจนกระเด็นลงไปนอนกองกับพื้น แล้วก็ตามมากระทืบซ้ำ ความรู้สึกตอนนั้นคือ งง มากกว่า ว่าทำไมถึงโดนทำร้าย ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีคู่อริ

            ขณะลงไปนอนกองกับพื้น โทรศัพท์มือถือก็กระเด็นหล่นลงบริเวณริมถนน ก็พยายามหยิบโทรศัพท์ แต่คนร้ายไวกว่า จากนั้นคนร้ายก็รีบไปหยิบโทรศัพท์แล้ววิ่งหนีไปพร้อมกับโทรศัพท์มือถือ

            ขณะเกิดเหตุนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์คนเดียว ช่วงที่เกิดเหตุรถเมล์เข้ามาจอดที่ป้าย คนบนรถเมล์ก็เห็นเหตุการณ์ แต่ไม่มีใครกล้าลงมาช่วยเหลือ

            หลังเหตุการณ์ได้วิ่งไปที่ป้อมตำรวจขอความช่วยเหลือทันที พอให้ข้อมูลตำรวจไปแล้ว ตำรวจก็วิ่งตามคนร้ายแต่ไม่ทัน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ป้อมได้ลงบันทึกประจำวัน ก่อนจะไปแจ้งความที่ สน.บางเขน

            หลังจากไปแจ้งความแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามว่า ทรัพย์สินอะไรบ้างที่คนร้ายได้ไป แล้วก็ให้ไปคุย ไปให้ข้อมูลอย่างละเอียดกับฝ่ายสืบสวน เพราะชุดสืบสวนจะลงพื้นที่ติดตามจับกุมคนร้าย

            ต่อมาตนกับคุณแม่ไปที่เกิดเหตุ พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้มาตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่จุดเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม จุดเกิดเหตุเป็นมุมอับ ไม่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ บันทึกได้ในมุมอื่น เป็นกล้องจากร้านค้าร้านหนึ่งที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุพอสมควร โดยภาพที่บันทึกเป็นชายสวมเสื้อแดง กับชายสวมเสื้อดำ ซึ่งตำรวจบอกว่า คนใส่เสื้อแดงอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย หลังเกิดเหตุ ชายสวมเสื้อแดงเดินผ่านกล้องกลับไปคนเดียว

            อย่างไรก็ตาม มีผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งเข้าให้รายละเอียดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยสังเกตเห็นชายคนหนึ่งจ้องมองมาที่ตน เดินวนเวียน ก่อนจะเข้ามาทำร้าย ซึ่งคนที่เห็นเหตุการณ์บอกว่า ครั้งแรกนึกว่าเป็นเพื่อนกัน หยอกล้อกัน หรือวัยรุ่นตีกัน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วมาก

            ต่อมาวันที่ 4 เมษายน ตำรวจได้ติดต่อให้ไปชี้ตัวคนร้าย เมื่อไปถึงโรงพัก เข้าไปชี้ตัว คนร้ายที่สวมเสื้อดำพยายามหลบสายตา นอกจากนี้ยังจับผู้ร่วมขบวนการมาได้อีก 3 คน เป็นชายสวมเสื้อแดง และเยาวชนอีก 2 คน อายุต่ำกว่า 18 ปี

            นอกจากนี้ยังยึดโทรศัพท์มือถือมาได้อีกหลายเครื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามว่า ของใคร แล้วก็ให้ปลดล็อก คนร้ายก็ไม่สามารถเปิดเครื่องได้ แต่โทรศัพท์ของตนหาไม่เจอ ตำรวจพยายามให้คนร้ายบอกที่ซ่อนก็ไม่ยอมบอก สุดท้ายก็เรียกแม่ของผู้ต้องหามาที่โรงพัก ซึ่งแม่ของผู้ต้องหาพยายามอ้อนวอนขอร้องตำรวจไม่ให้ดำเนินคดี

            แม่ผู้ต้องหาถามตนว่า ถ้าเอาโทรศัพท์มาคืนจะยอมความได้ไหม? ก็ตอบว่า ถูกทำร้ายร่างกาย แถมยังถูกชิงทรัพย์ จะให้ยอมความไม่ได้ หากปล่อยไปลูกคุณก็ไปทำร้ายคนอื่นอีก เวลาผ่านไปนานพอสมควร ไม่ว่าตำรวจจะเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ตาม

            แต่สุดท้ายเขาก็นำมาคืนให้ แต่ก็ต้องตกใจ เพราะแบตเตอรี่ถูกเปลี่ยน ซิมการ์ดหาย นอกจากนี้ FACTORY RESET ถูกกดคืนค่าโรงงานไปแล้ว แสดงว่า คนร้ายนำไปขายตู้เรียบร้อยแล้ว ก็ไม่เข้าใจว่า แม่ผู้ต้องหารู้ได้อย่างไรว่า ถูกนำไปขายที่ตู้ไหน เชื่อว่า ทำเป็นขบวนการ

            สำหรับผู้ที่ซื้อโทรศัพท์มือถือมือสองอาจจะซื้อของโจรโดยไม่รู้ตัว ทางที่ดีขอกล่อง หูฟัง ที่ชาร์จแบต มาจากทางร้านด้วย ถือว่าอุ่นใจกว่า

            พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว การป้องกันดีที่สุด แต่ต้องดูสถานการณ์ก่อนว่า จะต้องต่อสู้ หรือส่งทรัพย์สินให้คนร้าย เช่น ขณะที่โดน เราอยู่คนเดียวหรือมีใครอยู่ใกล้ พอจะช่วยเราได้หรือไม่ หากอยู่คนเดียวในที่เปลี่ยว ถึงคนร้ายมาคนเดียว หากต่อสู้อาจจะไม่คุ้ม

            กรณีนั่งเล่นโทรศัพท์ที่ป้ายรถเมล์ มีคนพลุกพล่านพอสมควร ก็ต้องร้อง ตะโกน ขอความช่วยเหลือ

            บางครั้งตัวเราประมาทเลินเล่อ ไม่คิดว่าจะมีใครมาชิงทรัพย์ ดังนั้นต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก และไม่ควรต่อสู้ เพราะไม่รู้ว่าคนร้ายมีอาวุธติดตัวมาด้วยหรือไม่

            หากถูกชิงทรัพย์ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในจุดที่ใกล้ที่สุดให้เร็วที่สุด

            คดีชิงทรัพย์เป็นคดีอาญา ไม่สามารถยอมความได้