
กู้หน้ากสทช.!
กู้หน้ากสทช.! : บทความพิเศษ โดยน้ำเชี่ยว บูรพา
ขณะที่ถนนทุกสายเฝ้าลุ้นระทึกการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ กสทช.จะจับเอามาใส่ตะกร้าล้างน้ำเปิดประมูลใหม่ หลังบริษัทแจส โมบาย ผู้ชนะประมูลครั้งก่อนไม่ยอมเข้ามาชำระเงินค่าธรรมเนียมประมูลตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต จนจ่อจะทำเอา กสทช.งานเข้า !
เพราะหาก กสทช.ไม่สามารถไล่เบี้ยเรียกคืนความเสียหายจาก แจส โมบาย ตามที่คุยไว้ก่อนหน้า ก็มีหวังได้ถูกจับบูชายัญทั้งองค์กรแน่
แต่ล่าสุดดูเหมือนฟ้ามาโปรด กสทช. เมื่อจู่ๆ บริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ในเครือเอไอเอส ร่อนหนังสือไปถึงสำนักงานเลขาธิการ กสทช. แจ้งให้ทราบว่า พร้อมจะรับเซ็งลี้คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ แจส โมบาย ไข่ทิ้งไว้นี้ไปแทน โดยพร้อมจะปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตทั้งหลายที่มีอยู่ เล่นเอาแวดวงสื่อสารโทรคมนาคมส่งเสียงฮือฮากับการรักษาหน้าให้ กสทช.หนนี้
เพราะการตัดสินใจเข้ามาแบกรับหน้าเสื่อเอไอเอสครั้งนี้ ไม่เพียงจะเป็นการรักษาหน้าให้กสทช. ยังทำให้เส้นทางประมูล 4 จีในมือ กสทช.ที่ใครต่อใครก็ฟันธงว่าน่าจะจบลงด้วยความล้มเหลวนั้นพบทางสว่างทันที เผลอๆ จะเอาไปโอ่เป็นผลงานความสำเร็จเอาได้อีก
มีอย่างที่ไหนกำหนดราคาเริ่มต้นประมูลครั้งใหม่นี้เอาไว้สูงลิ่วถึง 75,654 ล้านบาท ทั้งที่ตามหลักการประมูลโดยทั่วไปนั้นต้องเริ่มต้นจากราคาเดิม 16,000 ล้านบาท และหากเม็ดเงินที่ได้จากการประมูลต่ำกว่าครั้งก่อน ส่วนต่างที่เกิดขึ้นสำนักงาน กสทช.ก็ต้องไปไล่เบี้ยเอากับบริษัทสื่อสารที่ทิ้งการประมูลไปแทน
ก็คงเพราะเหตุนี้ เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ถึงกับออกโรงยื่นหนังสือถึง กสทช. ให้เร่งรัดการจัดสรรคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ นี้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเร่งหาทางจัดสรรคลื่นก่อนที่มูลค่าคลื่นจะลดลงไปแทนที่จะดำเนินการเหมือนปล่อยทุกอย่างไปตามยถากรรม พร้อมกับเร่งรัดให้ กสทช.เอาผิดบริษัทแจส โมบาย ที่ทิ้งใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือ “พรบ.ฮั้ว” อย่างจริงจัง
แม้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.จะทวิตเตอร์ @TakornNBTC ชี้แจงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่าเหตุที่สำนักงาน กสทช.ไม่คิดราคาเริ่มต้นการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ราคาประมูลเดิมที่ 16,000 ล้านบาท เพราะการประมูลครั้งนี้ไม่ใช่การประมูลปกติ เหมือนกรณีจัดซื้อทรัพย์สินซึ่งรัฐจะต้องได้ของดีราคาถูก แต่เป็นกรณีตรงข้ามโดยรัฐขายทรัพย์สิน ผู้ชนะการประมูลคือผู้ที่เสนอราคาให้รัฐมากที่สุด ดังนั้นเมื่อจะมีการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ใหม่จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะกำหนดราคาต่ำกว่าที่ผู้ชนะการประมูลเดิมเคยเสนอไว้ เพราะจะทำให้รัฐเกิดความเสียหาย “หากตั้งราคาประมูลไว้ 75,654 ล้านบาท แต่ไม่มีผู้เข้าประมูล สำนักงาน กสทช.จะต้องเปิดประมูลใหม่เป็นการเคาะราคาถอยหลังจาก 75,654 ล้านบาทต่ำลงมาเรื่อยๆ และจะมาหยุดไว้ที่ราคาต่ำสุด ไม่น้อยกว่า 73,722 ล้านบาท สำหรับเงินส่วนที่ขาดจะฟ้องร้องเรียกจากจากแจส โมบาย ผู้ชนะการประมูลครั้งก่อนแต่ไม่มาชำระเงินประมูล”
ฟังแล้วก็ให้เคลิ้มตามอยู่หรอก แต่สิ่งที่ เลขาฯ กสทช.คงต้องตอบคำถามสังคมก็คือ การกำหนดราคาตั้งต้นประมูลใหม่ที่สูงลิบลิ่วเช่นนี้เป็นธรรมกับผู้ประมูลรายอื่นแล้วหรือ? เพราะระดับราคาดังกล่าว กสทช. ย่อมรู้อยู่เต็มอก หากบริษัทสื่อสารที่เข้าร่วมประมูลรับได้คงเคาะราคาสุดระห่ำตามก้น “แจส โมบาย” ไปตั้งแต่แรกแล้ว คงไม่ถอดใจยกธงหลีกทางให้แจส โมบาย ชนะไปแน่ !
การตั้งเกณฑ์ราคาเริ่มต้นประมูลใหม่สูงเสียดยอดดอยเช่นนี้ จึงถูกมองว่าเหมือน กสทช.มีอะไรอยู่หรือเปล่า หรือตั้งใจจะเก็บคลื่นนี้เอาไว้สัก 1 ปีตามที่บอกไว้ก่อนหน้า และไม่แปลกใจเลยว่าในทันทีที่ กสทช.ทำคลอดเงื่อนไขออกมา ดีแทคก็ประกาศไม่ร่วมประมูลด้วย แม้แต่ ทรูมูฟ เอช ที่ซิวใบอนุญาต 900 ไปก่อนหน้าก็ยังต้องขอคิดดูก่อน
ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า ท้ายที่สุดแล้ว กสทช.จะว่าอย่างไร เพราะงานนี้ไม่ใช่วัดใจกันแค่ กสทช. แต่วัดใจ คสช.เขาด้วยเช่นกัน



