ข่าว

เก็บหลักฐาน3เดือนมัด‘ผู้ใหญ่บ้าน’ฆาตรกรฆ่าน้องโสน

เก็บหลักฐาน3เดือนมัด‘ผู้ใหญ่บ้าน’ฆาตรกรฆ่าน้องโสน

07 เม.ย. 2559

เก็บหลักฐาน3เดือนมัด‘ผู้ใหญ่บ้าน’ฆาตรกรฆ่าน้องโสน : ศูนย์ข่าวภาคอีสาน

              ข่าวที่มีการแชร์ผ่านโลกออนไลน์ว่า “นักเรียนหญิงชั้น ม.6 ถูกคนทำร้ายจนต้องเข้ารับการรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น และต้องการเลือดมาก ใครมีเลือดกรุ๊ปนี้ช่วยไปบริจาคด้วย” เมื่อกลางเดือนธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา สร้างความสนใจให้แก่คนที่รับรู้ยิ่งนัก

              โดยเฉพาะข้อความบรรยายภาพที่ระบุว่า “น้องถูกทำร้ายจนตับแตก อวัยวะภายในช่องท้องบอบช้ำ อาการสาหัส ต้องการเลือดด่วน”

              ท่ามกลางสังคมยุคโซเชียลมีเดียที่มีการแชร์ภาพ แท็กภาพกันอย่างรวดเร็ว ทำให้มีคนไปค้นหาคำตอบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเท็จอย่างไร แต่กว่านักข่าวจะไปตามเจอต้นตอก็พบว่า “น้องเสียชีวิตแล้ว”

              วันที่ 26 ธันวาคม 2558 พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.วันชัย รณชาติชัย ผกก.สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานร่วมกันประชุมเร่งด่วนเพื่อติดตามคดีคนร้ายก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ อายุ 18 ปี หรือน้องโสน ชาว ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ หลังเธอเสียชีวิตและศพยังตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่

              เหตุการณ์คนร้ายถีบรถจักรยานยนต์ของน้องโสน จากนั้นฉุดลงข้างทางหวังข่มขืน แต่เหยื่อฮึดสู้ ทำให้เธอถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากตับและเส้นเลือดในท้องแตก เกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 23 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายและกระทำอนาจาร โดยคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบเด็กนักเรียนหญิงแล้วถีบรถจักรยานยนต์ลงข้างทาง บริเวณถนนสายบ้านสีถาน-บ้านโนนเมือง หมู่ 8 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ จากนั้นใช้กำลังฉุดเด็กนักเรียนลงไปในทุ่งนา เพื่อทำอนาจารและพยายามข่มขืน แต่เด็กนักเรียนต่อสู้จึงถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาล

              โดยนายกฤษณ์ วัย 50 ปี บิดาของผู้เสียชีวิต ได้ให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าน้องโสนขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ ไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนร่องคำ อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ ตามปกติ กระทั่งช่วงเย็นหลังเลิกเรียนและเรียนพิเศษ น้องโสนได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน กระทั่งถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายเป็นชายขี่รถจักรยานยนต์ตามมา แล้วใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์จนเสียหลักตกลงไปไหล่ทาง จากนั้นได้ชุดกระชากลงไปในทุ่งนาและใช้กำลังโดยการต่อยท้องหลายครั้ง พร้อมพยายามทำอนาจาร ข่มขืน แต่น้องโสนพยายามต่อสู้และร้องขอความช่วยเหลือ คนร้ายใช้มือปิดปากไว้ น้องโสนจึงกัดที่มือคนร้ายและใช้มือบีบลูกอัณฑะคนร้ายอย่างแรง คนร้ายจึงยอมปล่อยและขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
   
              จากนั้นน้องโสนพยายามรวบรวมสติโทรศัพท์มาหาพ่อเพื่อให้ไปช่วยเหลือ ก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลกมลาไสย ทางโรงพยาบาลกมลาไสย ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2558 หลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน เนื่องจากแพทย์ระบุว่าตับและเส้นเลือดในท้องแตก อวัยวะภายในบอบช้ำ

              “ทุกวันเวลาน้องเลิกเรียน จะต้องมีพ่อหรือไม่ก็แม่ ขับรถไปรับและน้องไม่เคยกลับบ้านคนเดียว แต่วันเกิดเหตุน้องแข่งกีฬา พ่อกับแม่คิดว่าไม่ได้กลับบ้านมืดค่ำเลยให้น้องขี่มอเตอร์ไซค์มาเอง ไม่คิดว่าจะมีเหตุร้ายขึ้น พ่อกับแม่ก็รอโทรศัพท์น้องว่าเมื่อไหร่น้องจะโทรมาบอกว่าถึงบ้านแล้ว แต่ในขณะที่เรารอนั้นน้องก็โทรศัพท์มาบอกว่าถูกทำร้าย พ่อแทบจะล้มทั้งยืนเลย” พ่อของน้องโสนเล่าในวันที่เหลือเพียงกรอบรูปของน้องโสนตั้งอยู่บนตู้ภายในบ้าน พร้อมกับกระถางธูปเพื่อจุดธูปบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้เธอรับรู้

              ญาติของน้องโสนเล่าว่า น้องโสนเป็นเด็กเรียนเก่ง อัธยาศัยดี กิริยาเรียบร้อย สอบได้ที่ลำดับต้นๆ ของชั้นทุกปี และในอนาคตฝันว่าอยากเป็นหมอและพยาบาล ซึ่งปัจจุบันก็ได้ไปสอบเรียนต่อพยาบาลที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เหลือเพียงการประกาศผลสอบเท่านั้น ทั้งนี้ปกติทุกวันหลังเลิกเรียนและเลิกเรียนพิเศษ หากน้องโสนจะกลับบ้านค่ำ พ่อจะขับรถยนต์ไปรับ โดยขับตามหลังรถจักรยานยนต์ของลูกสาวส่องไฟนำทางให้จนถึงบ้านทุกวัน

              แต่ในวันเกิดเหตุมีการแข่งกีฬาไม่ได้กลับค่ำ พ่อจึงไม่ได้ไปรับ จนกระทั่งได้รับโทรศัพท์จากลูกสาวว่าถูกทำร้ายบนถนนทางเข้าหมู่บ้าน ห่างจากบ้านไม่กี่ร้อยเมตร จากนั้นพ่อและแม่จึงขับรถออกไปช่วยตามหาและพาน้องไปส่งโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามระหว่างทางไปโรงพยาบาล น้องโสนยังพูดได้ พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้พ่อกับแม่ฟัง กระทั่งถึงโรงพยาบาลอาการเกิดทรุด จนต้องรับบริจาคเลือด แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นและเสียชีวิตในที่สุด

              ภายหลังการเสียชีวิตของน้องโสน คดีนี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกสาวอยู่ในบ้าน เพราะทำให้หมู่บ้านชนบทเล็กๆ แห่งนี้หวาดผวา ยามค่ำคืนไม่มีใครกล้าออกจากบ้าน พอตกเย็นครอบครัวที่มีลูกสาวจะรีบให้ลูกกลับบ้านและปิดบ้านเงียบ เพราะไม่รู้ว่าฆาตรกรเป็นใครและคนร้ายเป็นผู้ใด

              จากนั้นปฏิบัติการตามล่าตัวคนร้ายก็เกิดขึ้น โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แบ่งงานกันและแบ่งชุดออกติดตามหาตัวคนร้าย ค้นทุกซอกทุกมุมโดยเฉพาะจุดเกิดเหตุ เพราะมีเบาะแสหลายอย่างว่า มีโทรศัพท์ของคนร้ายตกอยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมกับหลักฐานต่างๆ น่าจะหลงเหลืออยู่ และที่สำคัญในวันเกิดเหตุมีเพื่อนของน้องโสนเห็นผู้ต้องสงสัยนั่งดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อนในละแวกนั้น และพอเกิดเหตุผู้ต้องสงสัยได้หายไป

              ในขณะที่ตำรวจวางแผนการทำงานตามหลักวิชาที่เรียนมา ทางด้านครอบครัวก็มีปฏิบัติการตามหาคนร้ายตามความเชื่อของชาวบ้านเช่นกัน โดยเฉพาะหลังพิธีฌาปนกิจศพน้องโสน เพื่อนๆ บอกว่า น้องโสนมาเข้าฝันบอกว่าคนร้ายอยู่ใกล้ๆ และยังวนเวียนอยู่ พร้อมกับมีบางคนเห็นภาพน้องโสนไปยืนอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุในตอนกลางคืน ยิ่งทำให้ครอบครัว โดยเฉพาะพ่อและแม่อาลัยลูกยิ่งนัก

              “แม่ยังคิดถึง และฝันถึงเขา อยากจะให้เขามาบอกแม่ มาบอกพ่อว่าใครเป็นคนทำ พ่อกับแม่จะได้ไปเอาตัวมันมาเข้าคุก”

              แต่อย่างไรก็ตาม การติดตามหาตัวผู้กระทำผิดดำเนินการยาวนานมาถึง 3 เดือน ท่ามกลางความคาดหวังของพ่อแม่และคนใกล้ชิดและแรงบีบคั้นต่างๆ นานา

              ในขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงบอกอยู่เสมอว่า “รู้ตัวคนร้ายแล้วแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะขณะนี้รอผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงจะสามารถขอหมายศาลได้ เนื่องจากที่ผ่านมาแม้ตำรวจจะพอรู้ว่าใครเป็นคนก่อเหตุแต่ยังไม่สามารถขอหมายศาลได้ เพราะขาดหลักฐานสำคัญที่จะเชื่อมโยงที่จะมัดตัวคนร้ายได้”

              แต่ในที่สุดเมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา ท่ามกลางข่าวลือออกมาตั้งแต่คืนวันที่ 3 เมษายน ว่าจะมีปฏิบัติการตะครุบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุทำร้ายน้องโสนจนถึงแก่ชีวิตออกมาอย่างไม่ขาดสาย นักข่าวหลายสำนักไปดักรอที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์และมีหลายสำนักไปรอทำข่าวที่สถานีตำรวจภูธรกมลาไสย

              เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 เมษายน พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ นำหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์เลขที่ 127/2559 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ชุดสืบสวน สภ.กมลาไสย และเจ้าหน้าที่คอมมานโด ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ เข้าจับกุมตัวนายกฤติเดช ระเวงวรรณ อายุ 34 ปี ผู้ใหญ่บ้านสีถาน หมู่ 15 ต.ดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในข้อหาข่มขืนและทำร้ายร่างกาย น.ส.ฤดีวัลย์ พลประสิทธิ์ หรือน้องโสน

              โดยการเข้าจับกุมครั้งนี้ ได้ใช้กำลังตำรวจกว่า 50 นาย เข้าล็อกตัวผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นฆาตกรในเครื่องแบบขณะนำลูกบ้านไปเกณฑ์ทหาร ในหอประชุมอำเภอกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ โดยตำรวจได้นำตัวขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความแตกตื่นของประชาชน และความตกใจจนหน้าซีดของผู้ต้องหา

              จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ นำหมายศาลและตัวผู้เข้าค้นบ้านพัก ซึ่งเป็นที่ทำการผู้ใหญ่บ้านของนายนายกฤติเดช ท่ามกลางชาวบ้านที่มามุ่งดูเหตุการณ์จำนวนมาก ซึ่งต่างตะโกนสาปแช่งการกระทำของผู้ต้องหา โดยจากการตรวจค้น พบอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้ตรวจสอบ

              การไปควบคุมตัวผู้ใหญ่บ้านที่ตกเป็นผู้ต้องหาว่าก่อเหตุฆาตกรรมน้องโสนดังกล่าว สร้างความดีใจให้แก่พ่อแม่ของน้องโสนที่รอคอยวันนี้มาโดยตลอด เพราะญาติพี่น้องและครอบครัวทุกคนรู้ดีว่าฆาตกรเป็นใคร แต่เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานมัด จึงทำให้ต้องก้มหน้ารอเวลานี้มานาน และพอเวลามาถึงพวกเขาดีใจ ตะโกนไชโยขึ้นมา แม้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาคนระดับผู้ปกครองท้องถิ่นเข้าคุก แต่พวกเขาก็เชื่อมือตำรวจว่าจะไม่ทำให้ลูกสาวตายฟรี

              “ดีใจที่ตำรวจจับคนร้ายได้แล้ว เพราะเรารอเวลานี้มานานถึง 3 เดือน ต่อไปนี้ลูกสาวเราจะไม่ตายฟรี อยากจะบอกน้องโสนว่าหนูจะไม่ตายฟรี” พ่อของเธอบอกในวันที่ตำรวจหิ้วตัวผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นฆาตกรเดินผ่านหน้าไป

              พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธแต่เจ้าหน้าที่มั่นใจในพยานหลักฐาน โดยเฉพาะรอยกัดที่บริเวณนิ้วหัวแม่มือขวาของนายกฤติเดช ซึ่งจากการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์แพทย์ยืนยันว่าเป็นรอยฟันของมนุษย์ซึ่งก่อนหน้านี้ตอนนี้เคยนำตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้มาตรวจสอบ เจ้าตัวยืนยันว่าเป็นรอยหนูกัด

              นอกจากนี้ ยังมีรอยข่วนบริเวณนิ้วชี้ขวา รอยข่วนบริเวณแก้มซ้าย รอยข่วนบริเวณเอวด้านซ้าย รอยข่วนบริเวณหลัง เศษดิน และหญ้าแห้งที่พบในเสื้อผ้าของผู้ต้องหาอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่สำคัญคือรถจักยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน ขคธ 185 กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นรถที่ผู้ต้องหานำไปฝากไว้กับญาติหลังเกิดเหตุ โดยพบร่องรอยการเฉี่ยวชนที่เข้ากันกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ ทะเบียน ขนว 443 ร้อยเอ็ด ของน้องโสน

              ยังไม่รู้ว่า เมื่อเรื่องนี้ไปสู่กระบวนการศาล ผลจะออกมาเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยในวันนี้ก็ทำให้ชาว อ.ร่องคำ และ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะคนที่มีลูกสาว ได้นอนหลับสนิทเสียที แต่กระนั้นการจับกุมผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้ ก็สร้างความประหลาดใจให้แก่ชาวบ้านยิ่งนัก เพราะไม่น่าเชื่อว่าคนที่ลงมือก่อเหตุอุกฉกรรจ์และโหดร้ายเช่นนี้ คือผู้นำหมู่บ้านที่พวกเขาเลือกมากับมือนั่นเอง