ข่าว

ศพยัดกระเป๋าช็อกไอซ์!

ศพยัดกระเป๋าช็อกไอซ์!

05 เม.ย. 2559

'ศานิตย์' สั่งเช็กวงจรปิดเพิ่มหาเบาะแสคนร้ายทิ้งกระเป๋าใส่ศพ 'นิติเวช' ระบุ เสียชีวิตจากสารเสพติดเข้าสู่ร่างกายเกินขนาด ชี้ สัตว์กินซากทำให้เกิดบาดแผล

 
                    5 เม.ย. 59  เมื่อเวลา 10.00 น.  พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. และ ผกก.สส.บก.น.1-9 เข้าร่วมประชุมติดตามคดีพบศพถูกยัดกระเป๋าโยนทิ้งคลองโอ่งอ่าง พื้นที่ สน.สำราญราษฎร์  
 
                    พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้สั่งการมอบหมายงานให้ชุดทำงานไปแล้ว เมื่อวานนี้ (4 เม.ย.) โดยในวันนี้ (5 เม.ย.) ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว ซึ่งต้องดำเนินการในทุกด้าน เพื่อที่จะสามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตให้ได้ โดยประสานกับทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ เช่น สตม. , ป.ป.ส. , บช.ปส. และ บก.ทท. หากสืบทราบตัวบุคคลได้ว่าเป็นใคร ก็สามารถจะสืบสวนติดตามจับกุมตัวบุคคล หรือกลุ่มผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องได้ 
 
                    พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ส่วนจุดทิ้งศพนั้นได้พูดคุยประชุมหารือกับชุดทำงานแล้วมีการกำหนดจุดประมาณ 3 - 4 จุด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนเรื่องบาดแผลนั้นต้องรอประสานกับทางนิติเวช ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องผลการผ่าพิสูจน์ทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายในวันนี้ ส่วนการสอบปากคำพยานแวดล้อมจนถึงขณะนี้ได้ทำการสอบปากคำไปแล้ว 2 - 3 ราย ซึ่งเป็นพยานที่พบศพผู้ตายในวันเกิดเหตุ หากพบว่ามีพยานเพิ่มเติมก็จะเรียกมาทำการสอบปากคำทั้งหมด 
 
                    "จากสิ่งที่พบในลำไส้ ทำให้เชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตนั้นไม่น่าจะเกิดจากการฆาตกรรม แต่อาจเกิดจากกลืนสิ่งแปลกปลอมที่เป็นยาเสพติดลงไป เพื่อหลบหลีกเจ้าหน้าที่ขณะลำเลียงยาเสพติด ซึ่งวิธีนี้มีมานานหลาย 10 ปีแล้ว มีเสียชีวิตบ้าง แต่ไม่บ่อยนัก หากทราบว่าผู้ตายเป็นใคร ก็จะทำให้สืบทราบจนรู้ว่าอยู่กลุ่มขบวนการใด และต้องทำการขยายผลจับกุม" 
 
                    พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะมอบหมายงานให้ชุดทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม รวมถึงจุดที่คาดว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลนำศพใส่กระเป๋าไปทิ้งลงคลอง เพื่อหาเบาะแสในการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
 
 
ตายจากสารเสพติดเข้าสู่ร่างกายเกินขนาด
 
 
                    เมื่อเวลา 10.30 น.  พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยความคืบหน้าผลการผ่าชันสูตรพลิกศพชายที่ถูกยัดกระเป๋าทิ้งลงคลองโอ่งอ่าง ว่า ขณะนี้ทีมแพทย์ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว เบื้องต้นสันนิษฐานสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากการกลืนสิ่งแปลกปลอม ซึ่งเป็นห่อยาเสพติดชนิดยาไอซ์ ลักษณะก้อนๆ เข้าไปในร่างกายจำนวนมาก และห่อยาดังกล่าวปริแตกทำให้ยาเสพติดกระจายเข้าสู่ร่างกายเกินขนาด ซึ่งเชื่อว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตก่อนถูกโยนลงคลอง การเสียชีวิตในลักษณะนี้พบเป็นระยะๆ 
 
                    พล.ต.ต.นพ.พรชัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของก้อนบรรจุยาเสพติดชนิดยาไอซ์ที่พบในกระเพาะและลำไส้ของศพชายนิรนามนั้นมีจำนวน 58 ก้อน แบ่งเป็น ขนาดเล็ก 55 ก้อน และขนาดใหญ่ 3 ก้อน โดยมีขนาดใหญ่ 1 ก้อนฉีกขาด จึงทำให้เชื่อว่าเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ส่วนบาดแผลที่พบตามลำตัว แขน และคอของผู้เสียชีวิต จากการตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่ได้เกิดจากของมีคม หรือการกระทำของมนุษย์ แต่เป็นรอยขีดข่วนของสัตว์กินซาก จำพวกสัตว์เลื้อยคลาน ตัวเงินตัวทองที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ เนื่องจากบาดแผลที่เกิดขึ้น เกิดหลังจากเสียชีวิตแล้วหลายวัน
 
                    "สำหรับการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลยังไม่สามารถระบุได้ว่าศพชายคนดังกล่าวสัญชาติใด อย่างไรก็ตาม ทางสถาบันนิติเวชวิทยาได้เก็บลายนิ้วมือของผู้ตาย ส่งให้กับกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยช่วง 3 - 4 วันที่ผ่านมา เพื่อหาให้ได้ว่าศพชายผู้นี้เป็นใคร มาจากไหน ขณะเดียวกันหากพบว่าเป็นสัญชาติใดก็จะตรวจสอบข้อมูลของเพื่อนร่วมชาติที่เดินทางมาในเวลาเดียวกันด้วย ซึ่งหลังจากนี้ทางสถาบันนิติเวชจะได้รวบรวมผลชันสูตรส่งให้กับพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการทำสำนวนต่อไป"
 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สิ่งแปลกปลอมที่พบในร่างของศพเป็นก้อนลักษณะคล้ายไส้กรอกเล็กๆ น้ำหนักมีตั้งแต่ 10 - 50 กรัม จำนวน 58 ก้อน คาดว่าน่าจะเป็นการขนยาเสพติด ที่เรียกว่า “บอดี้แพ็คเกอร์” (Body packers) โดยการกลืนถุงพลาสติกหรือถุงยางอนามัยที่มียาเสพติดลงท้อง เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้าหากยาเสพติดที่อยู่ในห่อปริแตกก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นเดียวกับลักษณะของคดีนี้