ข่าว

รวบโชเฟอร์แท็กซี่โกงมิเตอร์นักท่องเที่ยวสาวชาวจีน

รวบโชเฟอร์แท็กซี่โกงมิเตอร์นักท่องเที่ยวสาวชาวจีน

05 เม.ย. 2559

ตร.ท่องเที่ยว รวบโชเฟอร์แท็กซี่โกงมิเตอร์นนท.สาวชาวจีน ไม่กดมิเตอร์คิดราคาเหมา สาวจีนรู้ทันลงกลางทาง โทรแจ้งตร.ขณะที่โชเฟอร์ ยอมรับผิดทำ ยกมือไหว้ขอโทษ

         เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 4 เมษายน . พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท พร้อมด้วย พ.ต.ท.บวรภพ สุนทรเลขา สว.ส.ทท.2 กก.1บก.ทท.  นายจงกล วีระศิริวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายตรวจการกองตรวจการขนส่งทางบก พ.ต.ต.กมล จันทร์เพ็ญ สว.ส.5กก.1 บก.ทท. และ น.ส.จาง ม้อ อายุ 25 ปีนักท่องเที่ยวชาวจีน(ผู้เสียหาย)ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายกิตติรัตน์  นามเมือง อายุ 47 ปีข้อหา เรียกค่าโดยสารเกินอัตราที่ปรากฎจากมาตรแท็กซี่และไม่มีใบอนุญาติขับขี่รถสาธารณะ  นำส่งพนักงาน          สอบสวน สน.นางเลิ้ง ดำเนินคดี  โดยเหตุเกิดวันที่ 30 มี.ค. ขณะที่ พ.ต.ต.กมล  กำลังปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ฯได้รับแจ้งที่หมายเลข 1155  จากนักท่องเที่ยวชาวจีนขอความช่วยเหลือรถแท็กซี่ เรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่ปรากฎจากเลขมาตรแท็กซี่
          พ.ต.ต.กมล กล่าวว่า จากการสอบสวน น.ส.จางม้อ ให้การว่า เรียกรถแท็กซี่สีชมพู บริเวณหน้าตลาดหัวตะเข้ แขวง-เขตลาดกระบัง กทม. ช่วงเวลา 15.00 น.ให้ไปส่งที่ถนนข้าวสาร  โดยมีนายกิตติรัตน์ เป็นคนขับ เรียกค่าโดยสารเป็นเงิน 1,000 บาท แต่ น.ส.จาง ม้อ เห็นว่าแพงกว่าราคาจริง จึงต่อรองค่าโดยสารเหลือ 900 บาท เมื่อเดินทางได้ระยะเวลาหนึ่งสังเกตข้างทางเป็นตลาด น.ส.จาง ม้อ จึงถามถึงเรื่องค่าโดยสารอีกครั้ง นายกิตติรัตน์ยืนยันว่า 900บาท เมื่อรถผ่านกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เลี้ยวขวามุ่งหน้าสะพานพระราม 8 ไปถนนข้าวสาร แต่คนขับกลับชิดซ้ายกลับรถใต้สะพานพระราม 8  จึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยว 1155 ได้รับคำแนะนำให้ลงจากรถ 
         “ เมื่อกำลังจะลงจากรถ  คนขับแท็กซี่ได้เรียกค่าโดยสารจำนวน 900 บาท แต่ น.ส.จาง ม้อ จ่ายให้เพียง 700 บาท เนื่องจากยังไม่ถึงจุดหมาย โดยผู้ต้องหามีสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็รับเงินไป  ก่อนจะลงจากแท็กซี่ผู้เสียหายสังเกตเลขมิเตอร์ขึ้นค่าโดยสารเพียง 353 บาทจึงจำเลขทะเบียนรถไว้  ตำรวจท่องเที่ยวจึงรวบรวมรายละเอียดประสานตำรวจ สน.นางเลิ้ง  ดูกล้องวงจรปิด พบรถแท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน ทษ 7332 กทม. โดยมีนายกิตติรัตน์ เป็นผู้ขับจึงได้ติดตามตัวมาดำเนินคดี ” พ.ต.ต.กมล กล่าว 
         พ.ต.อ.อาชยน กล่าวว่า ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. ในการจัดระเบียบแท็กซี่ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  จากเดือน ม.ค.-มี.ค. จับกุมแท็กซี่ที่กระทำความผิดข้อหา ไม่กดมิเตอร์  ปฏิเสธผู้โดยสาร,ไม่มีป้ายภาษี,แต่การไม่ถูกต้อง และไม่มีบัตรประจำตัวขับขี่รถสาธารณะ ได้ 1,741  ราย
         ด้านนายกิตติรัตน์ กล่าวว่า  ปกติทำอาชีพขายขนมถาดจำพวกถั่วอัด ส่วนงานขับแท็กซี่นั้นเป็นเพียงอาชีพเสริม โดยรถที่ขับนั้นเป็นรถของเพื่อน เมื่อเพื่อนไม่ว่างก็จะนำรถมาทิ้งให้ขับ เรื่องที่เกิดขึ้นขอยอมรับผิดทุกอย่าง เหตุที่ทำไปเพราะอยากได้เงิน   ขอให้กรณีของตนเป็นกรณีตัวอย่างที่ไม่ดี อย่าได้มีคนเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
         ขณะที่พ.ต.ท.บวรภพ กล่าวว่า คอลเซนเตอร์ 1155 เป็นหมายเลขคูนย์แจ้งเหตุของตำรวจท่องเที่ยวบริการ 24 ชั่วโมงมีล่ามภาษาจีน  ญี่ปุ่น และอังกฤษ อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว นอกจากนี้ตำรวจท่อเงที่ยวยังได้ทำงานประสานกับกรมขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันตรวจตราแท็กซี่ที่ไม่กดมิเตอร์ และปฏิเสธผู้โดยสารตามสถานที่ท่องเที่ยวชั้นใน  โดยเฉพาะสยามสแควร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งหลังจากที่ได้ทำการกวดขันอยู่อย่างต่อเนื่อก็พบว่า  มีแท็กซี่ที่กระทำความผิดลดน้อยลง
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงข่าวนายกิตติรัตน์  ได้ยกมือไหว้กล่าวขอโทษผู้เสียหายต่อหน้าสื่อมวลชนที่มาทำข่าว ขณะที่ผู้เสียหายรับการขอโทษและขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะตำรวจท่องเที่ยว 1155 เป็นกลไกลสำคัญในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวต่างชาติได้อย่างดี