
ผงะผ่าศพชายถูกฆ่ายัดกระเป๋าพบไอซ์58ก้อน
ผงะตำรวจผ่าศพชายนิรนามถูกฆ่ายัดกระเป๋าในคลองโอ่งอ่าง พบยาไอซ์ 58 ก้อนอยู่ในกระเพาะอาหาร รูทวาร เชื่อโยงแก๊งขนยานรกข้ามชาติ คาดช็อกตายเหตุยาแตกในกระเพาะ
ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพชายนิรนามลักษณะคล้ายชาวอินเดียถูกฆ่ายัดกระเป๋าโยนลงคลองโอ่งอ่าง ใกล้แยกสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กทม. จากการตรวจสภาพศพถูกของมีคมทำร้ายกว่า 10 แผลจนเสียชีวิต จากการตรวจเอกสารไม่ปรากฏว่าผู้ตายเป็นใคร และจากหลักฐานในตัวพบหมาก ชื่อ “ราชินีจันทรา” ซึ่งเป็นที่นิยมของคนพม่า อินเดีย และปากีสถาน ลักษณะเหมือนผลหมากที่บรรจุในห่อ นอกจากนี้ยังพบยาเส้น และถุงผงโรตี ที่ใช้ในประกอบอาหาร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2559
ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 เมษษยน แหล่งข่าวชุดสืบสวนระบุว่า ศพผู้เสียชีวิตถูกนำส่งสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตร พบยาเสพติดจำนวน 58 ก้อน ซึ่งตรวจสอบแล้วคาดว่าเป็นยาไอซ์ น้ำหนัก 638 กรัม ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญทำให้ตำรวจเชื่อว่าผู้ตายมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดที่ลักลอบขนยาเสพติดเข้าไทยเพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม โดยใช้วิธีการกลืนลงท้อง ซึ่งผู้ตายอาจเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ใช้ไทยเป็นศูนย์กลาง โดยจะใช้เส้นทางหลัก 3 เส้นทางคือจากไทยไปรับยาเสพติดจากอินเดีย หรือเนปาล บินตรงเข้าจีน ที่เมืองกวางโจว เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง หรือฮ่องกง เส้นทางต่อมาคือ นำเข้าจากอินเดีย เนปาล หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาพักในไทยแล้วต่อไปจีน เส้นทางสุดท้ายคือเดินทางผ่านไทยไปยังมาเลเซียเพื่อรับยาเสพติดจากเครือข่ายแล้วเดินทางต่อไปยังจีน
โดยยาเสพติดที่มาจากเครือข่ายนี้ส่วนใหญ่จะมีแหล่งผลิตอยู่ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถาน หรือที่เรียกว่าแหล่งพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
“เบื้องต้นพบยาเสพติดบรรจุในถุงยางอยู่ในกระเพาะจำนวน 55 ก้อน และทวารหนักของผู้ตายจำนวน 3 ก้อน เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบเป็นยาไอซ์ น้ำหนักรวม 638 กรัม ทั้งนี้คาดว่าผู้ตายน่าจะมีส่วนพัวพันกับแก๊งค้ายาเสพติด โดยทำหน้าที่เป็นม้า หรือคนลำเลียงยาเสพติด จากการตรวจสอบเชื่อว่าเข้ามาในประเทศไทยอย่างถูกต้องโดยเข้ามาทางสนามบินสุวรรณภูมิ” แหล่งข่าว กล่าว
ขณะเดียวกันรายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานที่พบในกระเป๋าเดินทางและตัวผู้ตายนั้นพบว่าศพผู้ตายถูกยัดใส่กระเป๋าสีดำมีตัวหนังสือ podium ขนาดความกว้าง 60 ซม. ยาว 90 ซม. ซึ่งมีที่มาจากประตูน้ำ ภายในพบกางเกงขายาวสีดำยี่ห้อ mammut กางเกงขายาวยี่ห้อไนกี้ กางเกงขาสั้นสีดำยี่ห้อ sport กางเกงชั้นในชายสีดำขอบแดงยี่ห้อ s.d.h. เสื้อยืดคอปกยี่ห้อ luici ventino ถุงพลาสติกสีขาวยี่ห้อ mahesh จากการตรวจสอบพบว่าเป็นถุงร้านจำหน่ายของที่ระลึกของประเทศภูฏาน ซึ่งอยู่ระหว่างชายแดนประเทศอินเดียและประเทศภูฏาน ถุงพลาสติกใสใส่แป้งโรตี ถุงพลาสติกสีฟ้ายี่ห้อ Rajnigandha ซึ่งเป็นถุงหมาก มีขายในไทยย่านนานา สีลม และถุงพลาสติกสีเหลืองยี่ห้อ baba เป็นยาเส้น ซึ่งปัจจุบันไม่มีขายในไทย
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นชุดสืบสวนได้ตรวจสอบฐานข้อมูลการบิน การโดยสาร ตลอดจนการเดินทางเข้าออกจากสตม. ของกลุ่มคนสัญชาติ ปากีสถาน เนปาล อินเดีย บังกลาเทศ โดยปูพรมย้อนหลัง 4-7 วัน เนื่องจากพยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่าพบกระเป๋าเดินทางดังกล่าวอยู่ในคลองตั้งแต่วันพฤหัสบดีแล้ว นอกจากนี้จากการตรวจสอบบาดแผลตามร่างกายพบว่าไม่มีบาดแผลที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต ซึ่งบาดแผลที่พบส่วนใหญ่เป็นรอยฟัน รอยเล็บของสัตว์ เชื่อว่าเป็นรอยเล็บและฟันของสัตว์เลื้อยคลานจำพวกตัวเงินตัวทอง เป็นต้น
สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตนั้น เชื่อว่าผู้ตายน่าจะเกี่ยวโยงกับขบวนการลำเลียงยาเสพติด แล้วมาพักยาในไทย และอาจเตรียมส่งออก แต่เกิดภาวะช็อกยา เนื่องจากพบว่ามียาเสพติดจำนวนหนึ่งแตกออกมาที่กระเพาะอาหาร ผู้ร่วมขบวนการอาจจะกลัวความผิดจึงนำศพยัดใส่กระเป๋าแล้วโยนทิ้งเพื่ออำพรางคดี สำหรับสัญชาตินั้น เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายไม่ใช่ชาวอินเดียเนื่องจากไม่ค่อยพบว่ามีการกระทำในลักษณะนี้ น่าจะเป็นชาวปากีสถาน บังกลาเทศ เนปาล รวมไปถึงชาวโรฮิงญา ซึ่งยังอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบว่าผู้ตายเป็นคนสัญชาติใด และชุดสืบสวนอยู่ระหว่างลงพื้นที่หาข่าวว่าถูกฆ่าตายที่ใด พักที่ไหน และใครมาพักด้วย เพื่อนำไปสู่การพิสูจน์ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร สัญชาติใดต่อไป
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง ได้เชิญชายคนหนึ่งในพื้นที่มาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับศพนิรนามที่ถูกฆ่ายัดกระเป๋าทิ้งคลองโอ่งอ่าง เนื่องจากชายคนดังกล่าวเป็นผู้ที่มีความกว้างขวางในกลุ่มชาวต่างชาติ มีเส้นสายในการจัดหา และจัดทำหนังสือเดินทาง เอกสารสำคัญต่างๆ ในการเข้ามาพักอาศัยในประเทศไทย ซึ่งเบื้องต้นผู้กว้างขวางคนดังกล่าวให้การปฏิิเสธ ไม่รู้จักศพนิรนามดังกล่าว ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยังได้เชิญนายบัน(นามสมมุติ) ชายอีกคนหนึ่งซึ่งมีประวัติพัวพันทางด้านยาเสพติดมาสอบถาม เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับศพนิรนามดังกล่าว
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนระบุว่า พบเบาะแสร้านขายกระเป๋าย่านพื้นที่ สน.พระราชวัง ซึ่งมีรูปพรรณลักษณะเดียวกับที่ใช้ยัดศพทิ้งน้ำ โดยเจ้าของร้านจำได้ว่า มีแขกเข้ามาซื้อเมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ที่สามารถจดจำได้เนื่องจากกระเป๋าดังกล่าวเป็นกระเป๋าขนาดใหญ่กว่าปกติ จะมีวางขายในพื้นที่ประตูน้ำ และ สน.พระราชวัง เท่านั้น ซึ่งทางชุดสืบสวนสอบสวนกำลังรวบรวมข้อมูล รวมถึงไล่ตรวจกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าว เพื่อหาเบาะแสผู้ที่เข้ามาซื้อกระเป๋าลักษณะดังกล่าว
ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ทราบว่า ยาเสพติดดังกล่าวเกี่ยวกับสาเหตุการตายหรือไม่ และสามารถทำให้เกิดเหตุนี้ได้หรือไม่ รวมถึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกฆ่าหรือเกิดตามธรรมชาติเอง คาดว่าคงรู้ผลภายใน 1-2 ชม.นี้ ส่วนจะเป็นเรื่องขัดแย้งเงินกู้หรือไม่ หลักฐานตอนนี้ยังไปไม่ถึง อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจชันสูตรอย่างเป็นทางการ แต่จะออกวันนี้หรือไม่ ไม่แน่ใจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) กำลังทำงานเพื่อให้เกิดความกระจ่างและคลายข้อสงสัย
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยต่อไปว่า จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีกล้องวงจรปิดอยู่ทั่วไป แต่เจ้าหน้าที่ต้องการความชัดเจนก่อนเปิดเผย สิ่งที่มุ่งเน้นนั้นนอกเหนือจากเรื่องกล้องวงจรปิด จึงเรียกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.1 ถึง บก.น.9 ร่วมกับ บก.สส.บช.น. มาให้การบ้านไปหมดแล้ว โดยตั้งเวลาคลี่คลายคดีไว้ แต่ไม่ขอเปิดเผยว่ากำหนดไว้กี่วัน สำหรับแนวทางการสืบสวนนั้น ตอนนี้มีหลายจุดที่ต้องให้ความสำคัญ โดยเรียงลำดับ หากมีความสำคัญมากก็ลงพื้นที่ตรวจสอบก่อน แล้วค่อยๆไล่ไป แต่ต้องทำทั้งหมดทุกตารางนิ้ว เช่น สะพานหัน ซึ่งมีชาวอินเดียอาศัยอยู่มาก จากนั้นจึงนำข้อมูลมาเป็นข้อสันนิษฐานกว้างๆ ทั้งเรื่องทะเลาะวิวาท เรื่องส่วนตัว เงินกู้ ยาเสพติด หรืออื่นๆ สุดท้ายต้องรอผลชันสูตรว่า เสียชีวิตจากสาเหตุใด ชุดสืบสวนก็จะนำข้อมูลมาเพิ่มเติม เชื่อว่าจะเป็นช่องทางในการหาตัวคนทำผิด
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยอีกว่า เชื่อว่ามูลเหตุที่เกิดขึ้นต้องเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับบุคคล แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ยืนยันว่าถ้าเกี่ยวข้องกับเรื่องหรือบุคคลใด เจ้าหน้าที่จะหาหลักฐานมาประกอบเพื่อยืนยันให้ทราบ ทั้งนี้ ในที่เกิดเหตุมีเพียงศพ เสื้อผ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้พิสูจน์ทราบบุคคล ส่วนถุงสีขาวที่พบคาดว่าไม่ใช่น้ำยาดับกลิ่น แต่เป็นแป้งชนิดหนึ่ง ต้องไปพิสูจน์ทราบก่อน แต่ไม่ใช่ของผิดกฎหมาย โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังสถานทูตต่างๆ แล้วไม่ใช่แค่ประเทศอินเดีย เนื่องจากผู้ตายอาจไม่ชาวอินเดียก็ได้ อย่าเพิ่งสรุป ขอให้เข้าใจว่าเป็นชาวเอเชียรวมถึงไทย



