ข่าว

หน้าที่'รัฐบาล'

หน้าที่'รัฐบาล'

05 เม.ย. 2559

หน้าที่'รัฐบาล' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

              เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้นำเสนอสาระในร่างรัฐธรรมนูญว่า “ปวงชนชาวไทย” นอกจากสิทธิที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้บัญญัติเอาไว้ให้นั้น ยังจะต้องมีหน้าที่อะไรบ้าง เพราะเหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เมื่อมีสิทธิก็ย่อมต้องมีหน้าที่

             และในวันนี้เราจะนำเสนอ “หน้าที่” ของรัฐบาล เพราะรัฐบาลนั้นเปรียบเสมือนกัปตันเรือที่จะนำพารัฐนาวาไปในทางไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ถูกเขียนขึ้นภายใต้สมมุติฐานว่า นักการเมืองและรัฐบาลมักจะบริหารประเทศบนผลประโยชน์ส่วนตัว จึงมีความจำเป็นต้องกำหนดกรอบแนวทางไว้ให้เป็นเหมือนหางเสือของเรือ เพื่อจะไม่วิ่งออกนอกทิศทาง

             โดยใน มาตรา 162 บัญญัติว่า "คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนามาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่

             ก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วนซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้"

             แต่กรอบที่สำคัญจะอยู่ตาม มาตรา 164 ที่ระบุไว้ว่า "ในการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ด้วย

             (1) ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ เปิดเผยและมีความรอบคอบและระมัดระวังในการดำเนินกิจการต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ และประชาชนส่วนรวม

             (2) รักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด

             (3) ยึดถือและปฏิบัติตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

             (4) สร้างเสริมให้ทุกภาคส่วนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ผาสุกและสามัคคีปรองดองกัน

             รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของตน รวมทั้งต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภาในการกำหนดนโยบายและการดาเนินการตามนโยบายของคณะรัฐมนตรี"

             ดังนั้น เมื่อมีการกำหนดในรัฐธรรมนูญเช่นนี้ คณะรัฐมนตรีก็มีหน้าที่ที่ต้องเดินตาม และที่สำคัญคือ หากคณะรัฐมนตรีไม่ปฏิบัติตาม หรือถูกตีความว่าไม่ปฏิบัติตามก็ย่อมถือว่ากระทำผิดรัฐธรรมนูญ และอาจส่งผลให้พวกเขาต้องพ้นจากตำแหน่ง

             นี่จึงถือเป็นพิมพ์เขียวที่คณะรัฐมนตรีตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่พึงปฏิบัติและยึดถือเป็นคัมภีร์หากประสงค์จะอยู่ในอำนาจต่อไปเรื่อยๆ และแน่นอนว่าพวกเขาจะถูกตรวจสอบอย่างเคร่งครัด ทั้งจากองค์กรอิสระ และจากวุฒิสภา โดยเฉพาะวุฒิสภาชุดแรกที่มาจากบทเฉพาะกาล และเรียกได้ว่าเป็นสายตรงจาก คสช.