ข่าว

สตช.จ่อฟัน9ตำรวจเอื้อ‘อยู่วิทยา’

สตช.จ่อฟัน9ตำรวจเอื้อ‘อยู่วิทยา’

04 เม.ย. 2559

‘พล.ต.ท.ศานิตย์’ เผย สตช.จ่อตั้งกรรมการสอบ พงส.ทองหล่อทำคดีทายาท ‘อยู่วิทยา’ หลังพบบกพร่องในสำนวน ชี้หากผิดจริงให้ออกจากราชการ

 
       จากกรณีนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ขับรถเฟอร์รารี่ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับการหมู่ปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต โดยเหตุเกิดเมื่อปี 2555 แต่ชุดพนักงานสอบสวนสั่งฟ้องเพียง 2 ข้อหา คือ 1.ข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2. ข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชนโดยชุดพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อส่งสำนวนไปให้อัยการช่วงกลางปี 2556
 
       ล่าสุดวันนี้(4 เม.ย.59) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีนี้ว่า พบข้อบกพร่องจากการสอบสวนสำนวนคดีดังกล่าวที่ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกฏหมายในข้อเท็จจริงหลายอย่างที่ขัดต่อข้อกฏหมายและได้ส่งรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อให้กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบข้อเท็จจริง ส่วนรายชื่อตร.ที่เกี่ยวข้องในคดีทั้ง 9 นายนี้ มีทั้งระดับผู้กำกับการ, รองผู้กำกับการ, พนักงานสอบสวนจนถึงร้อยเวร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งบางนายยังปฏิบัติหน้าที่ในสน.ทองหล่อและอีกหลายนายได้ย้ายไปปฏิบัติงานที่อื่นแล้ว ทางด้าน ผบ.ตร.ได้สั่งการให้จเรตำรวจแห่งชาติดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด รวมถึงจะตั้งคณะกรรมการทางวินัยสอบสวนข้อเท็จจริงหากพบว่ามีการกระทำความผิดจริงจะมีบทลงโทษทางวินัยร้ายแรงถึงขั้นให้ออกจากราชการ
 
       “ผมให้ความเป็นธรรมกับทุกคน เราไม่ปกป้องคนกระทำความผิด เราใช้กฏหมายทำให้บ้านเมืองสงบ หากเราพบว่าตำรวจมีความผิดจริงก็จะมีบทลงโทษทางวินัยแน่นอน ส่วนรายชื่อตำรวจทั้ง 9 นายผมอยากให้ไปถามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะดีกว่า” รรท.ผบช.น. กล่าว
 
 
น.1 ยันศพถูกฆ่ายัดกระเป๋าเป็นชาวเอเชีย สั่งเร่งล่าตัวคนร้าย
 
 
       ที่สน.สำราญราษฎร์ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 เมษายน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ผกก.สส.บก.น.1-9 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สำราญราษฎร์ เข้าร่วมประชุมเพื่อเร่งรัดคดีชาวเอเชียถูกฆ่ายัดกระเป๋าและเร่งรัดคดีค้างเก่าของทุกพื้นที่ในเขตนครบาล
 
       พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวก่อนประชุมว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดทำงานลงพื้นที่สืบสวนเร่งรัดคดีเพื่อพิสูจน์หาอัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตและติดตามหาคนร้าย ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นชาวเอเชีย หรือแขกขาว (ชาวอินเดีย) สูงประมาณ 155 ซม. ทั้งนี้ได้ประสานกับทางสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ทราบว่าสาเหตุการเสียชีวิตนั้นเกิดจากของแข็งมีคม จากการตรวจสอบบาดแผลบนร่างของผู้เสียชีวิตนั้นมีมากกว่า 10 แผลและเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน ส่วนประเด็นหรือลักษณะการก่อเหตุนั้นคาดว่าน่าจะเกิดจากการทะเลาะวิวาทจนก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งพฤติกรรมส่วนใหญ่ของคนร้ายนั้นหลังจากฆาตกรรมเสร็จก็จะพยายามปิดบัง ซ้อนเร้นหรืออำพรางศพเพื่อปกปิดความผิดของตนเอง ส่วนขั้นตอนดำเนินการในการสืบสวนสอบสวนนั้นได้ตั้งจุดทิ้งศพไว้ประมาณ 3-4 จุดในละแวกใกล้เคียงทั้งหมด แต่ส่วนอื่นนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้อยู่ระหว่างการสืบสวน
 
       ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า เนื่องจากผู้ตายนั้นเสียชีวิตมาเป็นเวลาหลายวันแล้วเกรงว่าคนร้ายอาจจะหลบหนีไปไกลแล้วหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ในส่วนนี้ได้ทำการประสานไปแล้วในทุกพื้นที่รับผิดชอบของนครบาลแล้ว
 
       “ทั้งนี้อยากจะพี่น้องสื่อมวลชนประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนถึงลักษณะรูปพรรณของผู้เสียชีวิต เสื้อผ้าที่บรรจุอยู่ในกระเป๋าที่พบร่างของผู้เสียชีวิต หากรู้ตัวบุคคลที่เสียชีวิตก็จะทราบและสามารถโยงเรื่องราวประเด็นต่างๆจนนำไปสู่การจับกุมตัวคนร้ายได้ในเร็ววัน” รรท.ผบช.น. กล่าว
 
 
ตร.เผยพบสิ่งผิดปกติในลำไส้ศพถูกฆ่ายัดกระเป๋า
 
 
       เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การประชุมวันนี้ เป็นการรายงานผลความคืบหน้า แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ เนื่องจากต้องรอพิสูจน์ทราบให้ชัดเจนว่า สาเหตุเกิดจากอะไร เกิดจากผู้หนึ่งผู้ใดทำให้ถึงแก่ชีวิตหรือไม่ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ อีกทั้ง ยังมีรายงานว่าพบสิ่งผิดปกติในลำไส้ของผู้เสียชีวิต ขณะนี้ อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ทราบว่า เป็นอะไร เกี่ยวกับสาเหตุการตายหรือไม่ และสามารถทำให้เกิดเหตุนี้ได้หรือไม่ รวมถึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกฆ่าหรือเกิดตามธรรมชาติเอง คาดว่าคงรู้ผลภายใน 1-2 ชม.นี้ ส่วนจะเป็นเรื่องขัดแย้งเงินกู้หรือไม่ หลักฐานตอนนี้ยังไปไม่ถึง อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจชันสูตรอย่างเป็นทางการ แต่จะออกวันนี้หรือไม่ ตนไม่แน่ใจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)กำลังทำงานเพื่อให้เกิดความกระจ่างและคลายข้อสงสัย 
 
       พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยต่อว่า จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีกล้องวงจรปิดอยู่ทั่วไป แต่เจ้าหน้าที่ต้องการความชัดเจนก่อนเปิดเผย ซึ่งสิ่งที่ตนมุ่งเน้นนั้นนอกเหนือจากเรื่องกล้องวงจรปิด จึงเรียกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.1ถึง บก.น.9 ร่วมกับบก.สส.บช.น.มาให้การบ้านไปหมดแล้ว โดยตั้งเวลาคลี่คลายคดีไว้ แต่ไม่ขอเปิดเผยว่ากำหนดไว้กี่วัน สำหรับแนวทางการสืบสวนนั้น ตอนนี้มีหลายจุดที่ต้องให้ความสำคัญ โดยเรียงลำดับ หากมีความสำคัญมากก็ลงพื้นที่ตรวจสอบก่อน แล้วค่อยๆไล่ไป แต่ต้องทำทั้งหมดทุกตารางนิ้ว เช่น สะพานหัน ซึ่งมีชาวอินเดียอาศัยอยู่มาก จากนั้นจึงนำข้อมูลมาเป็นข้อสันนิษฐานกว้างๆ ทั้งเรื่องทะเลาะวิวาท เรื่องส่วนตัว เงินกู้ ยาเสพติด หรือ อื่นๆ สุดท้ายต้องรอผลชันสูตรว่า เสียชีวิตจากสาเหตุใด ชุดสืบสวนก็จะนำข้อมูลมาเพิ่มเติม เชื่อว่าจะเป็นช่องทางในการหาตัวคนทำผิด 
 
       พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยอีกว่า เชื่อว่ามูลเหตุที่เกิดขึ้นต้องเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับบุคคล แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ยืนยันว่าถ้าเกี่ยวข้องกับเรื่องหรือบุคคลใด เจ้าหน้าที่จะหาหลักฐานมาประกอบ เพื่อยืนยันให้ทราบ ทั้งนี้ ในที่เกิดเหตุมีเพียงศพ เสื้อผ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้พิสูจน์ทราบบุคคล ส่วนถุงสีขาวที่พบ คาดว่าไม่ใช่น้ำยาดับกลิ่น แต่เป็นแป้งชนิดหนึ่ง ต้องไปพิสูจน์ทราบก่อน แต่ไม่ใช่ของผิดกฎหมาย โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังสถานทูตต่างๆ แล้วไม่ใช่แค่ประเทศอินเดีย เนื่องจากผู้ตายอาจไม่ใช่ชาวอินเดียก็ได้ อย่าเพิ่งสรุป ขอให้เข้าใจว่าเป็นชาวเอเชียรวมถึงไทย
 
       รายงานข่าวแจ้งว่า ผลการผ่าพิสูจน์ของแพทย์นิติเวชในเบื้องต้น พบสิ่งผิดปกติอยู่ในลำไส้ของผู้เสียชีวิต ลักษณะเป็นวัตถุก้อนทรงรีรูปไข่ สีขาวอมเหลือง ขนาดเล็กจำนวน 55 ก้อน และ ขนาดใหญ่ จำนวน 3 ก้อน จึงทำการบันทึกไว้ ก่อนเตรียมส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบว่าวัตถุที่พบในท้องผู้เสียชีวิตคืออะไร