ข่าว

ธุรกิจ ผิดทาง

ธุรกิจ ผิดทาง

05 เม.ย. 2559

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ธุรกิจ ผิดทาง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
                    การให้บริการด้านสาธารณูปโภคถือว่าเป็นธุรกิจประเภทหนึ่ง ซึ่งมีมูลค่าเป็นเงินมหาศาลมากในทุกประเทศ บางประเทศก็ทำกันในรูปแบบของรัฐวิสาหกิจ บางประเทศก็เป็นกิจการกึ่งรัฐในรูปแบบของการให้เอกชนมาประมูลไปทำภายใต้การควบคุมของรัฐ และบางประเทศผู้ประกอบการเป็นธุรกิจเต็มตัว ด้วยการเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แต่มีภาครัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด
 
                    ในอดีตกิจการด้านสาธารณูปโภคของไทยเป็นรูปแบบของรัฐวิสาหกิจทั้งสิ้น จนเมื่อรัฐบาลคิดทำการแปรรูปรัฐวิสาหกิจหลายแห่งให้ไปอยู่ในระบบพึ่งพาตนเองด้วยการเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ท่ามกลางเสียงครหาว่า คนที่เข้าไปถือครองหุ้นของรัฐวิสาหกิจที่แปรรูปเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นกลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิดกับนักการเมืองทั้งสิ้น แถมหน่วยงานนั้น แม้จะแปรรูปการบริหารจัดการไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นลูกแหง่ที่เลี้ยงไม่โต ยังต้องพึ่งพาอาศัยอำนาจรัฐเข้ามาช่วยให้ดำเนินกิจการ เพื่อให้ได้เปรียบผู้ประกอบการประเภทเดียวกันรายอื่นๆ หรือยังมีการผูกขาดอยู่ด้วยซ้ำไป
 
                    การคัดเลือกคนเข้ามาบริหารก็มักจะเป็นการเอาคนที่ฝ่ายบริหารรัฐหรือฝ่ายการเมืองสั่งการได้ตามอำเภอใจ ผู้ที่เข้ามาบริหารจึงจำเป็นต้องเลือกเอาใจคนเพียงแค่สองฝ่ายเท่านั้นคือ ฝ่ายบริหารหรือฝ่ายการเมืองที่มีอำนาจในการโยกย้าย และฝ่ายลูกจ้างหรือพนักงานในองค์กรเพื่อให้เป็นฐานอำนาจต่อรองกับฝ่ายการเมือง ผู้บริหารที่ประสานผลประโยชน์ให้แก่คนสองกลุ่มดังกล่าวได้ก็สามารถอยู่ในตำแหน่งสูงสุดขององค์กรนั้นๆ ได้อย่างยาวนาน โดยไม่จำเป็นต้องไปสนใจผลประโยชน์ของประชาชนตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมแต่อย่างใด
 
                    เราจึงพบเห็นหน่วยงานต่างๆ ที่ดำเนินงานกึ่งรัฐกึ่งธุรกิจประสบความล้มเหลว หรือดำเนินกิจการเบี่ยงเบนไปจากเจตนารมณ์ของการก่อตั้งอย่างมากมาย เช่น หน่วยงานการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ที่มีหน้าที่หลักคือการบริหารจัดการให้มีเส้นทางพิเศษ เพื่อให้ผู้เดินทางสามารถเดินทางได้สะดวก, รวดเร็วและปลอดภัย แต่ทุกวันนี้ในขณะที่ผู้ใช้บริการร้องเรียนกันมาก ซึ่งเป็นปัญหาเดิมๆ ที่เรื้อรังมายาวนาน
 
                    แต่ผู้บริหารการทางพิเศษฯ และหน่วยงานที่ควบคุม กลับยังหลงใหลกับ “ผลประกอบการที่มีกำไร” จนถึงขั้นที่สามารถแจกโบนัสให้พนักงานได้ โดยลืมไปว่า เป็นผลประกอบการในธุรกิจที่ผูกขาดไม่มีคู่แข่ง และดำเนินกิจการภายใต้ต้นทุนที่ต่ำกว่าปกติ ในขณะที่ปัญหาต่างๆ ยังเกิดขึ้นทุกวี่วันโดยไร้วี่แววว่าจะสามารถแก้ไขได้ ผู้บริหารกลับหันไปหารายได้จากส่วนอื่น ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับหลักการหรือหัวใจของการเป็นการทางพิเศษแต่อย่างใด
 
                    การบริหารงานที่ละทิ้งเจตนารมณ์หลักหรือภารกิจหัวใจเช่นที่กล่าวมา จึงทำให้หน่วยงานที่ประกอบธุรกิจในทุกรูปแบบของรัฐ กลายเป็นหน่วยงานที่สร้างปัญหาให้แก่ประเทศชาติและสังคมมากมาย บางหน่วยงานก็สร้างหนี้สร้างสิน บางหน่วยงานก็สร้างการบริหารที่ประชาชนต้องอดทนใช้อย่างไม่มีทางเลี่ยงไปไหนได้ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้น หากเปิดให้มีการแข่งขันกันอย่างเสรีจริงจังโดยรัฐไม่หนุนหลังเมื่อใด เชื่อได้ว่าทุกหน่วยงานคงตกอยู่ในสภาพที่ขาดทุนล้มละลายอย่างแน่นอนครับ
 
 
 
 
---------------------
 
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ธุรกิจ ผิดทาง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)