
กทม.บิ๊กคลีนนิ่งปากคลองตลาด
04 เม.ย. 2559
กทม.บิ๊กคลีนนิ่งปากคลองตลาด หลังยกเลิกจุดผ่อนผัน 476 ราย พร้อมจับมือตร.-ทหารตรึงกำลัง จัดระเบียบรอบพื้นที่ ยัน เตรียมตลาดรองรับผู้ค้าเดือดร้อน
วันที่ 4 เม.ย.59 เมื่อเวลา 08.00 น. นายดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานปล่อยแถว เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานปรับปรุงภูมิทัศน์ หรือบิ๊กคลีนนิ่ง บริเวณปากคลองตลาด ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่เขตพระนคร เจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณถนนตรีเพชร ถนนจักรเพชร ถนนบ้านหม้อ ถนนสะพานพุทธ ซอยท่ากลาง และทางเข้าตลาดยอดพิมาน โดยมีพล.ต.ต.ภาณุรัตน์ มีเพียร ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. , นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกทม. , พ.ต.อ.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักงานเขตพระนคร ผู้บริหารสำนักเทศกิจ ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ ผู้บริหารสำนักผังเมือง ผู้บริหารสำนักการโยธา ผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง กองบังคับการกองปราบปราม และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ร่วมกิจกรรม
นายวัลลภ กล่าวว่า กทม.มีนโยบายจัดระเบียบทางเท้า เพื่อคืนทางเท้าให้ประชาชนได้ใช้สัญจรโดยสะดวกและปลอดภัยตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะทั่วประเทศ สำหรับบริเวณปากคลองตลาดในช่วงเวลากลางวันมีผู้ค้าในจุดผ่อนผันและนอกจุดผ่อนผันรวมจำนวน 476 ราย มีการตั้งวางจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะทั้งบนทางเท้า ผิวการจราจร และจอดรถทำการค้าขายบนรถ ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด และส่งผลกระทบไปยังบริเวณใกล้เคียง โดยจากการประชุมร่วมกับผู้ค้าเพื่อหาแนวทางการจัดระเบียบพื้นที่ดังกล่าวและลดผลกระทบผู้ค้า ผู้ค้าได้ทำข้อตกลงกับกทม.ว่าตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2559 เป็นต้นไปจะไม่มีผู้ค้าทำการค้าในเวลากลางวัน สำนักงานเขตพระนครจึงได้ดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ยกเลิกการทำการค้า ห้ามตั้งวางจำหน่ายสินค้าบริเวณปากคลองตลาดในเวลากลางวัน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2559 เป็นต้นไป ส่วนเวลากลางคืน กทม.ยังอนุญาตให้ทำการค้าได้ถึง 30 มิ.ย.2559 ระหว่างเวลา 20.30-04.30 น. แต่วันที่ 1 ก.ค.2559 เป็นต้นไปจะต้องไม่มีผู้ค้าทำการค้าบริเวณปากคลองตลาดทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
นายวัลลภ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ กทม.ได้หาสถานที่รองรับเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ค้าไว้หลายจุด อาทิ ตลาดปากคลองตลาด ตลาดยอดพิมาน ตลาดส่งเสริมการเกษตร และตลาดไทย นอกจากนี้ยังมีตลาดซอยสวนผัก 4 ซึ่งมีพื้นที่ 28 ไร่ เป็นอาคาร 3 ชั้น และมีที่จอดรถรองรับ โดยจะไม่เก็บค่าเช่าพื้นที่เป็นเวลา 5 ปี จ่ายเพียงค่าน้ำและค่าไฟตามการใช้งานจริงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ กทม.ต้องขอขอบคุณผู้ค้าที่เข้าใจและให้ความร่วมมือในการจัดระเบียบพื้นที่แห่งนี้ เพื่อคืนทางเท้าให้ประชาชนสามารถใช้ทางเท้าสัญจรไปมาได้โดยสะดวก ขณะเดียวกัน กทม.ได้ร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่เทศกิจ ตำรวจ และทหารร่วมปฏิบัติการควบคุมพื้นที่เพื่อจัดระเบียบผู้ค้าบริเวณปากคลองตลาดช่วงกลางวัน โดยจัดตั้งเต็นท์กองอำนวยการร่วมบริเวณปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า (ลาน ร.1) และเต็นท์ย่อย จำนวน 3 จุด ประกอบด้วย 1.บริเวณปากทางเข้าถนนบ้านหม้อ 2.บริเวณปากทางเข้าตลาดส่งเสริมเกษตรไทย และ 3.บริเวณปากทางเข้าซอยเอ็มไพร์ รวมทั้งจุดสกัด 4 จุด โดยจัดเจ้าหน้าที่ตรึงกำลัง จำนวน 2 ผลัด ผลัดที่ 1 ระหว่างเวลา 04.30-12.30 น. ผลัดที่ 2 ระหว่างเวลา 12.30-20.30 น.



