
ปั้น'ยูนิแพค'ติดชาร์ตสื่อออนไลน์ภารกิจท้าทาย'สรรสฤษฎ์'
ปั้น'ยูนิแพค'ติดชาร์ตสื่อออนไลน์ภารกิจท้าทาย'สรรสฤษฎ์ เรืองพิมพ์กุล' : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยอนัญชนา สาระคู
ตลาดออนไลน์เปิดโอกาสให้แก่ทุกสินค้าและบริการ รวมถึงสินค้าในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร ที่สามารถใช้เป็นช่องทางการขยายฐานลูกค้าให้กว้างมากขึ้น แน่นอนว่า “บริษัท ยูนิแพค เซ็นเตอร์ จำกัด” ซึ่งดำเนินธุรกิจเป็นผู้จำหน่ายสินค้าบรรจุภัณฑ์อาหารครบวงจร ย่อมไม่ทิ้งช่องทางการตลาดที่สำคัญในยุคนี้ ทั้งยังได้ “นักการตลาดยุคใหม่” เข้ามาบริหาร เพียงระยะ 1 ปี มีผลงานออกมาเป็นที่ยอมรับ และจากนี้ตั้งเป้าหมายมียอดขายทางออนไลน์เติบโตเป็นเท่าตัวต่อเนื่องทุกๆ ปี ตลอดจนมุ่งมั่นที่จะให้เป็นช่องทางในการรุกตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) อีกด้วย
“สรรสฤษฎ์ เรืองพิมพ์กุล” ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ยูนิแพค เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้บริหารหนุ่มวัย 25 ปี พ่วงดีกรีปริญญาโท ด้านการตลาดยุคใหม่ กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายที่จะพัฒนาสื่อออนไลน์ให้ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในใจของลูกค้า คือหากคิดถึงร้านขายบรรจุภัณฑ์อาหารออนไลน์ก็ต้องนึกถึงเราก่อนเป็นอันดับแรก โดยอยากให้การขยายตลาดออนไลน์นี้เติบโตไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งแน่นอนว่าเราอยากเห็นเว็บไซต์ยูนิแพค (www.unipakcentershop.com) เป็นศูนย์รวมบรรจุภัณฑ์อาหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และในอาเซียนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังคงต้องปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งเนื้อหาในเว็บไซต์ การเพิ่มไลน์สินค้า และการพัฒนาระบบบริการและการจัดส่งสินค้า เพื่อที่หากลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเพียงชิ้นเดียวทางบริษัทก็ส่งให้ได้ รวมถึงบริการส่งทั่วประเทศด้วย นอกจากนี้ แม้ปัจจุบันจะมีสาขาครอบคลุมอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 6 สาขา ซึ่งเป็นการขายแบบออฟไลน์ที่ทำมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังมองที่จะขยายสาขาไปยังหัวเมืองใหญ่ที่จะให้เป็นศูนย์จำหน่าย และเป็นฮับที่จะกระจายสินค้าออนไลน์อีกด้วย
ทั้งนี้ บริษัท ยูนิแพค เซ็นเตอร์ จำกัด เป็นธุรกิจของครอบครัวที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2541 มีอายุกว่า 10 ปีมาแล้ว โดยเน้นจำหน่ายบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มครบวงจร เป็นบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว ปัจจุบันมีแพค เซ็นเตอร์ สำหรับการขายหน้าร้าน รวมกัน 6 สาขา และยังมีแผนการขยายตลาดไปยังกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะในซีแอลเอ็มวี ที่พบว่ายังใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมกันอยู่มาก จึงเป็นโอกาสสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารของเราที่จะเข้าไปทำตลาดที่ว่านี้ได้ ซึ่งก็จะใช้สื่อการตลาดด้านออนไลน์ในการทำตลาดเพื่อนบ้านเช่นกัน
ขณะที่ตลาดในประเทศ ถือว่ายูนิแพ็คอยู่ในธุรกิจอาหารที่เติบโตสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งในปี 2558 ที่ผ่านมา ธุรกิจร้านอาหารเชน มียอดขายเติบโต 8-9% และร้านอาหารทั่วไปเติบโต 3-7% เพราะปัจจุบันพฤติกรรมในเรื่องการรับประทานอาหารของคนไทยเปลี่ยนไปมาก ทุกคนเน้นความสะดวกสบาย หากไม่ออกไปกินข้าวนอกบ้าน ก็สั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่มาส่งถึงบ้าน หรือซื้อเข้ามากินในบ้าน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหารมียอดขายเติบโตควบคู่ หรือใกล้เคียงไปกับธุรกิจร้านอาหาร
“เราค่อนข้างโชคดีที่อยู่ในธุรกิจที่ไม่ว่าเศรษฐกิจจะขึ้นหรือลงอย่างไร คนก็ยังต้องบริโภคอยู่ และเราเห็นเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมทั้งการเกิดขึ้นของกิจการใหม่ๆ โดยเฉพาะร้านอาหารที่มีร้านใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ด้วยแนวคิดคนรุ่นใหม่ที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ เราจึงคิดว่าเราอยู่ในธุรกิจที่ถูกต้อง” สรรสฤษฎ์ กล่าวและว่า สินค้าของเราเองก็มีหลากหลาย เรียกได้ว่าครบทุกชนิด ทั้ง แก้วกาแฟ กล่องข้าว และยังมีบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากเอสซีจี ให้เป็นผู้จำหน่ายกล่องข้าวที่ทำจากวัสดุกระดาษปลอดภัย สามารถทนความร้อนได้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากชานอ้อย ภายใต้แบรนด์ “FEST”
ทั้งนี้บริษัทมีนโยบายที่จะเป็นผู้นำในด้านสินค้ามาตรฐาน จึงประกาศเลิกขายกล่องโฟมอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเราทำมานานแล้วก่อนที่รัฐบาลจะเดินหน้ารณรงค์ด้วยซ้ำ เพราะรู้ว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคน และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่สินค้าของเราทุกตัวจะได้รับมาตรฐานที่เรียกได้ว่าเป็นฟู้ด เกรด ทั้งหมด เพราะเน้นในเรื่องความปลอดภัย
ปัจจุบันนับเป็นที่น่าดีใจด้วยว่า เริ่มมีกระแสการรณรงค์ในเรื่องนี้กันมากขึ้น เช่น ห้างพาราไดซ์ ซึ่งเรามีสาขาอยู่ที่นั่น ก็ออกมาตรการให้ทั้งตึกเลิกใช้กล่องโฟม หรือแม้แต่สมาคมอาหาร 8 จังหวัด ก็ติดต่อให้เรานำเสนอสินค้าที่ย่อยสลายไปเป็นทางเลือก และบางจังหวัดเราก็เริ่มเห็นป้ายรณรงค์ว่าปลอดกล่องโฟม ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ดี
“มิค” ซึ่งเข้ามาเริ่มทำงานที่บริษัท ยูนิแพค เซ็นเตอร์ เมื่อปี 2558 บอกว่า ถือเป็นงานท้าทายสำหรับตัวเองมาก แต่ก็พยายามที่จะใช้ความรู้ที่เรียนมาให้เต็มที่ เพราะรู้ว่าทางบริษัทเองมีรากฐานที่ดีอยู่แล้ว และเป็นที่รู้จักในตลาดออฟไลน์ คือมีลูกค้าที่วิ่งเข้ามาซื้อสินค้าจากหน้าร้านสาขาที่มีอยู่แล้ว ส่วนทางออนไลน์เรามีเว็บไซต์ ที่เป็นอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นช่องทางตลาดซื้อสินค้าออนไลน์ แต่ก็ยังไม่ได้มีการพัฒนาในจุดนั้น จึงได้รับโจทย์ให้มาคิดว่าจะทำอย่างไร จึงมาลงตัวที่การทำตลาดแบบครบวงจรที่เรียกว่า ออมนิ แชนแนล (omni channel)
“มิค” ขยายความว่า การทำการตลาดสมัยใหม่จะต้องเน้นการตลาดที่ครบวงจร ซึ่งเป็นการเน้นการเชื่อมโยงประสบการณ์ลูกค้าที่ผูกติดกับแบรนด์ของเรา ผ่านช่องทางหลายๆ ช่องทาง จะต่างจากสมัยก่อนที่ลูกค้าจะสัมผัสกับสินค้าแบรนด์ผ่านทางหน้าร้านได้อย่างเดียว แต่ปัจจุบันเราอาจจะใช้หน้าร้านเป็นที่ดูสินค้า ซึ่งลูกค้าอาจจะยังไม่ตัดสินใจซื้อในทันที ก็จะเข้ามาตรวจสอบข้อมูลก่อน ผ่านทางเว็บไซต์ หาข้อมูลดูว่ามีกี่แบบ ใช้วัสดุอะไรบ้าง หรือจะสามารถเข้าไปหาข้อมูลทางคลิปวิดีโอผ่านทางยูทูบ ดูการสาธิตวิธีการใช้ หรือสอบถามเพื่อนบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่างเฟซบุ๊ก เราก็จะมีหลากหลายช่องทางที่ลูกค้าจะหาซื้อสินค้าของเราได้
“คือลูกค้าอยู่ที่ไหนเราจะต้องอยู่ที่นั่น พร้อมที่จะให้ข้อมูลแก่ลูกค้าได้ทุกช่องทาง พร้อมบริการและตอบสนองให้แก่ลูกค้าได้ทุกช่องทาง เพราะหากเราไม่อยู่ในช่องทางที่ลูกค้าอยู่ เราก็อาจจะเสียลูกค้านั้นไป ซึ่งเราจะปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องดักทุกช่องทางการสื่อสารกับลูกค้า เราจึงต้องใช้การตลาดแบบ ออมนิ แชนแนล คือการสื่อสารที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกันกับแบรนด์ ผ่านการโปรโมชั่น การสื่อสาร ที่เราจะต้องอยู่ในทุกช่องทางการสื่อสารนั้น”
ทำให้ปัจจุบันเรามีหลากหลายช่องทางที่สามารถติดต่อกับลูกค้าได้ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ www.unipakcentershop.com, www.roadypack.comFacebook:www.facebook.com/unipakcenter, Instagram: unipakcenter, Line@: @unipakcentershop และยังสามารถติดต่อกับเราทางโทรศัพท์ที่เบอร์ 08-1766-4688 อีกด้วย
ผู้บริหารหนุ่มบอกอีกว่า ในส่วนของกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เรายังต้องปรับปรุงเพิ่มเติม ซึ่งตอนที่เข้ามาทำงานช่วงแรกก็ปรับปรุงเว็บไซต์ ดูว่ามีข้อมูลที่ทันสมัยหรือไม่ ใช้งานสะดวกสบายหรือไม่ และสามารถรองรับกรณีที่มีคนคลิกเข้ามาพร้อมๆ กันจำนวนมากได้หรือไม่ ในส่วนของเนื้อหาก็ปรับปรุงให้มีเนื้อหาที่จูงใจ และสามารถลิงค์เข้าไปดูหน้าต่างๆ ได้ ขณะที่โซเชียลมีเดีย ปัจจุบันถือเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญที่เราสามารถกระจายการรับรู้ของตัวสินค้าไปยังลูกค้าได้ดีที่สุด ซึ่งก็จะต้องสัมพันธ์กันทั้งหมดทุกช่องทาง ทั้งเฟซบุ๊ก อิสตาแกรม และยูทูบ รวมไปถึง “เสิร์ชเอ็นจิ้น” การซื้อโฆษณาทางกูเกิล ออนไลน์ เพื่อเวลาที่ลูกค้าต้องการหาข้อมูลในกูเกิล เมื่อใส่คำว่า กล่องอาหาร หรือแก้วกาแฟ ก็จะมีเราอยู่ในอันดับแรกๆ
เนื่องจากมีการศึกษาออกมาแล้วว่า คนไทยเวลาต้องการหาข้อมูล จะเปรียบเทียบสินค้าเฉพาะ 3 อันดับแรก จะไม่เน้นการเปรียบเทียบที่มากเกินกว่านั้น ซึ่งเราก็ทำเสิร์ชเอ็นจิ้น มาร์เก็ตติ้ง เพื่อให้เราสามารถอยู่อันดับต้นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นแก้วกาแฟ กล่องข้าว กล่องใส่อาหาร ก็ได้ผลมาแล้วว่า ตอนนี้เราเป็นอันดับหนึ่งอยู่ แต่เราก็ต้องปรับปรุง และมอนิเตอร์อยู่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ก็จะมีการทำโปรโมชั่นออนไลน์ ซึ่งจะมีเฉพาะกลุ่มลูกค้าออนไลน์เพื่อสร้างความตื่นเต้น และความพิเศษ เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาสนใจสินค้าออนไลน์ของเราด้วย โดยใช้เครื่องมือโฆษณาออนไลน์มาช่วยในการสื่อสารการทำโปรโมชั่นของเรา ที่จะเปลี่ยนแปลงไปทุกสัปดาห์ เพื่อไม่ให้คนเบื่อ หรือแม้แต่เนื้อหาสาระ ที่จะต้องมีข้อมูลที่เพียงพอใจการจูงใจ ซึ่งตอนนี้เรายังต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ
“มิค” กล่าวว่า หลังจากขยายตลาดออนไลน์มาได้เกือบปีก็พบว่ามีลูกค้ารายใหญ่ก็มาเลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์ และที่สำคัญเรายังได้ลูกค้าใหม่ๆ เข้ามา โดยเฉพาะเป้าหมายที่เป็นรายเล็กๆ และต้องการลูกค้าในกลุ่มนี้จำนวนมาก ซึ่งก็มีเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ โดยตอนนี้มีสมาชิกที่สมัครกับเรามาแล้วหลายพันราย
นอกจากนี้ยังตั้งเป้าหมายภายในระยะ 5 ปี จะเพิ่มไลน์สินค้าให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีจำหน่ายอยู่กว่า 2,000 รายการ ก็จะเพิ่มให้เป็นหลักหมื่นรายการ โดยจะเน้นหาสินค้าแปลกใหม่เข้ามารองรับกับความต้องการตลอดเวลา เช่น สินค้าในกลุ่มพรีเมียม อย่างร้านอาหารบางแห่งอาจจะต้องการกล่องใส่อาหารที่มีความพิเศษขึ้น มีช่องสำหรับใส่ของเพิ่มขึ้น หรือร้านขนมเบเกอรี่ ที่ต้องการกล่องใส่ขนมที่จะมีความแตกต่างจากกล่องทั่วไป ซึ่งการเพิ่มไลน์สินค้าของเราให้มากขั้นนี้ก็เพื่อให้การทำโปรโมชั่นออนไลน์ของเรามีอะไรใหม่ๆ เข้ามาตลอด และมีความน่าตื่นเต้นมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทมีแบรนด์ ยูนิแพค ที่เป็นแบรนด์แม่ และยังมี เฟสต์ ของ เอสซีจี รวมทั้งแบรนด์ใหม่ของบริษัท คือ โรดี้ แพค (Roadypack) เป็นอีกแบรนด์ที่จะเป็นซีรีส์บรรจุภัณฑ์ที่บริษัทออกมาสำหรับผู้ประกอบการ เจ้าของร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มอี หรือร้านอาหารเปิดใหม่ โดยวางตำแหน่งของสินค้าในกลุ่มสินค้าได้มาตรฐานและราคาสมเหตุสมผล เนื่องจากที่ผ่านมาได้ออกสำรวจตลาด และพบปัญหาสองอย่างคือ มีบรรจุภัณฑ์ที่ลดต้นทุนได้จริง แต่ไม่ได้คุณภาพ เช่น กล่องโฟม ราคาถูกก็จริงแต่ไม่ปลอดภัย หรือจะเป็นพลาสติก แต่ก็เกรดไม่ดี หรืออีกปัญหาคือ ของดีมีคุณภาพ แต่ราคาก็สูงเกินไป ไม่ช่วยตอบโจทย์ในการลดต้นทุน
"เราเห็นช่องว่างนี้เลยวางตำแหน่งของ โรดี้แพค ให้เป็นสินค้าคุณภาพดีและราคาสมเหตุสมผล เพื่อช่วยผู้ประกอบการร้านค้าในการลดต้นทุนได้ ซึ่งลูกค้าเป้าหมายของเราก็คือกลุ่มเอสเอ็มอี แต่ก็มีร้านขนาดใหญ่ที่เปลี่ยนมาใช้เช่นกัน เพราะก็ถือว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีราคาถูกช่วยลดต้นทุนในการประกอบการได้ ซึ่งผลตอบรับออกมาดีเกินคาด เป็นเพราะว่าเราจริงใจกับลูกค้าด้วย เพราะเราให้ของดีที่มีคุณภาพจริงๆ ในราคาที่ไม่แพง จับต้องได้จริง”
ปัจจุบันนี้อาจเรียกได้ว่า ยูนิแพ็ค เซ็นเตอร์ เป็นผู้นำบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มครบวงจร เพราะสินค้าที่จำหน่ายมีอยู่หลายพันชนิด โดยในด้านยอดขายออนไลน์เราวางเป้าหมายเติบโตเท่าตัวทุกๆ ปี ซึ่งส่วนตัวแล้วถือว่าได้ทำเต็มที่และภูมิใจกับหลายๆ อย่าง และผลตอบรับออกมาก็ทำให้คิดได้ว่า อย่างน้อยก็มาถูกทาง และโชคดีด้วยที่ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน เพราะเราเป็นคนเข้ามาใหม่มีประสบการณ์น้อย แต่ผู้ใหญ่ก็ให้อิสระในการคิดสร้างสรรค์ด้านออนไลน์ที่เราถนัดอย่างเต็มที่ แต่ก็มีคำแนะนำมาบ้างว่าทำอะไรต้องเป็นขั้นเป็นตอน และเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งการที่ตัวเองเข้ามาใหม่ก็อยากให้เป็นที่ยอมรับของพนักงานทุกคนเหมือนกัน อยากได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ และคิดว่า ถ้าทำให้เห็นว่าเราตั้งใจจริง ทุกคนก็น่าจะเห็นความตั้งใจ
“ผมก็ทำเต็มที่และจะทำเต็มที่ต่อไป เพราะคิดว่ายังมีอะไรที่ต้องทำอีกมาก ปรับปรุงอีกหลายอย่าง และเรายังต้องทำเพื่อพิสูจน์ฝีมือ ที่จะทำให้ผู้ใหญ่ไว้ใจเราได้ ซึ่งเป้าหมายของผมก็อย่างที่บอกว่า จะเติบโตเท่าตัว หรือ 100% ทุกปี เมื่อได้รับความไว้วางใจแล้ว ก็อาจจะได้รับมอบหมายในหน้าที่อื่นๆ ต่อไป แต่เป้าหมายของตัวเองก็คือ อยากทำตรงนี้ให้ดีที่สุดก่อน เพื่อใช้เป็นใบเบิกทาง หรือหากไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่เราตั้งใจ แต่เราก็จะได้ประสบการณ์มาสั่งสอนเรา” มิค กล่าวทิ้งท้าย
“เส้นทางสู่การเป็นนักการตลาดยุคใหม่”
“สรรสฤษฎ์ เรืองพิมพ์กุล” หรือ มิค จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการตลาด จาก Babson College ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า เป็นสถาบันการศึกษาที่สอนเน้นเฉพาะวิชา entrepreneurship คือวิชาที่สอนให้เริ่มสร้างธุรกิจใหม่ด้วยตัวเอง หรือวิชาผู้ประกอบการธุรกิจนั่นเอง จากนั้นได้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ที่คณะ MSc Strategic Marketing (การตลาดยุคใหม่) จาก Imperial College ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
มิคเล่าว่า ในระหว่างที่เรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาดยุคใหม่ที่ลอนดอนนั้น พอจะทราบอยู่แล้วตัวเองจะต้องมาต่อยอดการตลาดออนไลน์ ให้แก่บริษัทยูนิแพค เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว แต่ก่อนหน้าอาจจะยังไม่ทราบ เพราะธุรกิจครอบครัวที่มีค่อนข้างหลากหลาย จึงยังไม่แน่ใจว่าจะลงตรงไหน และพอดีมีพี่ที่รู้จักแนะนำคอร์สนี้ ซึ่งเราสนใจ จึงไปเรียนต่อ และกลับมาทำงานเต็มตัวเมื่อปีที่แล้ว
สำหรับตัวเองมองว่าเป็นคนง่ายๆ และชอบหาความรู้ใส่ตัวอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งเป็นคนชอบรับประทาน ก็ทำให้ได้มีโอกาสสำรวจในเรื่องงานไปในตัวด้วย ทำให้ได้สำรวจร้านอาหารใหม่ๆ ดูเทรนด์บรรจุภัณฑ์ ทำให้คิดว่า งานที่ทำอยู่นี้เหมาะกับเรา
“ตอนนี้บอกได้เลยว่า หลงรักโลกออนไลน์เข้าให้แล้ว จากที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ สมัยก่อนก็จะไปซื้อหนังสือมาอ่าน แต่สมัยนี้พอมีอีบุ๊ก หนังสือออนไลน์ เราก็มาซื้ออีบุ๊ก ทุกอย่างย้ายไปออนไลน์ทั้งหมด ซึ่งก็คิดว่าเราเหมาะกับที่มาอยู่ในจุดนี้เลย และเห็นว่าคนที่เขาประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์ อย่าง แจ๊ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา หรือ ลาซาด้า ที่เขาเป็นมาร์เก็ตเพลสใหญ่ เร และหลายๆ คนวิ่งเข้าไปเสนอนำสินค้าเข้าไปขาย เราก็อยากจะเป็นแบบนั้น”
หนุ่มนักการตลาดขยายความอีกว่า อยากให้คนมองเราเป็นแบบนั้นบ้าง แต่ในแบบที่เป็นศูนย์รวมของสินค้าบรรจุภัณฑ์ทางออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และในละแวกนี้ แต่แน่นอนว่าเราจะต้องมีปัจจัยต่างๆ อีกที่ยังต้องทำต่อ ที่จะทำให้ไปสู่ระดับนั้น สู่การขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในประเทศ และในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย สะดวก การวางตำแหน่งสินค้าให้ชัดเจนและดีขึ้น
“นอกจากนี้ยังมองว่า เทคโนโลยีมีหน้าที่ช่วยลดภาระงานหลังบ้าน หลังร้าน และช่วยย่นระยะเวลาให้คน ดังนั้นถ้าไม่ดีพอก็จะไม่มีประโยชน์” มิค กล่าว



