ข่าว

จับตาก๊อกสอง...สาม...สี่

จับตาก๊อกสอง...สาม...สี่

04 เม.ย. 2559

จับตาก๊อกสอง...สาม...สี่ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

             เปิดออกมาให้เห็นกันอย่างละเอียดแล้วสำหรับร่างรัฐธรรมนูญที่จะนำไปให้ประชาชนลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่สถานการณ์ประเทศไทยไม่ได้อยู่ที่ร่างรัฐธรรมนูญนี้เท่านั้น

             ร่างรัฐธรรมนูญที่ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ที่บอกว่า “ยึดหลักของพุทธทาสภิกขุที่ว่า ประชาธิปไตย ไม่ใช่การมุ่งให้ประชาชนเป็นใหญ่ แต่ต้องมุ่งไปที่ประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ” เป็นเสมือน “ก๊อกแรก” ที่เปิดออกมาเท่านั้น ซึ่งไฮไลท์ของร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาในบทถาวร แต่กลับอยู่ที่ “บทเฉพาะกาล” ที่จะเป็นกติกาในช่วง 5 ปีแรก

             ชัดเจนว่า “บทเฉพาะกาล” ที่ออกมา “ยังไม่สามารถตอบโจทย์” ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในข้อเสนอ 3 ประเด็นล่าสุดของ คสช.ที่อ้างว่ามาจากความเห็นร่วมของแม่น้ำ 4 สาย

             เมื่อ “ก๊อกแรก” จัดการไม่ได้ “ก๊อกสอง” จึงต้องถูกเปิดออกมาเสริม

             “ก๊อกสอง” ที่ว่า คือ “คำถาม” ที่จะถูกนำไปทำประชามติพร้อมการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หรือที่เรียกว่า “คำถามพ่วง” ตอนนี้เริ่มปรากฏเป็นรูปเป็นร่างให้เห็นแล้ว

             ย้อนไปถึงสมัยร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” คำถามพ่วงที่มาแรงและคาดว่าจะถูกนำไปถามคือ “ต้องการให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งหรือไม่” แต่เมื่อร่างรัฐธรรมนูญถูก สปช. (สภาปฏิรูปแห่งชาติ) โหวตคว่ำไปก่อน คำถามพ่วงจึงจบไปด้วย

             ครั้งนี้ “คำถามพ่วง” ที่มาแรง คือ “ในช่วงระยะ 5 ปีแรกหลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ให้นายกฯ ต้องมาจากความเห็นชอบของรัฐสภา” แปลความง่ายๆ คือ ให้ ส.ว.ที่มาจากการสรรหาและเลือกโดย คสช.ร่วมโหวตเลือกนายกฯ ด้วย จากเดิมที่ให้เฉพาะ ส.ส.เป็นผู้โหวตเท่านั้น

             ที่บอกว่าเป็นคำถามที่มาแรง เพราะสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) หนึ่งในแม่น้ำ 5 สาย ลงมติเห็นด้วยกับการตั้งคำถามนั้นแล้ว และส่งต่อไปยังสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ (สนช.) ซึ่งจะประชุมลงมติกันในวันพฤหัสบดีนี้ (7 เมษายน) และมีความเป็นไปได้สูงที่ สนช.จะโหวตเลือกคำถามนี้

             คำถามพ่วง จึงเปรียบเสมือนเป็น “ส่วนเสริม” เติมประเด็นที่ไม่สามารถบรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ โดยหากประชาชนเห็นด้วยกับคำถามพ่วงนี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะต้องมาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้ง เพื่อให้เป็นไปตามคำถามพ่วง

             ที่มานายกฯ คือ 1 ใน 3 คำขอจาก คสช. คือให้ยกเว้นเงื่อนไขเลือกนายกฯ จากบัญชีที่พรรคเสนอชื่อไว้เท่านั้น ซึ่งแม้ กรธ.จะเปิดช่องให้แต่ถ้าพินิจให้ละเอียดจะพบว่าเปิดให้แบบมีเงื่อนไขที่ยากจะเป็นไปได้

              ทั้งนี้ คงจำกันได้ว่า เรื่องให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกฯ นี้ มีมาตั้งแต่ต้น ก่อนที่ คสช.จะส่งข้อเสนอแก้ไขบทเฉพาะกาล 3 ประเด็นไปยัง กรธ. ด้วยซ้ำ ข้อเสนอที่ออกมาตอนนั้นคือ ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมด และมีอำนาจเลือกนายกฯ รวมถึงอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย แต่หลังจากมีกระแสคัดค้าน บวกกับ “นายกฯ ประยุทธ์” ออกมาเบรกว่าไม่เห็นด้วยที่จะให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกฯ เรื่องนี้ก็เงียบไป

             แต่สุดท้ายเรื่องนี้กำลังจะกลับมาโผล่อีกครั้งใน “คำถามพ่วง” ซึ่งหากทำประชามติแล้วประชาชนเห็นด้วยกับการให้ “รัฐสภา” โหวตเลือกนายกฯ กรธ.ก็ต้องไปแก้เรื่องที่มานายกฯ ในบทเฉพาะกาลใหม่ให้เป็นไปตามนี้

             แน่นอนการให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกฯ ในช่วง 5 ปีหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ หมายความว่า ส.ว.ที่มาจากการสรรหาและคัดเลือกโดย คสช.จะเป็น “พรรคใหญ่สุด” ในการลงมติเลือกนายกฯ อย่างน้อย 2 สมัย เพราะสภามีอายุเพียง 4 ปี จึงต้องมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้งในช่วงวุฒิสภาชุดแรกที่มีอายุ 5 ปี

             สำหรับก๊อก 3 อยู่ที่ผลการทำประชามติ หากประชามติไม่ผ่าน คสช.ยังมีตัวเลือกว่าจะให้ประเทศเดินไปทางไหน ซึ่งถึงวันนี้ยังไม่ยอมบอก แต่หากประชามติผ่าน ก็จะยังมีอีกก๊อกเป็นช่วยเสริม คือเรื่องกฎหมายลูก ซึ่ง “วิษณุ เครืองาม” บอกไว้ว่า “มีเซอร์ไพรส์” ถึงแม้ว่าอีกวันจะออกมาแก้ว่า “เซอร์ไพรส์” ที่ว่า คือ ทำกฎหมายลูกเสร็จเร็ว แต่ต้องไม่ลืมว่า ข้อเสนอหนึ่งที่เคยถูกพูดถึงในการทำกฎหมายลูก คือ “เซตซีโร่” พรรคการเมืองทั้งหมด แล้วเริ่มต้นกันใหม่

             จับตา ก๊อกสอง...สาม...สี่ จากนี้ไป!