
ดันกม.ค้าปลีกเข้าครม.ก.ย.นี้
พาณิชย์เร่งยกร่าง ก.ม.ค้าปลีก ค้าส่ง กำหนดปรับปรุง 4 ข้อภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนส่ง "พรทิวา" ดันเข้า ครม.กันยายนนี้ คาดน่าจะบังคับใช้ได้ปี 2553
แหล่งข่าวกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะทำงานยกร่างกฎหมายประกอบธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ซึ่งมีตัวแทนจากภาครัฐ สมาคมค้าปลีกไทย และสมาคมตลาดสด มีมติให้ปรับปรุงเนื้อหา ร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนนำเสนอให้นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พิจารณาและเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผลบังคับใช้ได้ในปี 2553
โดยกำหนดให้ปรับปรุงใน 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1.ประเภทของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่ต้องขออนุญาตในการขยายสาขาทุกครั้ง 2.การกำหนดระยะห่างของห้างค้าปลีก ค้าส่ง และซูเปอร์มาร์เก็ตกับเขตเทศบาลนคร และเทศบาลเมือง พร้อมให้ตั้งคณะกรรมการ 2 ชุดคือคณะกรรมการส่วนกลางทำหน้าที่กำหนดขอบเขต เนื้อหา กฎระเบียบที่บังคับใช้ และคณะกรรมการส่วนจังหวัด ทำหน้าที่ออกใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการ และกำหนดให้เรื่องสิ่งแวดล้อม
3.การส่งเสริมธุรกิจให้ยั่งยืน โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับเนื้อหา ในส่วนการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจค้าปลีกให้สามารถแข่งขันได้ และ 4.ตัวแทนห้างค้าปลีกเสนอให้ปรับลดบทลงโทษ ในส่วนจำคุกให้ลดลงน้อยกว่า 1 ปี ในกรณีที่ไม่ได้ขอใบอนุญาต แต่ให้เพิ่มโทษปรับมากกว่า 1 ล้านบาทแทน
สำหรับการขยายสาขาห้างค้าปลีก ค้าส่ง ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ ตั้งแต่ปี 2548 ถึงเดือน กรกฎาคม 2552 พบว่าห้างเทสโก้ โลตัส ได้เพิ่มสาขามากสุดจากปี 2548 ที่มี 184 แห่ง เป็นปัจจุบัน 633 แห่ง ห้างบิ๊กซี 50 แห่ง เป็น 77 แห่ง ห้างคาร์ฟูร์ 23 แห่ง เป็น 34 แห่ง แม็คโคร 29 แห่งเป็น 42 แห่ง ส่วนท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต 81 แห่ง เป็น 109 แห่ง และเซเว่นอีเลฟเว่น 3,311 แห่ง เป็น 4,943 แห่ง



