
กระบะซิ่งเสยเแท่งแบริเออร์เจ็บระนาว
03 เม.ย. 2559
กระบะชนกัน บนถนนพระราม9 เสียหลักเสยเแท่งแบริเออร์เจ็บระนาว
วันที่ 3 เม.ย.59 เมื่อเวลา 07.00 น. ร.ต.อ.ไชยนุชิต วิสุทธิมรรคกุล รองสว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะชนกัน 2 คันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย ที่บริเวณ ถ.พระราม 9 ฝั่งขาเข้าก่อนถึง รพ.ปิยเวท แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. จึงรีบไปตรวจสอบพร้อม กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.มักกะสัน และมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่นดีแมก สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บห 8531 อุบลราชธานี จอดอยู่ในลักษณะเกยอยู่บนเแท่งแบริเออร์ หันหน้าสวนกับเลนถนน สภาพด้านหน้ารถพังยับกระจกแตกรอบด้าน ใกล้กันพบรถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่น ดีแมก สีขาว ทะเบียน ฒง 4307 กทม. จอดอยู่ริมฟุตบาท ในสภาพกันชนหน้าเสียหายเล็กน้อย ห่างออกไปราว 10 เมตร จากจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรอยเบรคอย่างกระทันหัน และรอยดอกยาง ไถลมาตามแนวถนน ที่บริเวณ เลนกลางและเลนซ้ายสุด นอกจากนี้ยังพบผู้บาดเจ็บที่มากับรถกระบะสีบรอนซ์เทา จำนวน 12 ราย เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.ปิยเวท 8 ราย (1.สมบัติ ตะดุมพันธ์ 38 ปี คนขับ ได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก 2. สุพรรษา นนท์ศิริ 3.จันเพ็ญ สิงหน้า 4.นิตยา ดอกบัว 5.บุษราพร ทองดวยใหม่ 6.หงษ์ทอง แก่นสาร) รพ.เพชรเวช 3 ราย (1.วิไลรัตน์ ชินเชื้อ 33 ปี 2.ปราถนา ทุมเพ็ง 34 ปี 3.บัวพร 33 ปี) และ รพ.เปาโลโชคชัย 1 ราย (วราภรณ์ ศรีแพง )ไปก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบสวน นายอเนชา ทองโสภณ อายุ 28 ปี คนขับรถกระบะสีขาว ให้การว่า ตนขับมาจาก ถ.เลียบทางด่วนรามอินทรา เพื่อจะไปทำงานย่านราชปรารภ โดยก่อนมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุตนอยู่ที่เลนซ้ายสุด ขับที่ความเร็ว 40 กม./ชม. โดยที่ด้านขวาของตนเป็นรถกระบะคันสีบรอนซ์เทา จู่ๆ รถคันดังกล่าวได้แซงและพยายามจะขับเข้ามาตัดเลนซ้าย จังหวะนั้นตนรู้สึกตกใจมากขณะเดียวกันรถคันดังกล่าวเหมือนเบียดเลนไม่พ้นจึงเบรคอย่างกระทันหันก่อนจะหมุนปีนขึ้นฟุตบาท
ด้าน ร.ต.อ.ไชยนุชิต กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบเพียงว่า รถกระบะสีบรอนซ์เทามีคนงานนั่งท้ายรถมาด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านกำลังจะไป รพ.รามาธิบดี และจากการดูที่เกิดเหตุโดยรอบ พบรอยเบรคและรอยยางไถลมาก่อนถึงจุดเกิดเหตุ คาดว่ารถกระบะทั้งคู่น่าจะมาด้วยความเร็ว แต่ทั่งนี้ต้องรอให้คนขับรถกระบะคันสีบรอนซ์รักษาตัวจากอาการบาดเจ็บและสามารถให้การกับเจ้าหน้าที่ได้ โดยหลังจากนี้เรียกคนขับทั้งคู่มาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



