
ผลสอบตร.คดีทายาทอยู่วิทยาประวิงเวลา
02 เม.ย. 2559
พล.ต.อ.พงศพัศ เผยผลสอบตำรวจสน.ทองหล่อทำคดีทายาท อยู่วิทยา พบประวิงเวลา-หลายขั้นตอนไม่ปกติ จ่อชง ผบ.ตร. พิจารณา 5 เม.ย.นี้
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 เมษายน 2559 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงคดี นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ที่ขับรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ พุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผบ.หมู่ ป. สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเดือนกันยายน ปี 2555 แต่พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีกลับปล่อยให้ข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดที่ยื่นฟ้องขาดอายุความ ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. แล้ว ก็ได้สรุปประเด็นที่ได้พูดคุยกันเมื่อครั้งที่ไปตรวจดูที่ สน.ทองหล่อ พร้อมกันว่า อยากจะตรวจสอบประเด็นอะไรบ้าง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ของคณะพนักงานสอบสวนว่า ในการดำเนินการในฐานะที่เป็นพนักงานสอบสวน ได้ทำด้วยความรอบคอบเป็นไปตามระเบียบแบบแผนเกี่ยวกับกระบวนการสอบสวน การรวบรวมพยานหลักฐานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้วางหลักเกณฑ์หรือแนวทางไว้หรือไม่อย่างไร เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ หรือมีลักษณะการกระทำที่เป็นการเอื้อให้กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์หรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ได้มอบให้ พล.ต.ท.สานิตย์ ไปดูในเรื่องอื่นๆที่เป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสาร พยานบุคคล
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า ทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ โดยได้รวบรวมข้อมูล ข้อสังเกต ข้อคิดเห็น หรือความบกพร่องในเบื้องต้น และเสนอรายงานมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว จากนี้จะได้รวบรวมและประมวลจากในส่วนอื่นๆ ซึ่งเป็นความเห็นของคนอื่นที่เกี่ยวข้องแต่อาจจะไม่ได้อยู่ในรายงานของ รรท.ผบช.น. ซึ่งก็มีคนให้ความเห็นมาค่อนข้างเยอะ ให้ข้อมูลที่อาจจะไม่ปรากฏในสำนวนการสอบสวนมาก็อีกส่วนหนึ่ง โดยตนจะประมวลข้อมูลทั้งหมดนำเสนอต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ภายในวันอังคารที่ 5 เม.ย.นี้ หลังจากนั้นก็อยู่ในดุลยพินิจของท่าน ผบ.ตร. ว่า เมื่อท่านได้อ่านรายงานต่างๆแล้วจะมีการดำเนินการ หรือสั่งการอย่างไรต่อไป
"เท่าที่มีการพูดคุยกันในเบื้องต้น พบว่า มีหลายขั้นตอนไม่ปกติ รวมถึงประเด็นที่สังคมสงสัยเกี่ยวกับข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดซึ่งหมดอายุความ ส่วน ผบ.ตร. ก็จะพิจารณาดูว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่จะให้จเรตำรวจแห่งชาติลงไปตรวจสอบจากข้อมูลพื้นฐานที่ทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้นำเรียนขึ้นมา อาจจะมีองค์ประกอบอื่นใดอีกหรือไม่ เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานของพนักงานสอบสวน ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิธีการแนวทางการปฏิบัติ หากพบข้อบกพร่องจะต้องดำเนินการทางวินัย ทางปกครอง อะไรต่างๆเหล่านี้ หรือแม้กระทั่งหากพบความชัดเจนในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็อาจจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย จึงเป็นประเด็นที่เราจะพิจารณาให้ความรอบคอบ และเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งยืนยันว่า ผบ.ตร.ได้พูดไว้ชัดเจนแล้ว ความบกพร่องในการทำสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนไม่ว่าจะเป็นคดีนี้ หรือคดีใดก็ตาม จำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไข"พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จากรายงานแล้วสรุปมีขั้นตอนผิดกระบวนการใดของการสอบสวน พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ก็ขั้นตอนไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ควรจะเป็น ซึ่ง รรท.ผบช.น. ก็ได้แยกแยะมาให้เห็นแล้วว่า มีประเด็นอะไรบ้าง ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าความบกพร่องที่เกิดขึ้นและก็เป็นที่กังขาของสังคม หลังจากที่เราได้ดูรายละเอียดทั้งหมดแล้วก็จำเป็นที่จะต้องชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดให้ประชาชนได้รับทราบ ใครทำผิดก็จะต้องได้รับโทษ หรือถ้าไม่ทำผิดก็ต้องชี้แจงเพื่อทำให้ทุกคนได้สบายใจ ส่วนจะมีการดำเนินการกับพนักงานสอบสวนชุดนี้อย่างไรนั้น ต้องรอหลังจากที่ ผบ.ตร.ได้รับข้อมูลทั้งหมดแล้ว คงจะมีการร่วมกันพิจารณากับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีฝ่ายกฎหมายอยู่แล้ว โดยมีส่วนของจเรตำรวจแห่งชาติอยู่แล้ว ถ้าข้อมูลอะไรที่ไม่สมบูรณ์ ทางจเรตำรวจฯก็อาจจะต้องลงไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม และฝ่ายกฎหมายก็คงจะพิจารณาในองค์รวมว่า การกระทำนั้นบกพร่องระดับไหน อย่างไร หรือขัดต่อตัวบทกฎหมายอันใดหรือไม่ ซึ่งกระบวนลงโทษหลังจากนั้นมีอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนมีการประวิงเวลาใช่หรือไม่ พล.ต.อ.พงศพัศ ตอบว่า อันนั้นก็เป็นประเด็นหนึ่ง ที่สำคัญคือว่าเราต้องพูดคุยกับพนักงานอัยการด้วย เพราะว่ากระบวนการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนก็เริ่มต้นจากตำรวจหรือพนักงานสอบสวน และก็จะมีสำนักงานอัยการ และก็ศาล ฉะนั้นในประเด็นนี้เมื่อกระบวนการยังอยู่ในขั้นตอนของพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวนจะบกอย่างไรนั้น เราคงต้องประสานข้อมูลจากพนักงานอัยการด้วย อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวนที่ทำคดี ซึ่งยังเป็นเพียงแต่ข้อมูลในเบื้องต้นของ รรท.ผบช.น.ที่ได้รวบรวมเสนอมา เนื่องจากท่านก็เป็นพนักงานสอบสวนเก่า ฉะนั้นเมื่อดูสำนวนในเบื้องต้นก็พอจะทราบเป็นเลาๆ ขณะนี้ข้อมูลที่ได้มาก็มีความชัดเจนในระดับหนึ่งแล้ว
‘พงศพัศ’ ตรวจความพร้อมโครงการฝากบ้านกับตร.ช่วงสงกรานต์ ดาราดัง ‘สาวิตรี’ ร่วมฝากด้วย
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 เมษายน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล รอง ผบก.น.4 เดินทางมาตรวจความพร้อมในการดำเนินการตามโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจในช่างเทศกาลสงกรานต์ ที่สน.โชคชัย โดยมี พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โชคชัย สรุปมาตรการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังตามโครงการดังกล่าว โดยในปีนี้พื้นที่สน.โชคชัยมี น.ส.ภัทรภัสส์ ภัทรศิลป์วีรกุล อายุ 34 ปี เจ้าของสตูดิโอคอร์สโยคะ เดินทางมาลงทะเบียนขอเข้าร่วมโครงการเป็นรายแรก
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจในทุกพื้นที่ทั่วประเทศระหว่างวันที่ 12-18 เมษายน 2559 รวม 7 วัน โดยเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนที่เดินทางไปพักผ่อนท่องเที่ยว และจำเป็นต้องปิดบ้านไว้โดยไม่มีคนเฝ้า สามารถเข้าร่วมโครงการโดยฝากบ้านไว้กับตำรวจได้ในทุกพื้นที่ ซึ่งตำรวจจะกำหนดมาตรการในการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะการโจรกรรมทรัพย์สินในเคหะสถาน และขอความร่วมมือจากเพื่อนบ้านในการเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการด้วย
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า สำหรับการเข้าร่วมโครงการเจ้าของบ้านสามารถโทรศัพท์ไปยังสถานีตำรวจท้องที่ที่รับผิดชอบและแสดงความจำนงโดยไม่ต้องเดินทางไปสถานีตำรวจ ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ จากนั้นทุกสถานีตำรวจจะนำข้อมูลการจากบ้านมากำหนดเป็นมาตรการเฝ้าระวัง เพื่อให้บ้านที่เข้าร่วมโครงการได้รับความปลอดภัยสูงสุด โดยใช้แอพพลิเคชั่นไลน์เป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน รวมทั้งเพิ่มความสะดวกในการการติดต่อสื่อสารแบบสองทางกับเจ้าของบ้าน เพื่อให้เจ้าของบ้านแต่ละหลังได้รับทราบถึงผลการดำเนินงานของตำรวจสายตรวจ และคลายความกังวลในระหว่างที่เดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงเทศกาลสงกรานต์
ด้าน นส.ภัทรภัตต์ กล่าวว่า ตนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในเขตพื้นที่สน.โชคชัยได้ประมาณ 6 เดือน ได้ยินเพื่อนๆและคนที่อยู่ใกล้เคียงพูดให้ฟังถึงโครงการดังกล่าว จึงอยากเข้าร่วมด้วย เพื่อจะเดินทางไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดในช่วงสงกรานต์ ซึ่งมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลบ้านและทรัพย์สินได้อย่างแน่นอน
เวลาต่อมา พล.ต.อ.พงศพัศ พร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจสอบความเรียบร้อยที่บ้านเลขที่ 62 ม.อมรพันธ์ ถ.สตรีวิทย์2 แยก 10 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.สาวิตรี สามิภักดิ์ หรือ ต่อง ดารานักแสดงชื่อดัง ซึ่งฝากบ้านไว้ในช่วงเทศกาลทุกปี และได้รับการดูแลสร้างความปลอดภัยในทรัพย์สินของบ้านด้วยดีเสมอมา
น.ส.สาวิตรี กล่าวว่า เข้าโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจแล้วอุ่นใจ มีตำรวจมาตรวจที่บ้านตามเวลาตลอด และมีการพูดคุยส่งภาพกันผ่านไลน์ ทำให้รู้ว่ามีตำรวจมาตรวจจริงๆ ไม่ใช่แค่เข้าร่วมโครงการเพียงอย่างเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ้านในพื้นที่สน.โชคชัย รับฝากบ้านไว้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา มากที่สุด 61 หลัง โดยคาดว่าสงกรานต์ปีนี้จะมีประชาชนเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอีกมาก ส่วนพื้นที่รองลงไป 10 ลำดับ ได้แก่ สน.พระโขนง 57 หลัง สน.ท่าข้าม 47 หลัง สน.ลาดพร้าว 43 หลัง สน.พหลโยธิน 40 หลัง สน.คลองตัน 38 หลัง สน.บางนา 38 หลัง สน.หัวหมาก 38 หลัง สน.โคกคราม 36 หลัง สน.บางเขน 36 หลัง และสน.ดอนเมือง 35 หลัง
สำหรับในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ฝากบ้านไว้กับตำรวจมากที่สุดปีที่ผ่านมา ได้แก่พื้นที่ตำรวจภูธรภาค1 จำนวน 699 หลัง รองลงมาได้แก่ ภาค 3 จำนวน 530 หลัง ภาค 4 จำนวน 418 หลัง ภาค 6 จำนวน 407 หลัง ภาค 2 จำนวน 368 หลัง ภาค 5 จำนวน 301 หลัง ภาค 7 จำนวน 207 หลัง ภาค 8 จำนวน 141 หลัง ภาคใต้จำนวน 63 หลัง และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้(ศชต.) ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้ฝากบ้านไว้ 4 หลัง
ทั้งนี้สำหรับสถิติการรับฝากบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 4,634 หลังเป็นบ้านในเขต กทม. 1,497 หลัง จังหวัดในเขตปริมณฑลซึ่งครอบคลุมพื้นที่ตำรวจภาค 1 ภาค 2 และ ภาค 7 รวม 1,274 หลัง และในต่างจังหวัดอีก 1,864 หลัง



