กองทุนสวัสดิการชุมชน หลักประกันชีวิตมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งสร้างความยั่งยืน
เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ชาตกาล ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วยอึ๊งภากรณ์วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วยอึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ เครือข่ายสวัสดิการชุมชน ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) สำนักนายกรัฐมนตรี สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และมูลนิธิมั่นพัฒนาได้ร่วมกันจัดงานมอบรางวัลองค์กรสวัสดิการชุมชนที่มีธรรมาธิบาลดีเด่นจากสถาบันป๋วยอึ๊งภากรณ์วัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้เพื่อมุ่งหวังกระบวนการสร้างสวัสดิการชุมชนที่สามารถสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตโดยเริ่มต้นจากครอบครัวชุมชนท้องถิ่นของตนเอง เพื่อการพึ่งพาตนเองให้การสร้างชีวิตให้มีความมั่นคง พอเพียง ดำเนินการตามแนวคิด “คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน”ของ ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วยอึ๊งภากรณ์
พรรณทิพย์ เพชรมาก รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนเกิดจากการริเริ่มจากคนในชุมชน เพื่อสร้างหลักประกันในชีวิตให้กับทุกคน ตั้งแต่เกิดจนตาย ปัจจุบัน มีการจัดตั้งขึ้นใน 5,960 ตำบลทั่วประเทศ มีสมาชิกมากกว่า 5.3 ล้านคน
“การมอบรางวัลไม่ได้มุ่งที่การแข่งขัน แต่เพื่อยกย่องกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีการดำเนินงานที่น่าสนใจซึ่งจะเป็นแบบอย่างให้กับกองทุนแห่งอื่นๆ รวมทั้งสร้างการรับรู้แก่สังคมในวงกว้างต่อไป”
แก้ว สังข์ชู ประธานอนุกรรมการสวัสดิการชุมชน กล่าวถึงหลักการของกองทุนสวัสดิการชุมชนว่าคือการพึ่งตนเองและการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของ เพื่อจัดสวัสดิการบนพื้นฐานแนวคิด “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” เป็นสำคัญ
“ทิศทางการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชน คือการยกระดับชุมชนของตนเองให้มีความเข็มแข็ง และสามารถมีการบริหารจัดการตามหลักธรรมมาธิบาลเพื่อจะนำไปสู่ความยั่งยืนในทุกระดับ” นายแก้วกล่าว
ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญาคณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วยอึ๊งภากรณ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ส่งผลกระทบกว้างขวางถึงระดับชุมชน ขณะที่กลไกภาครัฐผูกติดกับกระแสการเมืองซึ่งไม่สามารถดูแลแก้ปัญหาให้กับคนทุกกลุ่ม และบ่อยครั้งมีการใช้งบประมาณไม่เหมาะสม จำเป็นที่ประชาชนต้องยกระดับตนเองเป็นพลเมือง เพื่อติดตามการดำเนินงานของรัฐหากเห็นว่าอาจส่งผลเสียระยะยาวก็ควรท้วงติง แต่การจะทำเช่นนั้นได้ เครือข่ายภาคประชาชนต้องมีความเข้มแข็ง ไม่รอความช่วยเหลือจากรัฐ แต่ต้องเริ่มจากการพึ่งตนเองในชุมชน
“การเติบโตของกองทุนสวัสดิการชุมชนหลายแห่ง เห็นได้ชัดว่าไม่ได้พึ่งพางบประมาณจากภาครัฐ แต่สะสมทุนกันเอง บางครั้งไม่ใช่แค่ทุนที่เป็นตัวเงิน แต่มีทุนทรัพยากรธรรมชาติ ความรู้ ทรัพย์สินอื่นๆในชุมชนและจิตอาสาของคนในชุมชน ที่พร้อมจะให้เวลาในการดูแลช่วยเหลือคนอื่น ซึ่งสวัสดิการหลายแห่งไม่ต้องใช้เงินหรือใช้ไม่มาก และคนนอกทำไม่ได้อย่างแน่นอน”
เรียนรู้สู่การลงมือทำ
กองทุนสวัสดิการชุมชนคือการเสริมสร้างความเข็มแข็งของเครือข่ายและกระบวนการเรียนรู้ของคนในชุมชนเพื่อที่จะสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นให้ดีขึ้น โดยรางวัลกองทุนสวัสดิการชุมชนแบ่งเป็น 7 ประเภท อาทิ ด้านการพัฒนาเด็ก การสร้างครอบครัวอบอุ่น และการดูแลผู้สูงอายุ, ด้านการพัฒนาเยาวชนและการศึกษา เพื่อการเติบโตเป็นคนดีและมีคุณภาพ, ด้านการพัฒนาวัยแรงงาน การประกอบอาชีพสุจริต การพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน เป็นต้น
หนึ่งในกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับรางวัลที่น่าสนใจ อาทิ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลอุโมงค์จังหวัดลำพูน ซึ่งได้รับรางวัลด้านการพัฒนาระบบการบริหารจัดการกองทุนที่ดีและมีธรรมาภิบาล
อรวรรณ ขว้างจิตต์ เลขานุการกองทุนฯ เล่าว่า กองทุนก่อตั้งเมื่อปี 2550 โดยกลุ่มผู้ริเริ่มเห็นว่าในชุมชนมีกลุ่มคนที่ยากลำบาก เช่น คนชรา และคนพิการ ที่ขาดคนดูแล จึงคิดร่วมกันว่า ที่จริงแล้ว ทุกคนควรมีหลักประกันในชีวิต แต่ไม่อยากเป็นการให้เปล่า จึงจัดตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชน ชักชวนให้คนในชุมชนมาสมทบเงินออมวันละ 1 บาท เพื่อจัดสวัสดิการด้านต่างๆ ให้กับสมาชิกเพียงปีแรกมีผู้สมัครเข้าร่วมถึง 5,800 คนจาก 11 หมู่บ้านเข้าร่วม ประกอบกับเทศบาลตำบลอุโมงค์มีการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่น สมทบงบประมาณให้อีก 1 ล้านบาทต่อปี เพื่อนำมาจัดสวัสดิการให้กับคนในชุมชน
เมื่อเห็นว่าเงินที่ต้องดูแลจัดการมีมาก ขณะที่ผู้ริเริ่มจัดตั้งกองทุนล้วนแต่เป็นชาวบ้านไม่มีความรู้ด้านการเงิน จึงไปขอความช่วยเหลือจากสหกรณ์จังหวัดลำพูน ซึ่งให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ทั้งการส่งวิทยากรมาอบรมให้ความรู้ ช่วยจัดวางโครงสร้างและระบบการบริหารจัดการกองทุน รวมถึงการตรวจสอบบัญชีกองทุน ซึ่งเป็นพื้นฐานการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใสตรวจสอบได้มาจนถึงปัจจุบัน
“ตอนนี้เรามีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดลำพูน ทำให้การจัดการเงินสะดวกรวดเร็วขึ้น ใครส่งเงินไม่ถูก กรอกข้อมูลไม่ตรง โปรแกรมจะเด้งออกมาเลย”
แม้กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลอุโมงค์จะตั้งต้นจากผู้ที่ “มีใจ” แต่ขาดทักษะและความรู้ในการทำงาน แต่การเรียนรู้และลงมือทำด้วยตนเองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เลขาฯ กองทุนฯ มองว่า ยิ่งเพิ่มความเข้มแข็งให้กับกองทุนมากขึ้นเป็นลำดับ
“กองทุน” กลไกสร้างสามัคคี
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินงานมากว่า 10 ปี ในการสร้างสวัสดิการชุมชนให้มีการบูรณาการเชื่อมโยงที่หลากหลาย โดยสร้างวัฒนธรรมชุมชนของตนเอง พร้อมน้อมรับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้รับรางวัลด้านผลงานการจัดสวัสดิการชุมชนแบบองค์รวม หลากหลายมิติ สามารถเชื่อมโยง/ บูรณาการทรัพยากรจากหลากหลายแหล่งเพื่อแก้ไขปัญหาของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ศิวโรฒ จิตนิยม ประธานกองทุนฯ กล่าวถึงจำนวนสมาชิกกองทุนจากทั้ง 8 หมู่บ้านว่า เริ่มแรกมี 706 คน ล่าสุด อยู่ที่ 1,303 คนเงินทุนตั้งต้น 40,000 บาท วันนี้เพิ่มเป็น 2.1 ล้านบาท จัดสวัสดิการให้สมาชิกรวม 16 ประเภท ตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บป่วย เสียชีวิต สวัสดิการให้กับผู้นำชุมชน การดูแลสิ่งแวดล้อม ฯลฯ
ความน่าสนใจของกองทุนฯ อยู่ที่การดึงองค์กรเข้าร่วมได้เกือบ 20 องค์กร ทั้งองค์กรชุมชน อาทิ กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน องค์กรภาครัฐในท้องถิ่น ได้แก่ เทศบาลตำบลหนองสาหร่าย รวมทั้งบริษัทเอกชนซึ่งเป็นคนจากภายนอกชุมชนแต่มาประกอบการในพื้นที่อีก 1 แห่ง โดยสมาชิกรายบุคคลสมทบกองทุน 400 บาทต่อปี ขณะที่สมาชิกประเภทองค์กร แบ่งรายรับส่วนที่เป็นกำไรร้อยละ 5-10 เข้ากองทุน เมื่อคิดเป็นสัดส่วนเงินสมทบจากสมาชิกบุคคล ต่อสมาชิกองค์กรอยู่ที่ 80: 20
ประธานกองทุนฯ หนองสาหร่าย บอกว่า ความสำคัญของการมีองค์กรหลากหลายประเภทเข้าร่วม ไม่ใช่อยู่ที่เม็ดเงินที่สมทบเข้ากองทุน เพราะเห็นได้ชัดว่าเงินส่วนใหญ่มาจากสมาชิกที่เป็นชาวบ้าน แต่อยู่ที่การมีส่วนร่วมในการดูแลชุมชนกองทุนจึงเป็นเครื่องมือที่ดึงคนในชุมชนให้มาใส่ใจดูแลซึ่งกันและกัน
“สิ่งที่มากกว่าเงินสมทบคือการที่ทุกคนได้มารับฟังทุกข์สุขของคนในตำบลเดียวกัน และช่วยเหลือกันเท่าที่จะทำได้ เงินอย่างเดียวสร้างสุขภาพไม่ได้ แต่คนนอกป่วยอยู่ที่บ้าน มีคนไปเยี่ยมไปดูแล เขามีกำลังใจอาจหายป่วยเลยก็ได้”ศิวโรฒอธิบายโดยยกตัวอย่างหลักประกันสุขภาพของชาวหนองสาหร่าย
ตัวอย่างของกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับคัดเลือกว่ามีการดำเนินงานที่โดดเด่นและสามารถเป็นแบบอย่างให้กับกองทุนแห่งอื่นๆ ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงการทำงาน ที่อยู่บนพื้นฐานความคิดของการใช้เหตุและผล การพึ่งพาตนเอง การเรียนรู้เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสร้างทักษะใหม่ๆ รวมทั้งยังคำนึงถึงการสร้างหลักประกันความเสี่ยง และความเอื้ออาทรกันในสังคมอีกด้วย



