ข่าว

อธิบดีดีเอสไอตีกัน‘ธัมมชโย’เลื่อนนัดต้องมีเหตุผล

อธิบดีดีเอสไอตีกัน‘ธัมมชโย’เลื่อนนัดต้องมีเหตุผล

31 มี.ค. 2559

อธิบดีดีเอสไอตีกันหาก “ธัมมชโย” ขอเลื่อนเข้าให้การต้องมีเหตุผลที่ฟังขึ้น สั่งเดินหน้าสอบสวนกลุ่มพระเครือข่ายธรรมกายตามรายชื่อผู้รับเช็คสหกรณ์คลองจั่นฯ

            ความคืบหน้ากรณีพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานะผู้ต้องหาเพื่อรับทราบข้อหาสมคบฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจรในคดีรับเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นจำนวน 800 ล้านบาท ซึ่งหลังจากการออกหมายเรียกดังกล่าวปรากฏว่า วัดพระธรรมกายได้แถลงข่าวยืนยันความบริสุทธิ์ของพระธัมมชโยในทันที พร้อมยืนยันว่า ขอพิจารณาหมายเรียกของดีเอสไอว่ามีข้อเท็จจริงเพียงใด

            ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการออกหมายเรียกพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายว่า พนักงานสอบสวนได้ส่งหมายเรียกไปยังพระธัมมชโยเพื่อให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 8 เมษายนนี้ เวลา 09.00 น. แล้ว เบื้องต้นผู้ถูกออกหมายเรียกยังไม่แจ้งเลื่อนนัดเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งกรณีการออกหมายเรียกผู้ต้องหา หากไม่มาตามกำหนดนัดจะมีกระบวนการพิจารณาถึงเหตุจำเป็น แต่โดยทั่วไปสามารถเลื่อนได้ 1 ครั้ง ส่วนข้อกังวลที่อาจอ้างอาการเจ็บป่วยไม่สามารถเดินทางเข้ารับทราบข้อหาตามสถานที่ที่พนักงานสอบสวนกำหนดนั้น เรื่องนี้ผู้ถูกออกหมายเรียกจำเป็นต้องแจ้งข้อขัดข้องให้ชัดเจน เพื่อประกอบการพิจารณาตามขั้นตอน ส่วน น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ หนึ่งในผู้ที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหานั้น พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหาในวันและเวลาเดียวกับพระธัมมชโย

            “ส่วนเส้นทางการเงินของผู้มีชื่อรับเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นอกจากพระธัมมชโยแล้วยังมีเครือข่ายพระลูกวัดพระธรรมกายรายอื่นด้วย ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง” อธิบดีดีเอสไอ กล่าว

            วันเดียวกันทีมโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีออกหมายเรียกพระธัมมชโยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อต่างๆว่า ดีเอสไอได้ออกหมายเรียกพระธัมมชโย ในฐานะผู้ต้องหาในฐานความผิด สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจรนั้น ดีเอสไอขอชี้แจงต่อสาธารณชนในประเด็นดังกล่าวว่า ตามที่ดีเอสไอได้สอบสวนดำเนินคดี กับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก ในความผิดเรื่องยักยอกทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นและข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน มูลค่าความเสียหายกว่า 1.6 หมื่นล้านบาทไปแล้ว และต่อมาพนักงานอัยการได้มีคำแนะนำให้ดีเอสไอพิจารณาดำเนินการกับกลุ่มบุคคลที่ได้รับเงินที่ถูกยักยอกไปจากสหกรณ์ด้วย ซึ่งกรณีดังกล่าวกรมได้แถลงข่าวให้สาธารณชนรับทราบไปก่อนหน้านี้แล้ว

            ต่อมาได้มีผู้เสียหายที่เป็นสมาชิกสหกรณ์คลองจั่นจำนวนหนึ่งเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ที่รับเช็คสหกรณ์ โดยไม่มีมูลหนี้ ซึ่งดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานคดีมาระยะหนึ่ง กระทั่งเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2559 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ร่วมประชุมกับพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาพยานหลักฐาน โดยที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าทางคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอจะแจ้งข้อหานายศุภชัย พระธัมมชโย และน.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร โดยกำหนดวันให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา และให้ถ้อยคำ ที่สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในวันที่ 8 เมษายน เวลา 09.00 น.

            ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ตามที่สำนักผาสุกวณิช ต.คุ้งน้ำวน อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นสำนักที่มีความเกี่ยวข้องต่อวัดพระธรรมกาย จะจัดโครงการตักบาตรสามเณร 1 หมื่นรูป ในวันที่ 9 เมษายนนี้ ที่บริเวณถนนคฑาธร หน้าโรงเรียนดรุณาราชบุรี ทำให้มีกลุ่มคนออกมาคัดค้านเนื่องเกรงว่าจะเกิดเหตุใหญ่ ต่อมา นายธวัช สุระบาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้มีหนังสือถึงหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรภาครัฐ และเอกชน พร้อมทั้งสื่อมวลชนให้ทราบโดยอ้างถึงพระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี ได้พิจรณาแล้วเห็นควรระงับการจัดกิจกรรมพิธีตักบาตรสามเณร 1 หมื่นรูป ในวันเสาร์ที่ 9 เมษายน เวลา 16.00 น.ที่บริเวณถนนคฑาธร หน้าโรงเรียนดรุณาถึงสี่แยกห้างโลตัสราชบุรี ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความสงบสุขของบ้านเมือง เนื่องจากประชาชนบางกลุ่มไม่เห็นด้วยต่อวัดพระธรรมกาย ประกอบกับสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ