ข่าว

ผบช.ภ.1แจงไม่พร้อมมีผู้กำกับหญิง

ผบช.ภ.1แจงไม่พร้อมมีผู้กำกับหญิง

31 มี.ค. 2559

ผบช.ภ.1 ปัดปิดกั้น 'ผู้หญิง' เป็นผู้กำกับ หวั่นความพร้อมในสายงานปกครอง-ประสบการณ์ในสายปราบปราม คดีเบนซ์ชน 2 ศพคืบหน้า 80 เปอร์เซ็นต์ เตรียมแจ้งโทษวินัย 2 นายตร.

 
                    31 มี.ค. 59  เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 กล่าวถึงกรณีการปรับโครงสร้างให้มีผู้กำกับหญิงคนแรกประจำสถานีตำรวจ ว่า ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 นั้น เป็นงานที่เน้นการปราบปราม จู่โจม ระดมกวาดล้าง ส่วนตัวจึงคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะรับหัวหน้างานเป็นผู้หญิงในขณะนี้ เนื่องจากอาจจะยังไม่มีความพร้อมในสายงานปกครอง รวมถึงประสบการณ์ในสายปราบปราม เนื่องจากในพื้นที่ภาค 1 มีพื้นที่ชุมนุมและพื้นที่ขัดแย้งจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ปิดกั้นหรือกีดกันว่าผู้หญิงทำงานไม่ได้ เพียงแต่เล็งเห็นประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก และมองว่าขณะนี้ทางหน่วยงานตนยังไม่พร้อม ซึ่งหากอนาคตทุกอย่างลงตัว ก็อาจจะสามารถเปิดรับได้
 
 
 
คดีเบนซ์ชน 2 ศพ คืบหน้า 80 เปอร์เซ็นต์ เตรียมแจ้งโทษวินัย 2 นายตำรวจ
 
 
                    จากกรณี พ.ต.ท.สมศักดิ์ พลพันขาง สว.(สอบสวน) สภ.พระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันบนถนนพหลโยธิน ขาออก มุ่งหน้าสระบุรี กม.53 หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย จึงไปตรวจสอบพบรถเก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี เจ้าของธุรกิจนำเข้ารถหรู บริษัท ลัคโซติค ออโตโมทีฟ เป็นคนขับ ชนกับรถเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า ที่ไฟลุกไหม้วอดทั้งคัน มีผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกอยู่ภายใน ทราบชื่อภายหลังคือ นายกฤษณะ ถาวร 32 ปี และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย อายุ 34 ปี เป็นนักศึกษาปริญญาโททั้งคู่
 
                    พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี ว่า สอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 30 ปาก ตนกำชับให้ตำรวจทุกนายทำงานตรงไปตรงมา ขณะนี้สำนวนคืบหน้าไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ มั่นใจในพยานหลักฐานว่าสามารถสั่งฟ้องเพื่อเอาผิดกับผู้ก่อเหตุได้ ยืนยัน ไม่หนักใจในการทำงาน ทั้งนี้ในส่วนของคำสั่งโยกย้าย พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ สุขสวัสดิ์ ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา และ พ.ต.ท.สมศักดิ์ พลพันขาง รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.พระอินทร์ราชา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ไปปฏิบัติงานที่ ศปก.ภ 1 นั้น ล่าสุด พ.ต.อ.สุรินทร์ ทับพันบุปผา รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา อยู่ระหว่างทำรายงานชี้แจงมายังตน โดยเบื้องต้นตำรวจทั้ง 2 นายคงไม่ถูกดำเนินคดีทางอาญา แต่จะมีโทษทางวินัยและทางปกครองในเรื่องการบกพร่องการทำงานในกรณีไม่ดูแลใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชา และล่าช้าในการรับเรื่องดำเนินการ คาดว่าผลจะมาเร็วที่สุด