ข่าว

โจรใต้งัดกลยุทธ์เก่าบึ้มเจ้าหน้าที่

โจรใต้งัดกลยุทธ์เก่าบึ้มเจ้าหน้าที่

31 ก.ค. 2552

จากเหตุการณ์คนร้ายยิง นายโกศล-นางผ่องศรี เกษมสุข สองสามีภรรยาชาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี จนเสียชีวิต ในสวนยางพาราริมถนนในหมู่บ้านสายชนบท หมู่ 9 ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ หลังก่อเหตุได้ซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องเอาไว้ใต้ศพของนางผ่อง

 แม้ว่าเจ้าหน้าที่ชุดที่เข้าไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ได้พยายามใช้อุปกรณ์ป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการตัดสัญญาณโทรศัพท์ การตรวจจับสารประกอบระเบิดด้วยเครื่อง จีที 200 แต่กรณีนี้เครื่องจีที 200 ไม่แสดงผลว่ามีสารระเบิด

 การตรวจสอบหลังเกิดเหตุ พบว่าวงจรระเบิดที่คนร้ายนำมาใช้เป็นตัวจุดระเบิด ไม่ได้เป็นวิธีการใหม่ เป็นรูปแบบเก่าที่ใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มานานแล้ว วงจรประเภทนี้ ศัพท์ทางการที่ทีมชุดเก็บกู้ระเบิดเรียกว่า “วงจรควบคุมระเบิด : Switches” ซึ่งสั่งการทำงานระเบิดแสวงเครื่องด้วยการจุดระเบิด แบบยก กด หรือ ดึง จะทำให้ระเบิดทำงาน

 การนำวิธีวางระเบิดรูปแบบใหม่ คือ ใช้วงจรควบคุมการจุดระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา

 แต่สิ่งน่ากังวลใจมากที่สุด คือการใช้วงจรควบคุมการจุดระเบิดแบบผสม คือเป็นการใช้วงจรควบคุมการจุดระเบิดซ้อนกันหลายแบบในระเบิดลูกเดียวกัน เช่น ระเบิดที่ใช้การจุดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ และใช้วงจรควบคุมการระเบิดแบบการยก-ดึง ซ้อนเอาไว้อีกวงจร เพราะหากเจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์ตัดสัญญาณมือถือ ระเบิดก็ยังทำงานได้ในวงจรแบบยก-ดึง ที่คนร้ายทำซ้อนเอาไว้

 การที่คนร้ายหวนกลับมาใช้วิธีแบบดั้งเดิม เพื่อเป็นการย้อนรอยการก่อเหตุได้มากขึ้น

 พ.ท.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก. 24 (โคกโพธิ์-หนองจิก) จ.ปัตตานี ให้เหตุผลว่า คนร้ายพยายามหารูปแบบใหม่ๆ มาก่อเหตุ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างเดียว

  "จากการตรวจสอบพบว่า วงจรระเบิดที่คนร้ายนำมาใช้ครั้งนี้ เป็นการต่อวงจรด้วยระบบไฟฟ้าที่มีขั้วประจุไฟ 2 ขั้ว มีตัวจุดชนวนรอไว้ หากมีการเคลื่อนย้ายศพ หรือสิ่งของที่ตั้งไว้ในรัศมีของระเบิดออกจากพื้นที่ประมาณ 5 วินาทีจะทำให้เกิดการระเบิดทันที" พ.ท.หาญพล กล่าว

 ล่าสุดมีการประสานกองทัพภาคที่ 4 เพื่อขอเครื่องตัดวงจรไฟฟ้าซึ่งสามารถตัดวงจรไฟฟ้าที่อยู่ในรัศมีได้ทุกชนิดเข้ามาใช้ควบคู่กับเครื่องมือที่มีความทันสมัยเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 นอกจากนี้ ยังให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับวัตถุระเบิดให้เร่งสำรวจและศึกษาหาข้อมูลรูปแบบการทำงานของระเบิดแบบเก่าดั้งเดิมชนิดต่างๆ ที่คาดการณ์ว่าคนร้ายอาจเสี่ยงนำมาใช้ก่อเหตุในพื้นที่ได้อีก เพราะเร่งหาทางป้องกันและสกัดกั้นการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ต่อไป

 ขณะที่ พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท. เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ซึ่งใกล้ถึงช่วงเดือนรอมฎอน หรือถือศีลอดของพี่น้องชาวไทยมุสลิมมักจะมีกระแสข่าวแจ้งเตือนจากหน่วยข่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเกาะติดความเคลื่อนไหวและเฝ้าระมัดระวังความรุนแรงตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการคุมเข้มพื้นที่หรือสถานที่สำคัญที่เป็นเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งความรุนแรงมักเกิดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

 ในช่วงเวลาคาบเกี่ยวเดือนรอมฎอนในปี 2551 คนร้ายได้ลอบวางระเบิดที่ จ.สงขลา และ อ.หาดใหญ่ รวม 7 จุด ในคืนวันที่ 2 สิงหาคม ปีนี้จึงจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการคุมเข้มพื้นที่เป้าหมายสำคัญทุกแห่งเพื่อป้องกันการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในช่วงนี้ทุกรูปแบบ

 ส่วนรูปแบบการจุดระเบิดที่คนร้ายใช้มีทั้งวิธีการตั้งเวลาด้วยนาฬิกา การลากสายไฟระยะไกล การจุดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ แต่ที่พบมากที่สุดในปี 2551 คือ วงจรควบคุมการจุดระเบิดด้วยรีโมท และยังพบว่ามีการนำมาใช้อยู่ตลอด ตามสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับปัจจุยหลายๆ อย่าง เช่น สภาพพื้นที่ และสภาพของเป้าหมายที่กลุ่มคนร้ายมุ่งจะกระทำเป็นหลัก

ศูนย์ข่าวภาคใต้