
มวลชนไร้สังกัด
ในการแก้ปัญหาของรัฐบาลเผด็จการทหารเกือบทุกประเทศในโลกนี้มักจะมีกระบวนทัศน์ที่คล้ายคลึงกัน กล่าวคือการใช้หรือสร้างกระบวนการทางอำนาจเป็นคำตอบสุดท้าย ซึ่งหมายถึงการใช้ความรุนแรงเป็นหลักในการจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น คงจะมีหลายประเทศที่สามารถสยบได้อย่า
เสียชีวิตผู้คนพลเมืองของตนเองมากมาย เพื่อสนองกระบวนทัศน์ที่คับแคบของผู้นำบางคนบางพวกเท่านั้น รัฐบาลที่มาทีหลังต้องรับภาระความผิดความชอบที่เกิดขึ้นอย่างปฏิเสธมิได้ มีหลายพื้นที่ที่ความเจ็บปวดทั้งหลายในหมู่ผู้คนต้องคุกรุ่นเป็นไฟที่สุมขอนพร้อมจะลุกโชนได้ทุกเวลาเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย ความสงบสุขที่แท้จริงทั้งฝ่ายรัฐ (กลไกรัฐในระดับปฏิบัติการ) และประชาชนคนทั่วไปยังคงลอยล่องในอวกาศที่ไม่สามารถสัมผัสรสชาติความหวานและหอมกรุ่นแห่งความสงบสันติสุขอย่างแท้จริงได้
เบื้องหลังแห่งการใช้กำลังและความรุนแรงคือความทุกข์ยากของเหยื่อที่มีทั้งการพลัดพราก ความสูญเสียทั้งชีวิตทรัพย์สินและความเสียหายของวิถีความสงบสันติสุขอย่างมากมาย นี่คือสัจธรรมที่เกิดขึ้นบนเวทีโลกแห่งความไม่สงบ แต่ความจริงที่เกิดขึ้นในบางซีกบางคนและบางพวกคือ “การเสพสุขบนกองอำนาจและบารมี” ที่มีผลประโยชน์สารพัดมาตอบแทน จะมีตัวอย่างมากมายในสงครามที่เกิดขึ้นในคาบสมุทรอาหรับ เอเชียกลาง อเมริกาใต้
หรือแม้กระทั่งในบางประเทศของทวีปยุโรป นั่นคือการขยายเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยุทธปัจจัย การมีบริษัทข้ามชาติมากมายที่ไปสูบเลือดเนื้อของทรัพยากรธรรมชาติในประเทศที่มีปัญหาเหล่านั้น อย่างที่เราทั้งหลายทราบดีว่าสงครามที่ยืดเยื้อในอิรักและอัฟกานิสถานคือแหล่งขุดเจาะน้ำมันของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีผู้มีอำนาจในรัฐบาลมหาอำนาจอยู่เบื้องหลังแทบจะทั้งสิ้น คือภาพลวงตาของสงครามการก่อการร้ายที่ถูกปลุกขึ้นมาหลอกลวงชาวโลกและเกือบจะทุกคนต้องมีจิตที่หลอกหลอนตัวเองอยู่ตลอดเวลาในขณะนี้
เคราะห์กรรมซัดสาดไปยังผู้นำประเทศต่างๆ ที่เป็นลิ่วล้อและประเทศเครือข่าย จนต่างฝ่ายต่างตามล่าซึ่งกันและกันอย่างไม่รู้จบไม่รู้สิ้น ผลงานใดที่สามารถสร้างแรงกดดันของฝ่ายตรงข้ามได้นั้นคือสิ่งที่พึงปฏิบัติ และหากสามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้มากส่วนจะยิ่งหาช่องทางในการกระทำให้ได้ผลมากขึ้น กระบวนทัศน์(?)เหล่านี้คือพื้นฐานง่ายๆ ที่ในปัจจุบันถูกดัดแปลงหรือเลียนแบบหรืออาจจะเรียกได้ว่าลอกแบบมาทั้งดุ้นเพื่อมาปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยเช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะยกตัวอย่างกรณีการฝึกอาวุธเพื่อป้องกันตนเอง ? ของประชาชนคนท้องถิ่น ฟังดูเพียงผิวเปลือกคือสิ่งดีงามที่มองว่าประชาชนเป็นใหญ่ในกรอบของประชาธิปไตยที่สามารถจัดการดูแลและกำหนดอนาคตของตนเองได้ แต่เบื้องหน้าเบื้องหลังของพฤติกรรมเหล่านี้คือการสร้างอาณาจักรแห่งอำนาจที่ไร้ขอบเขต เพราะกำลังพลภาคประชาชนบางหมู่บางเหล่าถูกปลูกต้นกล้าแห่งความรุนแรงอย่างต่อเนื่องเป็นกระบวนการและเป็นขั้นเป็นตอนอย่างเป็นระบบ
นับเนื่องตั้งแต่การโหมกระหน่ำเรื่องรักชาติรักแผ่นดิน ความแตกต่างเรื่องวิถีความเชื่อ รากเหง้าเหล่ากอ การก่อการร้าย การแบ่งแยกดินแดน จนต้องมีการปกป้องและป้องกันตนเอง การแจกจ่ายหรือเปิดทางสะดวกในการมีอาวุธสงครามทุกชนิด จนมาถึง ณ จุดหนึ่งในวันนี้คือการเฝ้าดูบรรดาเบ้าหลอมที่ถูกสร้างมาและกำลังปฏิบัติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเองของผู้คนในท้องถิ่นโดยพลังมวลชนไร้สังกัดเหล่านี้ อย่างนี้นะหรือคือพลังประชาชนที่เราต้องการ ?
อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง
โครงการพัฒนาประชาธิปไตยในชุมชนมุสลิม
[email protected]



