
ส่งออกซีแอลเอ็มวีสดใส ด้วยปัจจัยเศรษฐกิจสตรอง
01 เม.ย. 2559
ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ส่งออกซีแอลเอ็มวีสดใส ด้วยปัจจัยเศรษฐกิจสตรอง : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี
ในปี 2558 ที่ผ่านมา มูลค่าส่งออกไทยหดตัวร้อยละ 5.8 ซึ่งเป็นการหดตัวในแทบทุกหมวดสินค้า และในตลาดคู่ค้าสำคัญ อาทิ ยุโรป และจีน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าการส่งออกไปตลาดซีแอลเอ็มวียังคงเติบโตแข็งแกร่งโดยขยายตัวร้อยละ 7.7 ทำให้สัดส่วนการส่งออกของไทยไปยังซีแอลเอ็มวีขยับขึ้นไปที่ร้อยละ 11.0 ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าตลาดจีนและญี่ปุ่น
เมื่อพิจารณาในรายละเอียดจะเห็นได้ว่าประเภทสินค้าที่ไทยส่งออกไปตลาดซีแอลเอ็มวี ร้อยละ 39 เป็นสินค้าสำเร็จรูปประเภทอุปโภคบริโภค ได้แก่ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เสื้อผ้า ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปตลาดอาเซียน-5 และตลาดจีนที่มีสัดส่วนอยู่ร้อยละ 30.5 และร้อยละ 13.7 ตามลำดับ และยิ่งเมื่อพิจารณาด้วยทิศทางการส่งออกในช่วงปี 2556-2558 พบว่าตลาดมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 11.2 ต่อปี เป็นหนึ่งในไม่กี่ตลาดที่สามารถรักษาการขยายตัวในขณะที่ตลาดอื่นๆ กลับชะลอตัวลง
อนึ่ง ความต้องการสินค้าเหล่านี้ผูกโยงกับกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศ หรือขึ้นอยู่กับภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้เป็นสำคัญ ซึ่งขนาดเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศนี้มีสัดส่วนใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยอานิสงส์ของปัจจัยหลัก คือ 1.การเร่งพัฒนาประเทศ ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน 2.กระแสการลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่ไหลเข้ามาในซีแอลเอ็มวีอย่างต่อเนื่อง 3.การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างสมบูรณ์ โดยผลประโยชน์ที่เด่นชัด คือการลดภาษีภายในเขตการค้าเสรี (อาฟต้า) ซึ่งในปี 2558 ภาษีสินค้าในกลุ่มบัญชีลดภาษี (Inclusion List) เกือบทั้งหมดถูกปรับเป็นศูนย์กระตุ้นการค้าระหว่างประเทศ
ศูนย์วิเคราะห์ฯ คาดว่า ปี 2559 ซีแอลเอ็มวีจะยังคงรักษาการเป็นตลาดที่แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางการหดตัวของตลาดอื่นๆ ทั้ง อาเซียน-5 ญี่ปุ่น และยุโรป และมีส่วนช่วยพยุงการส่งออกในภาพรวมไม่ให้หดตัวไปมาก โดยประเมินว่าการส่งออกไปตลาดนี้้จะขยายตัวร้อยละ 6.0 กลุ่มสินค้าที่โดดเด่นมีแนวโน้มเติบโตสูง ได้แก่ เครื่องจักรการเกษตร โดยเฉพาะส่งออกไปตลาดกัมพูชา รถยนต์ส่งออกไปตลาดเวียดนามและลาว วัสดุก่อสร้างและเครื่องดื่ม ส่งออกไปตลาดเมียนมาร์และกัมพูชา เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน กระจายไปทุกประเทศ และสินค้าเกษตร โดยเฉพาะน้ำตาลส่งออกไปเมียนมาร์ และเวียดนาม ส่วนผัก ผลไม้ ส่งออกไปเวียดนาม
ทั้งนี้ ในภาพรวมเวียดนามยังคงเป็นตลาดหลักในกลุ่มซีแอลเอ็มวี โดยมีสัดส่วนร้อยละ 40 ซึ่งในปี 2558 มูลค่าส่งออกขยายตัวร้อยละ 12.9 รองลงมาเป็นกัมพูชา มีสัดส่วนร้อยละ 22 และขยายตัวร้อยละ 9.6
สำหรับแนวโน้มในระยะยาว ตลาดซีแอลเอ็มวีจะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้นเรื่อยๆ จากหลายปัจจัยหนุน ทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูงจากการเป็นแหล่งทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ที่ดึงดูดการลงทุนต่างชาติ การยอมรับในเรื่องมาตรฐานและคุณภาพของสินค้าไทย แผนการพัฒนาเส้นทางขนส่งร่วมกัน รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการพัฒนาการค้าชายแดน
--------------------
(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ส่งออกซีแอลเอ็มวีสดใส ด้วยปัจจัยเศรษฐกิจสตรอง : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี)



