ข่าว

พาณิชย์สั่งข้าวถุงตรึงราคา2เดือนเชื่อหลังรัฐระบายข้าวลดขาดแคลน

พาณิชย์สั่งข้าวถุงตรึงราคา2เดือนเชื่อหลังรัฐระบายข้าวลดขาดแคลน

30 ก.ค. 2552

พาณิชย์ขอผู้ประกอบการข้าวถุงตรึงราคา 2 เดือน หวั่นกระทบจิตวิทยาผู้บริโภค ยอมรับข้าวหอมมะลิขาดตลาด เหตุรัฐบาลไม่ระบายข้าวในสต็อก แต่เชื่อจะคลี่คลายภายในสิงหาคมนี้

 นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าใน เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับผู้ประกอบการข้าวถุงกรณีปรับขึ้นราคาข้าวถุงอีก 10-20 บาทต่อถุง ว่าพบสาเหตุมาจาก 1.ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากราคาข้าวเปลือกที่ปรับราคาสูงขึ้น รวมถึงการขอปรับอัตราส่วนกำไรจากห้างโมเดิร์นเทรดมายังผู้ประกอบการ และ 2.การขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตข้าวสาร เฉพาะข้าวหอมมะลิ อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้อาจส่งผลกระทบทางจิตวิทยาต่อการบริโภคให้ลดลง กรมจึงขอความร่วมมือให้ตรึงราคาข้าวสารถุงเป็นระยะเวลา 2 เดือน คือสิงหาคม-กันยายน

 ทั้งนี้ สถานการณ์ราคาข้าวถุงในปัจจุบัน แม้จะมีการปรับขึ้นแต่ก็ยังไม่ถึงเพดานราคาที่กรม กำหนดไว้ โดยราคาข้าวสารบรรจุถุงขนาด 5 กิโลกรัม มีดังนี้คือ ข้าวหอมมะลิ 100% ราคา180-190 บาทต่อถุง ข้าวหอมปทุมฯ 100% ราคา 170-180 บาทต่อถุง ส่วนข้าวขาว 100% ราคา 140-150 บาทต่อถุง ข้าวขาว 5% ราคา 130-140 บาทต่อถุง และข้าวเหนียว ราคา 90-100 บาทต่อถุง

 ส่วนเรื่องที่สมาคมข้าวถุงยังมีความกังวลคือ วัตถุดิบที่จะขาดแคลนเพราะรัฐบาลยังไม่ระบายข้าวในสต็อกออกมา อย่างไรก็ตามขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดระบายข้าวหอมมะลิผ่านทางตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) ไปแล้วจำนวน 3 แสนตัน และจะมีการเปิดประมูลข้าวหอมมะลิอีกจำนวน 7 หมื่นตันในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ รวมถึงมติในการระบายข้าวเปลือกของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์การขาดแคลนคลี่คลายไปได้ในเดือนสิงหาคมนี้ นอกจากนี้ กรมจะเชิญห้างโมเดิร์นเทรดมาหารือในกรณีการเรียกขึ้นผลกำไรจากผู้ผลิตมาหารือในสัปดาห์หน้า

 ด้านนายสมฤกษ์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า วัตถุดิบที่ขาดแคลนในขณะนี้ คือข้าวหอมมะลิเท่านั้น เนื่องจากเป็นช่วงที่มีความต้องการสูงทั้งภายในและนอกประเทศ รวมถึงการไม่ระบายสต็อกของรัฐบาลทำให้มีปริมาณข้าวในตลาดน้อยและราคาสูง และการระบายผ่านเอเฟทนั้นต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินงาน ซึ่งอยากให้ข้าวในส่วนที่เหลือผู้ประกอบการภายในประเทศสามารถเข้าร่วมประมูลได้ด้วย ไม่อยากให้มีการประมูลเพื่อการส่งออกเพียงอย่างเดียว