
เปิดคำฟ้องคดีอาญา-แพ่งน้ำพริกพันล้านแม่ประนอม-ลูก
เปิดคำฟ้องคดีอาญา-แพ่ง น้ำพริกพันล้านแม่ประนอม-ลูก : เกศินี แตงเขียว
เป็นเรื่องราวที่สังคมไทยกำลังให้ความสนใจอย่างยิ่งหลังจาก “ประนอม แดงสุภา” ผู้ก่อตั้งน้ำพริกเผาแบรนด์ดัง “แม่ประนอม” ที่อยู่คู่คนไทยมากว่าครึ่งศตวรรษ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่า “ศิริพร แดงสุภา” บุตรสาวคนโตและลูกเขยฮุบกิจการที่มีทรัพย์สินกว่าพันล้านด้วยการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทใหม่ทั้งหมด
นอกจากนี้ นางประนอมยังอ้างว่า บุตรสาวคนโตได้ปลอมหนังสือมอบอำนาจโอนที่ดินกองมรดกไปเป็นของตัวเอง ส่งผลให้ตัวเองไม่มีอำนาจใดๆ ในบริษัท และยังต้องออกจากบ้าน ซึ่งที่ผ่านมาได้ฟ้องร้องต่อศาลให้ดำเนินคดีและเรียกคืนทรัพย์สิน
ภาพหญิงสูงวัยเจ้าของน้ำพริกชื่อดังร่ำไห้ต่อหน้าสื่อมวลชนพร้อมฝากคำถามไปถึงบุตรสาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ทำไมถึงทำกับแม่แบบนี้” กลายเป็นประเด็นดราม่าที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง พร้อมการตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่า “เกิดอะไรขึ้น” ทำไมแม่ลูกถึงต้องโกรธเคืองกันจนถึงขั้นต้องขึ้นโรงขึ้นศาล และในฐานะลูกทำไมถึงทำกับผู้เป็นบุพการีได้ถึงขนาดนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเจ้าแม่น้ำพริกชื่อดังไม่มีใครสามารถรู้ถึงต้นเหตุที่แท้จริงว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่ประเด็นข้อพิพาทของแม่ประนอมกับศิริพรบุตรสาวคนโต ได้อยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลแล้ว
คดีอาญา นางประนอม แดงสุภา อายุ 87 ปี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวคนโต, นายสุชาติ ภาษาประเทศ สามีของนายศิริพร และนายกำธร ประยูรสตางค์ เป็นจำเลยที่ 1-3 ต่อศาลจังหวัดนครปฐม ในความผิดเกี่ยวกับเอกสาร, ฉ้อโกงและความผิดต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 267, 268, 137, 341 ประกอบมาตรา 83
โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 1-26 ธันวาคม 2557 จำเลยทั้งที่ 1-3 ร่วมกันปลอมลายมือชื่อโจทก์และหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายศิริชัย สามี ว่ามอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 โอนที่ดิน 9 แปลงให้แก่จำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 3 ได้ไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินจนหลงเชื่อ และดำเนินการโอนที่ดิน 9 แปลง ต.ท่าพระยา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ให้จำเลยที่ 1 ซึ่งการกระทำนั้นทำให้โจทก์และกองมรดกของนายศิริชัย สามี ได้รับความเสียหาย จึงขอให้ลงโทษตามกฎหมาย
อย่างไรก็ดี ภายหลังมีการไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้ว ศาลจังหวัดนครปฐม จึงได้มีคำสั่งวันที่ 16 กันยายน 2558 ให้ประทับรับฟ้องเฉพาะนางศิริพร บุตรสาวคนโตจำเลยที่ 1 และนายกำธร จำเลยที่ 3 เฉพาะความผิดฐานผู้ใดทำเอกสารปลอมหรือแก้ไขตัดทอนหรือประทับตราปลอมโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน มาตรา 264, ผู้ใดปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ มาตรา 265, ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารปลอม มาตรา 268 และผู้ใดทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริง มาตรา 341
แต่ความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 267 และความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 ความผิดทั้งสอง รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงไม่อาจฟ้องจำเลยทั้งสาม ในความผิดทั้งสองฐานนี้ได้ จึงให้ประทับรับฟ้องเฉพาะมาตรา 264, 265, 268 และ 341
ส่วนนายสุชาติ จำเลยที่ 2 ทางไต่สวนของโจทก์ไม่ปรากฏว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 และ 3 กระทำผิดตามฟ้องจึงให้ยกฟ้อง แต่ภายหลังนางประนอม โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ซึ่งเบื้องต้นศาลวินิจฉัยเห็นว่าโจทก์ได้มอบอำนาจจึงอนุญาตให้ถอนฟ้อง แต่ต่อมานางประนอมโจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลใหม่ว่า ไม่ได้ถอนฟ้องโดยสมัครใจ ศาลจึงนัดไต่สวนกรณีดังกล่าวในวันที่ 4 เมษายนนี้
นอกจากนี้ ยังมี "คดีแพ่ง" ที่นางประนอม และ น.ส.ศิริวัลย์ แดงสุภา อายุ 53 ปี บุตรสาวคนที่ 2 ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางศิริพร บุตรสาวคนโต และนายสุชาติ สามีของนางศิริพร เป็นจำเลยที่ 1-2 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน ความผิดเรื่องเพิกถอนนิติกรรม ถือกรรมสิทธิ์แทนโดยคืนทรัพย์ และเรียกค่าเสียหายทุนทรัพย์รวม 561,950,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ 31 มีนาคม 2558 ซึ่งถัดจากวันฟ้องคดี รวมทั้งขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดิน ต.หลักสอง อ.ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานบริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาแม่ประนอม จำกัด ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของนางประนอมและนายศิริชัย สามี และให้จำเลยทั้งที่ 1-2 โอนหุ้นบริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาแม่ประนอม จำกัด คืนแก่โจทก์ที่ 1-2 และกองมรดกของนายศิริชัย สามีด้วย
โจทก์ ยื่นฟ้องระบุว่า ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง นางประนอม โจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายศิริชัยสามี กระทั่งเมื่อเดือนมีนาคม 58 โจทก์ที่ 1 ไม่ไว้วางใจพฤติกรรมของจำเลยที่ ส่อในทางจะฉ้อโกงจึงให้ทนายตรวจสอบทรัพย์กองมรดกทั้งหมด ต่อมาพบว่าจำเลยทั้งสอง ร่วมกันปลอมเอกสารหนังสือมอบอำนาจโจทก์เพื่อโอนที่ดิน 11 แปลงในจังหวัดนครปฐม และที่ดินเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ที่เป็นทรัพย์กองมรดกไปเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์ได้ดำเนินคดีกับจำเลยทั้ง สองและผู้เกี่ยวข้องต่อศาลจังหวัดนครปฐม ซึ่งโจทก์ไม่มีเจตนาจะโอนที่ดินให้จำเลยที่ 1 แต่อย่างใด เพราะจะแบ่งทรัพย์สินให้แก่ทายาทกองมรดกทุกคน และยังพบว่าจำเลยที่ 1 ในฐานะกรรมการบริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาแม่ประนอม ยังได้เปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัททั้งหมด โดยตัดชื่อนายศิริชัย แดงสุภา สามีโจทก์ที่ 1 และชื่อของโจทก์ทั้งสองออกจากผู้ถือหุ้น แล้วใส่ชื่อจำเลยที่ 2 กับบุตรของจำเลยทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นแทน ทั้งที่โจทก์ทั้งสองและนายศิริชัย ไม่เคยโอนหุ้นบริษัทให้แก่จำเลยที่ 2 และบุตร ดังนั้นจำเลยทั้งสอง จึงมีหน้าที่โอนหุ้นคืนให้กองมรดก และโจทก์ทั้งสอง รวม 38,550 หุ้น
ทั้งนี้ ศาลจังหวัดตลิ่งชัน รับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ 558/2558 ซึ่งคดีมีการนัดไต่สวนคำร้องที่ นางประนอม โจทก์ที่ 1 ได้ขอเพิกถอนการถอนฟ้องคดีนี้เนื่องจากอ้างว่าไม่ได้ถอนฟ้องโดยสมัครใจ ซึ่งศาลนัดไต่สวนวันที่ 11 เมษายนนี้



