ข่าว

เปิดมาตรการป้องกันช้างป่าเสี่ยงเผชิญหน้า-ทำร้ายคน

เปิดมาตรการป้องกันช้างป่าเสี่ยงเผชิญหน้า-ทำร้ายคน

29 มี.ค. 2559

เปิดมาตรการป้องกันช้างป่าเสี่ยงเผชิญหน้า-ทำร้ายคน : ธนภัท กิจจาโกศลรายงาน

            กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช สำรวจพบมีช้างป่า 3,000-3,500 ตัว ถูกบุกรุกพื้นที่หากินจนต้องออกจากป่ารุกพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน โดยเฉพาะเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน พื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี มีชาวบ้านเสียชีวิตเพราะช้างมากที่สุดถึง 11 ราย เฉพาะต้นปี 2559 เสียชีวิตแล้ว 2 ราย ส่วนเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าคลองเครือหวาย ปีเดียวเสียชีวิต 4 ราย จนต้องแก้ปัญหาเร่งด่วนช้างป่ากับคน

            “เตือนใจ นุชดำรงค์” ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงปัญหากรณีช้างป่าออกมาบุกรุกพื้นที่ทำกินและทำร้ายประชาชนในช่วงที่ผ่านมาว่า ตัวเลขตรวจสอบช้างป่าที่กระจายอยู่ในป่าอนุรักษ์ จำนวน 68 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 38 แห่ง อาทิ แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี, เขาชะเมา จ.ระยอง, กุยบุรี จ.ประจวบคีรขันธ์, ทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก, ใต้ร่มเย็น จ.สุราษฎร์ธานี เป็นต้น และพื้นที่เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า 30 แห่ง อาทิ เขาอ่างฤาไน ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เขาสอยดาว จ.จันทบุรี, ภูหลวง จ.เลย, ดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์, ซับลังกา จ.ลพบุรี, ควนแม่ยาย จ.ระนอง, ภูวัว จ.บึงกาฬ และลุ่มน้ำปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นต้น พบว่ามีประชากรช้างอยู่ทั้่งหมดประมาณ 3,000-3,500 ตัว

            สาเหตุการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างป่า มาจากพื้นที่หากิน แหล่งที่อยู่อาศัยของช้างป่า ถูกรบกวนจากมนุษย์ แหล่งอาหาร แหล่งน้ำ ไม่เพียงพอ รวมทั้งช้างป่าต้องการหาแหล่งอาหารหรือย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย เพื่อสร้างกลุ่มประชากรใหม่ตามธรรมชาติ จนก่อให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกันจนชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนช้างป่าก็ถูกทำร้ายและถูกฆ่าด้วยเช่นกัน รวมทั้งอุปกรณ์การเกษตรของชาวบ้านมักถูกช้างทำลายเสียหาย โดยพบว่าช่วงระหว่างปี 2551-2556 เขาอ่างฤาไนมีราษฎรเสียชีวิต 9 ราย บาดเจ็บ 6 ราย มีช้างเสียล้ม 4 ตัว ซึ่งไม่รวมตัวเลขผู้เสียชีวิตในช่วงต้นปี 2559 ที่ผ่านมาอีก 2 ราย ดังนั้นรวมผู้เสียชีวิตในพื้นที่เขาอ่างฤาไนจึงมีประมาณ 11 ราย

            เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2559 มีช้างป่าบุกเข้าไปไล่เหยียบชาวบ้านจนเสียชีวิตในไร่ท้ายหมู่บ้าน ใกล้กับแนวเขตป่าสงวน หรือป่ากันชนของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ทำให้ชาวบ้านเสียชีวิตคาที่ 1 ราย หลังจากนั้นช่วงปลายเดือนเดียวกันก็มีฝูงช้างบุกไร่มันสำปะหลังของชาวบ้าน และพังกระท่อมเฝ้าไร่เสียหาย และล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ไพรจิตร มุขจีน อายุ 40 ปี พนักงานราชการของสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทรา ถูกช้างแม่ลูกอ่อนทำร้ายไล่กระทืบและเหยียบจนเสียชีวิต ระหว่างดำเนินการต้อนช้างกลับคืนสู่ป่า ส่วนพื้นที่อื่นๆ เช่น คลองเครือหวาย ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีราษฎรเสียชีวิตจากช้างป่า 4 ราย บาดเจ็บ 2 ราย เป็นต้น

            อย่างไรก็ตาม กรมอุทยานฯ พยายามแก้ปัญหาด้วยการออกมาตรการเร่งด่วน โดยนอกพื้นที่ป่าให้เจ้าหน้าที่ ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามตัวช้างป่าหรือโขลงช้างป่าที่สร้างปัญหา เพื่อให้ทราบถึงจุดที่อยู่ การเคลื่อนที่ในปัจจุบัน และแจ้งข่าวเตือนภัย รวมทั้งร่วมกันผลักดันช้างป่ากลับเข้าสู่พื้นที่ป่า และจัดชุดประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจถึงพฤติกรรมของช้างป่าและการปฏิบัติตัว เพื่อเอาตัวรอดจากอันตรายจากช้างป่า

            ส่วนในพื้นที่ป่าให้ติดตามการเคลื่อนย้ายเส้นทางเดินหากินของช้างป่าในพื้นที่ เพื่อให้ทราบเส้นทางที่สัตว์ป่าจะออกหรือมีความเสี่ยงที่จะออกไปนอกพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า และป้องกันไม่ให้ช้างป่าหรือสัตว์ป่าออกไปนอกพื้นที่ โดยการไล่ต้อน สร้างสิ่งกีดขวาง ปรับปรุงซ่อมแซมรั้วไฟฟ้าเดิม สร้างสิ่งกีดขวางขึ้นใหม่ เฉพาะช่องทางหรือพื้นที่ที่มีแนวโน้มและความเสี่ยงสูงที่ช้างป่าจะออกไป รวมทั้งปรับปรุงแหล่งน้ำแหล่งอาหารในพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ในพื้นที่วิกฤติอาจมีการสร้างแหล่งน้ำเพิ่มขึ้น

            ขณะที่มาตรการระยะยาว นอกพื้นที่ป่าก็ให้มีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ ในการป้องกันตนเองจากอันตรายจากช้างป่าและให้ชาวบ้านสร้างสิ่งกีดขวางป้องกันพื้นที่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย ตลอดจนให้มีการแจ้งข่าวและเตือนภัยจากช้างป่า เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมและประกอบอาชีพตามปกติได้

            “ที่สำคัญจะมีการศึกษาวิจัย ติดตามการเปลี่ยนแปลงของประชากรช้างป่าและให้ราษฎรได้รับทราบและเรียนรู้ในการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง และการอยู่ร่วมกัน รวมทั้งจัดหารายได้ เพื่อเพิ่มกองทุนช่วยเหลือช้างป่าแห่งประเทศไทย เพื่อให้จ่ายค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ครอบคลุมถึงชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรด้วย” เตือนใจ ระบุ และว่า นอกจากนี้ให้จัดสร้างแนวเชื่อมต่อป่า ทั้งลักษณะป่ากับป่าหรือป่ากับพื้นที่อยู่อาศัยและทำกินของราษฎรด้วย

            สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า ต้องมีการเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ป่าในการรองรับจำนวนช้างให้มากขึ้น และต้องมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในการควบคุมดูแลและเฝ้าระวังช้างป่า ตลอดจนมีนโยบายที่เกี่ยวกับกิจกรรมของพื้นที่อนุรักษ์และชุมชน ไม่ให้ส่งผลต่อการเพิ่มผลกระทบจากช้างป่า หรือส่งเสริมให้ช้างเข้ามาใกล้พื้นที่เกษตรกรรม เช่น ไม่ให้มีการทำแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และแหล่งโป่งใกล้พื้นที่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยของราษฎร ที่สำคัญต้องใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการป้องกันการบุกรุกป่า

            “สร้างทีมงานระยะยาวในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาช้างร่วมกับชุมชน การอำนวยความสะดวกให้มีการเก็บข้อมูล สถานที่ประชุม จัดให้มีเวทีในการพูดคุยของแต่ละชุมชนในการแก้ปัญหาช้าง เป็นเจ้าภาพร่วมพูดคุย ทีมงานประกอบด้วย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ และเอ็นจีโอในพื้นที่ เพื่อพัฒนาการทำงานให้สอดคล้องในการอยู่ร่วมกับช้างป่า”

            ขณะที่ “อยู่ เสนาธรรม” ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ภาคตะวันออก 4 จังหวัดตอนล่าง ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และตราด กล่าวถึงปัญหานี้ว่า ได้สั่งพักแผนการต้อนช้างกลับป่าเดิมไว้ทั้งหมดแล้ว แต่ยังคงให้เจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังเหมือนเดิม ซึ่งพบว่าช้างป่าในพื้นที่ดูแลออกมาจากป่ารวม 385 ตัว ที่ ท่าใหม่ แก่งหางแมว เขาคิชฌกุฏ คลองแก้ว แพหวาย ซึ่งมากที่สุดพบเป็นฝูงใหญ่ในพื้นที่แก่งหางแมว ปัจจุบันต้องใช้เจ้าหน้าที่ 110 คน คอยดูแลเฝ้าระวังช้างตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น.

            “จุดแก่งหางแมวมีช้างถึง 70 ตัว ใช้เจ้าหน้าที่แค่ 10 คน ในการดูแล โดยกันชาวบ้านออกไปแค่เป็นกองหนุน เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น หลังเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านเสียชีวิตไปหลายคน สำหรับแนวทางแก้ไขช้างป่าได้จัดทำแผนและทำเป็นคู่มือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด รวมทั้งขอความร่วมมือชาวบ้านเป็นกองหนุน พร้อมจัดทำคูกันช้างเพิ่ม ซึ่งก็มีพังและทำเพิ่มเรื่อยมา บางพื้นที่ทำเป็นแนวกั้นคล้ายเพนียด รวมทั้งทำรั้วควบคุมช้างป่าด้วยไฟฟ้า จากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อบีบให้ช้างค่อยๆ กลับเข้าป่า ส่วนการแจ้งเตือนชาวบ้านและประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจก็ทำไปพร้อมๆ กัน คาดว่าจะบรรเทาปัญหาเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างป่าได้บ้าง” ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กล่าว

            ดังนั้นแนวทางข้างต้นนี้อาจมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาการเผชิญหน้ากันระหว่างคนกับช้างป่าได้ระดับหนึ่ง แต่ปัจจัยสำคัญที่ช้างป่าพยายามออกมาจากป่าเพื่อหาอาหาร เพราะความไม่สมดุลกันระหว่างอาหารในป่ามีน้อยพร้อมกับจำนวนป่าไม้ที่เหลือน้อยลงเรื่อยๆ และตราบใดที่คนและช้างป่ายังอาศัยและหากินอยู่ในพื้นที่ใช้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ทุกวิธีการที่ดำเนินการจะเป็นเพียงแนวทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เพราะสภาพขณะนี้กลายเป็นเรื่องของลิ้นกับฟันที่ต้องกระทบกระทั่งบ้างเป็นธรรมดา

            นอกจากจะพลิกโฉมการแก้ไขปัญหาเพื่ออนาคต ด้วยการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ นั่นคือการคืนผืนป่าหรือพื้นที่ที่คนบุกรุกให้กลับไปเป็นป่าเช่นเดิม!