ข่าว

สอนน้องเอาตัวรอดภัยสังคม

สอนน้องเอาตัวรอดภัยสังคม

30 มี.ค. 2559

ไลฟ์สไตล์ : สอนน้องเอาตัวรอดภัยสังคม

 
      จากรายงานของสหประชาชาติ ระบุว่า 35 เปอร์เซ็นต์หรือกว่า 1 ใน 3 ของผู้หญิงทั่วโลก เคยถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากศูนย์พึ่งได้ กระทรวงสาธารณสุข ชี้ว่ามีผู้หญิงและเด็กถูกทำร้ายถึงขั้นบาดเจ็บ ต้องเข้ารับการรักษาถึง 87 คนต่อวัน ที่น่าตกใจคือทุกชั่วโมงจะมีเด็กและสตรีถูกกระทำความรุนแรงถึง 4 ราย สะท้อนว่าเด็ก สตรี โดยเฉพาะเด็กหญิงกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงได้ตลอดเวลา แม้ไม่อาจหยุดสถานการณ์นี้ได้โดยเด็ดขาด แต่หากช่วยบรรเทาจากหนักเป็นเบาก็นับว่าดีกว่านิ่งเฉย บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” นำโดย พจนีย์พร ชำนาญภักดี ผู้อำนวยการ-ทรัพยากรบุคคล จึงประสานมือ “กองร้อยน้ำหวาน” จัดกิจกรรม “เคทีซีสอนน้องวัยใส ป้องกันภัย ป้องกันตัว” ในสถานสงเคราะห์เด็กหญิง บ้านราชวิถี เพื่อให้มีทักษะการป้องกันตัวเองจากภัยสังคมรอบตัว   
 
      พ.ต.ท.ศรายุทธ อนุณฉาย ผู้บังคับการ กองร้อยปราบจราจลหญิง สังกัดกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน เผยว่าตำรวจหญิงสังกัดกองร้อยน้ำหวานทั้ง 15 นายที่มาเป็นครูฝึกให้กับน้องๆ วันนี้ล้วนมีประสบการณ์และผ่านการฝึกปฏิบัติหน้าที่ในการอารักขาและควบคุมฝูงชน เจรจาต่อรอง จับกุมคนร้าย ไปจนถึงป้องกันตัว ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ตามหลักสากลของสหประชาชาติ วันนี้ได้เลือกท่าฝึกที่เข้าใจง่ายมาสอนน้องๆ เนื่องจากเวลามีจำกัด หากจะเรียนจริงจังคงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน สำหรับท่าง่ายๆ ก็อย่างกรณีถูกจับหรือล็อคมือจะแก้สถานการณ์อย่างไร อย่างน้อยๆ ให้เด็กรู้วิธีเบื้องต้น รวมถึงการแนะนำวิธีหลบเลี่ยงภัยที่จะเกิดกับตัวเอง เช่น ไม่ไปในจุดเสี่ยง การแต่งตัวมิดชิด ไม่สวมเครื่องประดับราคาแพง หรือมัวแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ ต้องระวังตัวก่อนและเมื่อเกิดเหตุต้องรีบแจ้งความ  
 
 
สอนน้องเอาตัวรอดภัยสังคม
 
 
      จากนั้นได้เวลาสาธิตโดย ส.ต.ต.หญิง ปิณฑิรา บุญชู ตัวแทนกองร้อยน้ำหวาน บรรยายว่า สถานการณ์ที่สาธิตวันนี้มักเกิดขึ้นในสังคม คนถูกทำร้ายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เน้นท่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สอนน้องๆ ให้คุ้นเคยเมื่อเผชิญเหตุจริงจะได้แก้ไขอย่างถูกต้อง เริ่มจากเมื่อมีคนร้ายเข้ามากระชากมือข้างเดียวกัน ให้ตั้งสติอย่ากระชากสวนเพราะจะทำให้ยิ่งถูกจับแน่น จากนั้นเบี่ยงเบนความสนใจคนร้าย ก่อนจะใช้แขนอีกข้างทุบไปที่หน้าคนร้าย แล้วตีเข่าที่เป้าคนร้าย มือหลุดแล้วให้รีบวิ่งหนีหรือร้องให้คนช่วย ส่วนกรณีคนร้ายเข้ามาจับแขนทั้งสองข้าง ให้เอื้อมมือของเราหักจากด้านนอกเข้ามาอย่างแรงจนหลุด ใช้เท้าถีบคนร้ายให้ไกลตัว แล้ววิ่งหนี กรณีคนร้ายเข้ามากอดจากด้านหลังให้เกร็งแขนออกแล้วลอดตัวออกมาทางด้านข้าง ใช้แขนดันคนร้ายให้ล้มลง ถ้าคนร้ายมีอาวุธมีดจี้ด้านหลัง ให้ยกมือยอมเหมือนไม่คิดสู้ ชวนคุยไปเรื่อยประวิงเวลา สบจังหวะให้เอี้ยวตัวไปทางมือที่คนร้ายถือมีด ใช้แขนงัดมือคนร้ายเพื่อดันมีดออกจากตัวก่อนจะบิดมือคนร้ายให้มีดหลุดจากมือรีบหยิบมีดแล้ววิ่งหนีไป เป็นต้น ย้ำว่าไม่แนะนำให้ต่อสู้แต่พยายามให้ตัวเราหลุดจากการล็อกหรือถูกจี้ ทั้งนี้หากคนร้ายประสงต่อทรัพย์สินก็ควรสละไปเพื่อรักษาชีวิต
 
      หลังจากชมการสาธิตและได้ลองลงมือฝึกฝน “น้องหน่อย” วัย 18 ปี บอกว่า ทุกวันนี้ภัยสามารถเกิดได้ทุกเวลา ถ้ารู้วิธิป้องกันหรือหลบเลี่ยงก็จะดีต่อตัวเอง คิดว่าความรู้ที่ได้ในวันนี้น่าจะช่วยเอาตัวรอดได้ แต่ก็ต้องฝึกบ่อยๆ ให้ชำนาน ขณะที่ “น้องจอย” อายุ 21 ปี เผยว่าเคยเรียนวิธีป้องกันตัวเองมาบ้างแต่ไม่ละเอียดมาก โดยเฉพาะวิธีป้องกันการถูกข่มขืนวันนี้ได้ความรู้มากขึ้น ดีใจที่พี่ๆ แนะนำอย่างใกล้ชิดรวมถึงวิธีการแบบใหม่ๆ สำคัญที่สุดคือการตั้งสติให้ได้เมื่อภัยมาถึง