ข่าว

‘ปนัดดา’รับเป็นกาวใจ‘แม่ประนอม-ลูกสาว’

‘ปนัดดา’รับเป็นกาวใจ‘แม่ประนอม-ลูกสาว’

28 มี.ค. 2559

ม.ล.ปนัดดารับเป็นกาวใจ “แม่ประนอม-ลูกสาว” สั่งจนท.ประสานมาพูดคุยที่ศูนย์บริการประชาชน แต่ขอให้มาด้วยความสมัครใจ

           เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่อาสาเป็นกาวใจให้นางประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งธุรกิจน้ำพริกเผาแม่ประนอมชื่อดัง กับลูกสาวคนโตว่า หลังจากที่นางประนอมเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนที่ศูนย์บริการประชาชนของรัฐบาลเพื่อขอความเป็นธรรมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้ว ตนก็ได้รับทราบรายงานแล้ว และทางศูนย์บริการก็มีความยินดีหากจะช่วยพูดคุยได้แต่เรื่องที่สำคัญ คือเป็นเรื่องระหว่างสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน จึงต้องการให้เป็นเรื่องของคุณแม่ประนอมกับลูกสาวของท่านให้ได้ตกลงกันในชั้นต้น และมาพูดคุยกันที่ศูนย์บริการประชาชนก็เป็นความยินดีหากจะเกิดภาพดังกล่าวนั้นขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งสองคนจะต้องมาด้วยความสมัครใจ ซึ่งขณะนี้ตนได้ให้เจ้าหน้าที่ประสานงานในส่วนดังกล่าวอยู่ หากมีความคืบหน้าตนจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป

 

รอศาลนครปฐม-ตลิ่งชันนัดไต่สวนเม.ย.นี้
 

            นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนางประนอมได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมว่า หาก นางประนอม เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมของศาล สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนมาที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้ ซึ่งศาลยินดีจะตรวจสอบให้ทุกกรณี ส่วนที่นางประนอม ได้ร้องเรียนไปยังสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วหากมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษา ตามขั้นตอนทางสำนักงานปลัดนายกฯ จะต้องส่งเรื่องมาที่สํานักงานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งตามขั้นตอนแล้วจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากตรวจสอบแล้วข้อเท็จจริงมีมูล จึงจะเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม ก.ต.เพื่อพิจารณาทางวินัย อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคำร้องเรียนว่าระบุอย่างไรบ้าง

            เมื่อถามว่า แนวทางการดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของครอบครัว สามารถนำเข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ยเหมือนคดีดังในอดีตของตระกูลธรรมะวัฒนะได้หรือไม่ นายอธิคม กล่าวว่า ตามกระบวนการเป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาว่าจะนำเรื่องเข้าสู่การไกล่เกลี่ยหรือไม่ ซึ่งโดยหลักแล้วการไกล่เกลี่ยคู่ความทั้งสองฝ่ายจะต้องเต็มใจเข้าสู่กระบวนการด้วย

            ด้าน นายสืบพงศ์ ศรีพงศ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการนัดพิจารณาคดีของแม่ประนอม และครอบครัวว่า มีคดี 2 ส่วน คือ คดีอาญา ที่มีการฟ้องกันต่อศาลจังหวัดนครปฐม ซึ่งนางประนอมเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางศิริพร แดงสุภา,นายสุชาติ ภาษาประเทศ และนายกำธร ประยูรสตางค์ เป็นจำเลยที่ 1-3 ในคดีหมายเลขดำ 861/2558 ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ฉ้อโกง และความผิดต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งคดีนี้ศาลได้มีคำสั่งวันที่ 16 ก.ย.58ให้รับฟ้องในส่วนของนางศิริพร จำเลยที่ 1 และนายกำธร จำเลยที่ 3 ส่วนนายสุชาติ จำเลยที่ 2 ศาลยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง แต่ภายหลังโจทก์ ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดี เบื้องต้นศาลวินิจฉัยแล้วเห็นว่ามีการมอบอำนาจจากโจทก์ยื่นคำร้อง จึงอนุญาตให้ถอนฟ้องคดี ซึ่งภายหลังโจทก์ได้ยื่นคำร้องใหม่กล่าวอ้างว่าได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องโดยไม่สมัครใจ ศาลจึงนัดไต่สวนคำร้องของโจทก์ในวันที่ 4 เม.ย.นี้

            ส่วนคดีแพ่งเป็นเรื่องที่นางประนอมและบุตรสาวคนรองยื่นฟ้องนางศิริพร และนายสุชาติ เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน เรื่องเพิกถอนนิติกรรม ถือกรรมสิทธิ์แทนโอนคืนทรัพย์สินต่างๆ รวมมูลค่าความเสียหาย 561,950,000 บาท ในคดีหมายเลขดำ 558/2558 ซึ่งคดีดังกล่าวศาลเคยนัดให้คู่ความ 2 ฝ่ายเข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ยแล้ว แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลจึงกำหนดนัดพิจารณาคดี ซึ่งระหว่างนั้นนางประนอม โจทก์ที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเช่นกัน และภายหลังมีการยื่นคำร้องว่าถอนฟ้องโดยไม่สมัครใจ ศาลจึงนัดไต่สวนคำร้องดังกล่าวเช่นกันในวันที่ 11 เม.ย.นี้ ซึ่งทั้งสองศาลต้องไต่สวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าโจทก์ถอนฟ้องโดยไม่สมัครใจตามที่กล่าวอ้างหรือไม่