
ตรวจเลือดเสี่ยซิ่งเบนซ์ชนฟอร์ดนิสิตป.โทดับ
ตรวจเลือดเสี่ยซิ่งเบนซ์ชนฟอร์ดนิสิตป.โทดับ ตร.ยันสำนวนคดีคืบหน้าไปมาก ศานิตย์โยนให้อัยการพิจารณารื้อคดีทายาทกระทิงแดง เหตุส่งสำนวนฟ้องคดีก่อนหมดอายุ
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 มี.ค. 59 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษกตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจเลือดนายเจนภพ วีรพร ผู้ต้องหาคดีขับรถเบนซ์ชนรถฟรอ์ด เป็นเหตุทำให้มีนิสิตปริญญาโท สาขาวิชาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมาว่า วันนี้มีการตรวจเลือดนายเจนภพเพื่อยืนยันว่า มีสารหรือสิ่งเสพติดที่มีผลต่อการขับยานพาหนะหรือไม่ ส่วนสำนวนคดีนั้น มีความคืบหน้าตามลำดับ และอยู่ในระหว่างการประสานงานกับบริษัทเบนซ์ในประเทศฮ่องกง เพื่อตรวจคำนวณหาความเร็ว เพื่อให้พยานหลักฐานครอบคลุมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนในการสอบสวนและส่งให้กับพนักงานอัยการได้ภายในสัปดาห์หน้า
พงศพัศประชุมด่วนคดีเบนซ์29มี.ค.
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (29 มี.ค.) ตนพร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.เสน่ห์ อรุณพันธุ์ รอง ผบช.สพฐ. จะเดินทางไปประชุมติดตามการทำงานของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีรถยนต์เบนซ์ซิ่งชนนักศึกษาเสียชีวิต 2 ศพ ที่มี พ.ต.อ.สุรินทร์ พันธุ์บุปผา รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน โดยจะตรวจสอบถึงความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ รวมทั้งผลการตรวจพิสูจน์ของสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ทั้งในเรื่องของสถานที่เกิดเหตุ รถที่เกิดเหตุ ความเร็ว และสภาพแวดล้อมต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปด้วยความรอบคอบ ถูกต้อง และครบถ้วน
พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยอีกว่า จากการสอบถามจากหัวหน้าพนักงานสอบสวนทราบว่าผลการดำเนินการมีความคืบหน้าไปเกินกว่าครึ่งแล้ว และยืนยันว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ในทุกข้อที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาไว้ ส่วนการควบคุมผู้ต้องหาที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอนุมัติให้ขังไว้ 12 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันพรุ่งนี้นั้น พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 2 มีกำหนด 12 วันไว้แล้ว โดยผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการประกันตัวตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด คือห้ามออกประเทศ ห้ามขับรถ และยึดใบขับขี่ โดยในส่วนของใบขับขี่นั้น พนักงานสอบสวนได้นำส่งศาลเรียบร้อยแล้ว
“ศานิตย์”โยนให้อัยการพิจารณารื้อคดีทายาทกระทิงแดง
พล.ต.ท.ศานิตย์มหถาวรรรท.ผบช.น.เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนตำรวจสน.ทองหล่อที่ทำคดีนายวรยุทธหรือบอสอยู่วิทยาทายาทเจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดงที่ขับรถชนด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิตซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่3กันยายนพ.ศ.2555แต่กลับส่งสำนวนให้อัยการล่าช้าทำให้คดีหมดอายุความไป 1 คดีว่าขณะนึ้ผลการสอบสวนเริ่มมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นวันนี้จะตรวจสอบให้ครบถ้วนที่สังคมตั้งข้อสงสัยให้เสร็จสิ้น แต่จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าตำรวจมีข้อบอกพร่องชัดเจนทั้งสำนวนที่ส่งไปให้อัยการพบว่าไม่มีการแจ้งข้อหาเมาแล้วขับแก่นายวรยุทธแต่กลับแจ้งข้อหาข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและเมาหลังขับแก่ผู้ต้องหาซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือฝ่ายผู้ต้องหาหรือจะมีใครรู้เห็นหรือไม่นั้นขณะนี้ตนยังไม่สามารถตอบได้เพราะไม่อยากพาดพิงไปถึงหน่วยงานอื่นแต่ในส่วนของตำรวจยืนยันว่าไม่สามารถรื้อคดีของนายวรยุทธใหม่ได้เป็นหน้าที่ของอัยการที่จะพิจารณา
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวด้วยว่า ได้สั่งให้ตรวจสอบเพิ่มเติมในประเด็นการให้คนขับรถในบ้านมาเป็นผู้ต้องหาในครั้งแรกโดยคนขับรถให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่าเป็นผู้ก่อเหตุแต่กลับให้การปฎิเสธภายหลังซึ่งตนต้องการทราบว่าใครเป็นคนคุมตัวคนขับรถคนดังกล่าวมาให้การรับสารภาพในครั้งแรกอย่างไรก็ตามยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและจะส่งเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาภายในวันนี้
ตร.เจ้าของคดีเผยส่งสำนวนฟ้องคดีก่อนหมดอายุความ
พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2555 ซึ่งพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อได้ทำคดีและรวบรวมสำนวนส่งพนักงานอัยการไปเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2556 พร้อมแจ้ง 4 ข้อหาคือ ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชนและไม่แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ขับรถขณะเมาสุรา และขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ในส่วนของข้อหาขับรถเร็วนั้น มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และอายุความเพียง 1 ปี
พ.ต.อ.วิรดล กล่าวว่าคดีนี้เราส่งสำนวนไปตั้งแต่ปี 2556 ก่อนที่คดีจะขาดอายุความ 1 ปี ซึ่งตอนนี้ข้อหาที่หมดอายุความคือขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดซึ่งเป็นคดีลหุโทษ ทั้งนี้หลังจากตำรวจดำเนินการส่งสำนวนให้กับพนักงานอัยการแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานอัยการที่จะต้องดำเนินการต่อ ซึ่งเท่าที่ทราบขณะนี้ฝ่ายอัยการเองก็มีการตั้งกรรมการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว โดยในส่วนของตนยืนยันว่าทำตามระเบียบถูกขั้นตอนและสามารถส่งฟ้องคดีได้ก่อนหมดอายุความ
“แพรวา”ขอทำงานบริการสังคมที่รพ.พระมงกุฎฯอีก48ชม.
พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (28 มี.ค) เวลา 13.30 น. น.ส.แพรวา (นามสมมุติ) อดีตเยาวชนขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิคชนรถตู้จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ พร้อมด้วยผู้ปกครอง ได้เดินทางเข้าพบตน พร้อมแสดงความประสงค์ที่จะขอทำงานบริการสังคม ด้วยการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า ต่อไปอีก 48 ชั่วโมง ตามคำสั่งศาลสำหรับขั้นตอนต่อไปนั้น น.ส.แพรวา จะต้องไปยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้ศาลอนุญาต เนื่องจากเดิมศาลได้มีคำสั่งนัดไต่สวนในวันที่ 21 มิ.ย.นี้
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อว่า รู้สึกพอใจที่ผู้ถูกคุมความประพฤติจะปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมความประพฤติ และคำสั่งของศาลอย่างครบถ้วน ขั้นตอนต่อไป หากศาลอนุญาตแล้ว กรมคุมประพฤติจะทาบทามให้ รพ.พระมงกุฎเกล้า เป็นภาคี และมีหนังสือส่งตัวน.ส.แพรวาอย่างเป็นทางการ เพื่อให้เข้าไปดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บที่รพ.พระมงกุฎเกล้าให้ครบ 48 ชั่วโมงที่เหลือ โดยเร็วที่สุด โดยจะมอบหมายให้พนักงานคุมประพฤติเข้าไปให้คำแนะนำและตรวจสอบอย่างใกล้ชิดต่อไป



