
ทำนาแบบ 'เปียกสลับแห้ง' ทางเลือกยุคภัยแล้งคุกคาม
29 มี.ค. 2559
ทำมาหากิน : ทำนาแบบ 'เปียกสลับแห้ง' ทางเลือกยุคภัยแล้งคุกคาม : โดย...โต๊ะข่าวเกษตร
ในยุคที่ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาจากภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาข้าว ซึ่งการใช้เทคโนโลยีการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งสำหรับการทำนาปรัง เพื่อการประหยัดน้ำ ซึ่งกรมการข้าวใช้งบประมาณ 2559 กำลังขับเคลื่อนเทคโนโลยีตัวนี้ไปเขตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 20 จังหวัด
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ตามที่กรมการข้าวได้จัดทำโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อการประหยัดน้ำ (นาปรัง) ฤดูกาลผลิต 2558/59 ในพื้นที่ 22 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาในปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าผลที่ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจว่าสามารถประหยัดน้ำในการทำนาได้ไม่น้อยกว่า 30% ประหยัดค่าน้ำมันดึงน้ำเข้านา ลดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ช่วยให้รากแข็งแรงต้นข้าวไม่ล้มง่ายและลดการสะสมแก๊สมีเทนในดิน
ฉะนั้นในปีงบประมาณ 2559 นี้ กรมการข้าวจึงขยายผลการส่งเสริมการปลูกข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้งเพื่อการประหยัดน้ำ โดยดำเนินการเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ที่มีแหล่งน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ฤดูการผลิต 2558/59 จำนวน 20 จังหวัดในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเป้าหมายจัดทำแปลงสาธิตการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง แปลงละ 5 ไร่ จำนวน 100 แปลงรวมพื้นที่ 500 ไร่ พบว่าเกษตรกรให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 6,000 คน ที่เข้ารับการเรียนรู้วิธีการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งเพื่อการประหยัดน้ำ
ด้านนายธีระพงษ์ พุทธรักษา ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมา ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งเพื่อการประหยัดน้ำ ใน จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ทั้งเขื่อนลำตะคอง และลำพระเพลิงมีน้ำต้นทุนน้อยมาก จึงนำเทคโนโลยีการปลูกข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้งมาใช้ เพราะสามารถดำเนินการได้ทุกพื้นที่ที่มีสภาพเหมาะสม อาทิ พื้นที่นาที่มีการปรับรูปแปลงนาให้ราบเรียบเสมอกันทั้งแปลง เพื่อการประหยัดน้ำในทุกฤดู
ขณะที่นายประเสริฐ แสนสุข ชาวนาเจ้าของแปลงสาธิตการปลูกข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้งของบ้านท่ากระสัง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา บอกว่าได้ทดลองทำนาวิธีเปียกสลับแห้งมากว่า 2 เดือนแล้ว สิ่งที่มองเห็นชัดคือ ต้นข้าวที่ปลูกด้วยวิธีเปียกสลับแห้งนี้ มีการแตกกอที่ดีมาก รากมีจำนวนมาก ทำให้ต้นข้าวเจริญเติบโตดี อีกทั้งสามารถลดจำนวนการสูบน้ำลง หากทำในระบบปลูกข้าวแบบเดิมมาถึงตอนนี้ต้องสูบน้ำเข้านาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 ครั้ง แต่การปลูกข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้งจนถึงขณะนี้ เพิ่งสูบน้ำเข้านาไปตอนเริ่มปลูกครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้น ช่วยประหยัดค่าน้ำมันไปแล้ว 800-1,000 บาท
เช่นเดียวกับนายอวยชัย งาตะขบ ประธานกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านเขาพญาปราบ ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย เช่นกัน บอกว่า ปีนี้ภัยแล้งรุนแรงกว่าทุกปี ทางเขื่อนลำพระเพลิง ได้แจ้งเตือนให้ใช้น้ำอย่างประหยัด หลังจากเจ้าหน้าที่จากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครราชสีมาได้แนะนำให้เกษตรกรเปลี่ยนมาทำนาแบบ “เปียกสลับแห้ง” เพื่อลดการใช้น้ำ และลดต้นทุนการผลิต ทำให้ขณะนี้มีชาวนาใน อ.ปักธงชัย เข้าร่วมร่วมโครงการแล้ว 24 ราย ปัจจุบันต้นข้าวในนาของเกษตรกรมีอายุเฉลี่ยกว่า 1 เดือน ความแตกต่างที่เห็นจากการทำนาแบบเดิมคือ ต้นข้าวมีความเขียวขจี แข็งแรง แตกกอดี ที่สำคัญประหยัดน้ำในการทำนาได้มากอีกด้วย
การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ก็เป็นอีกแนาวทางที่สามารถประหยัดน้ำในการทำนาได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรงในขณะนี้
------------------------
(ทำมาหากิน : ทำนาแบบ 'เปียกสลับแห้ง' ทางเลือกยุคภัยแล้งคุกคาม : โดย...โต๊ะข่าวเกษตร)



