
รถปูนพุ่งชนแท็กซี่-เก๋งยับสาหัส3
27 มี.ค. 2559
รถโม่ปูนซิ่งระทึก ลงสะพานเสียหลักข้ามเกาะกลางถนน แท็กซี่-เก๋งถูกพุ่งชนยับ หามคนขับส่ง รพ.วุ่น จราจรติดขัดหนัก เคลียร์พื้นที่นานกว่า 1 ชั่วโมง
27 มี.ค. 59 เมื่อเวลา 14.00 น. ร.ต.อ.อภิวัฒน์ พวงอินแสง รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ตลาดพลู รับแจ้งอุบัติเหตุบนถนนบริเวณขาลงเชิงสะพานรัชดา-ท่าพระ ฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าแยกตลาดพลู แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี รถโม่ปูนพุ่งข้ามเกาะกลางถนนไปชนกับรถยนต์ฝั่งตรงข้าม 2 คัน จนพังยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
จุดเกิดเหตุอยู่ช่วงทางลงสะพานข้ามแยกรัชดา-ท่าพระ บริเวณตรงข้ามธนบุรีพลาซ่า พบรถบรรทุกโม่ปูนหกล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาวคาดเขียว ทะเบียน 82-870 นนทบุรี มีพลิกตะแคงข้างอยู่กลางถนน สภาพหัวรถพังยับเยิน โดยนายธีระพงศ์ สุขจิตร์ อายุ 53 ปี คนขับ ร่างกระเด็นออกจากตัวรถ มีอาการชักกัดลิ้นตัวเองก่อนหมดสติ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าไปก่อนหน้าแล้ว
นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้ารถโม่ปูนยังมีรถยนต์ถูกชนได้รับความเสียหายอีก 2 คัน คือ รถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีชมพู ทะเบียน ทส 5836 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ารถพังยับถึงห้องเครื่อง จอดเกยอยู่กับแท่งปูนแบริเออร์กั้นขอบทาง มีนายดาวเรือง โทนนอก อายุ 28 ปี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บที่ขา ส่วนอีกคันเป็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูมิชิ รุ่นมิราจ สีเทา ทะเบียน 2 กณ 388 กรุงเทพมหานคร ด้านหน้ารถพังยับ หลังคาพังยุบลงมา น.ส.ชนิสรา เอี่ยมใหม่ อายุ 25 ปี คนขับได้รับบาดเจ็บที่แขน ขา และศีรษะ ทั้งสองคนได้รับการช่วยเหลือส่งโรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรี
จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ ทราบว่า รถโม่ปูนวิ่งมาจากสี่แยกตลาดพลู โดยขับมาด้วยความเร็วสูง เพื่อขึ้นสะพานมุ่งหน้าแยกท่าพระ ก่อนจะเสียหลักปีนข้ามเกาะกลางถนนซึ่งห่างจากแยกเพียงแค่ 100 เมตร จากนั้นได้พุ่งชนรถทั้ง 2 คันที่ขับอยู่ฝั่งตรงข้าม จนรถโม่ปูนพลิกตะแคง ส่วนคนขับรถโม่ปูนร่างกระเด็นออกจากตัวรถนอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน กระทั่งมีประชาชนเข้าไปช่วยกันปั๊มหัวใจ ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงและช่วยนำผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คนส่งโรงพยาบาล
ร.ต.อ.อภิวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถสอบปากคำผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คนได้ เนื่องจากยังอยู่ในห้องผ่าตัดทางกระดูก ส่วนคนขับรถโม่ปูนก็ยังหมดสติ แต่ข้อมูลจากผู้เห็นเหตุการณ์ที่เป็นรถยนต์กระบะซึ่งขับตามมา ให้การว่า รถโม่ปูนเสียหลักข้ามเกาะกลางถนนมาชนกับรถเก๋ง และรถแท็กซี่ อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้อาการของผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คนปลอดภัยก่อน จึงจะสอบปากคำถึงเหตุการณ์ทั้งหมด ส่วนสาเหตุคาดการณ์ได้หลายอย่าง คือ คนขับรถโม่ปูนอาจหลับใน หรืออาการป่วยจากโรคประจำตัวกำเริบ แต่ก็จะต้องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลล์ในเลือดด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาเคลียร์พื้นที่นานกว่า 1 ชั่วโมงก่อนเปิดการจราจรได้ตามปกติ



