ข่าว

‘คณิน’ชี้ทำประชามติมัดมือชกประชาชน

‘คณิน’ชี้ทำประชามติมัดมือชกประชาชน

27 มี.ค. 2559

“คณิน” ชี้ ทำประชามติ มัดมือชก ประชาชน จี้ แจงหากประชามติไม่ผ่าน ทำอย่างไร

 
          วันที่ 27 มีนาคม 2559 นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร. ปี 2540 กล่าวถึงกรณีโรดแมปไปสู่การเลือกตั้งของ คสช. ซึ่งกำหนดประมาณต้นปี 2560 ว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวว่าด้วยการออกเสียงประชามติก็ประกาศใช้แล้ว ร่างกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติก็กำลังจะประกาศใช้ กำหนดการออกเสียงประชามติก็ประกาศแล้วว่าเป็นวันที่ 7 สิงหาคม 59 ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ. ร่างสุดท้ายก็จะเผยโฉมหน้าในวันที่ 29 มีนาคม นี้แล้ว หน่วยงานภาครัฐรวมทั้ง คสช. รัฐบาล และกองทัพก็ได้เดินหน้าเผยแพร่ข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญไปจนถึงระดับตำบล หมู่บ้าน ไปล่วงหน้าแล้ว
 
          ทั้งนี้เหลืออยู่อย่างเดียวที่ดูเหมือนทั้งรัฐบาล คสช. สนช. หรือ แม้แต่ กรธ. เองก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ. ไม่ผ่านประชามติแล้วจะทำอย่างไรต่อไปหรือจะเอารัฐธรรมนูญฉบับไหนมาประกาศใช้ หรือจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาร่างใหม่ ดูเหมือนจะ อมพะนำ กันอยู่ซึ่งไม่เป็นผลดี ทั้งต่อประเทศชาติ ประชาชน หรือแม้แต่ ต่อรัฐบาล และ คสช. เอง เพราะทำให้ดูเหมือนชะตากรรมของประเทศนี้จมอยู่กับความไม่แน่นอน
 
          ส่วนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นกระบวนการที่จะให้ประชาชนตัดสินอนาคตชะตากรรมของตนเองและทิศทางของประเทศที่จะขับเคลื่อนไปในวันข้างหน้า ดังนั้น การให้ประชาชนไปออกเสียงประชามติว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่บอกให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ประชาชนจะได้รัฐธรรมนูญแบบไหนหรือจะต้องเผชิญชะตากรรมอย่างไร จึงถือว่าไม่เป็นธรรมต่อประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ เรียกว่าเป็นการมัดมือชกหรือคลุมถุงชน ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการออกเสียงประชามติแล้วประเทศจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น
 
          นายคณิน กล่าวต่อว่า ตนขอเสนอให้ถามประชาชนในการออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ. หรือจะให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาประกาศใช้โดยมีบทเฉพาะกาลให้เลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ภายใน 120 วัน นับแต่วันประกาศผลการออกเสียงประชามติ ส่วน ครม. สนช. และ คสช. ก็อยู่ไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาชุดใหม่หลังการเลือกตั้งจะเข้ารับหน้าที่
 
          นายคณิน กล่าวว่า การออกเสียงประชามติโดยถามประชาชนว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ. หรือจะให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาประกาศใช้ โดยมีบทเฉพาะกาลให้เลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ภายใน 120 วัน นั้น ยังจะก่อให้เกิดผลดีอีกประการหนึ่ง คือ ฝ่ายที่แสดงความคิดเห็นหรือรณรงค์ไม่รับร่างของ กรธ. ก็จะไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์หรือโจมตีร่างของ กรธ. เหมือนอย่างที่กลัวกันจนต้องออกกฎหมายมาควบคุมและลงโทษจำคุกถึง 10 ปี สำหรับผู้ที่รณรงค์ต่อต้าน เพราะต่างฝ่ายต่างก็ พูดสนับสนุนข้อดีของร่างที่ตนเห็นชอบไป โดยไม่ต้องไปโจมตีหรือพูดถึงจุดอ่อนของร่างที่ตน ไม่เห็นชอบ ถือว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกันระหว่างสองฝ่าย รวมทั้งหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายควบคุมการลงประชามติด้วย