ข่าว

‘เวียงจันทน์-หลวงพระบาง’เส้นทางอันตราย-เสี่ยงลูกปืน

‘เวียงจันทน์-หลวงพระบาง’เส้นทางอันตราย-เสี่ยงลูกปืน

26 มี.ค. 2559

‘เวียงจันทน์-หลวงพระบาง’เส้นทางอันตราย-เสี่ยงลูกปืน : รายงานพิเศษ

            เทศกาลสงกรานต์ คนไทยนิยมเดินทางไปเที่ยวงานบุญปีใหม่ลาว หรือสงกรานต์หลวงพระบาง โดยทางรถยนต์ เพราะระหว่างทางมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังคือ “เมืองวังเวียง” ที่ต้องแวะพักค้างคืนก่อนมุ่งหน้าสู่เมืองมรดกโลก

            ปีนี้ น่าจะมีปัญหา เมื่อเส้นทางสายท่องเที่ยวกำลังเผชิญกับ “กลุ่มคนร้าย” ดักซุ่มยิงรถอยู่บ่อยครั้ง

‘เวียงจันทน์-หลวงพระบาง’เส้นทางอันตราย-เสี่ยงลูกปืน

            ถนนหมายเลข 13 เหนือ เริ่มต้นจากนครหลวงเวียงจันทน์ ผ่านเมืองวังเวียง เมืองกาสี เมืองพูคูน มุ่งหน้าสู่แขวงหลวงพระบาง ระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร และครึ่งหนึ่งของเส้นทางสายนี้จะผ่านภูเขาสูง

            ปลายเดือนมกราคม 2559 บนเส้นทาง 13 เหนือ ช่วงเวลากลางคืน มีกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มรถโดยสารสายเวียงจันทน์-หลวงน้ำทา บริเวณกิโลเมตรที่ 220-270 รอยต่อเมืองกาสี แขวงเวียงจันทน์ กับเมืองพูคูน แขวงหลวงพระบาง ทำให้มีผู้โดยสารบาดเจ็บหลายคน

            หลังจากนั้น กลุ่มคนร้ายยังดักยิงรถยนต์ส่วนตัวของชาวลาวอีกหลายคัน รวมถึงรถโดยสารสายเวียงจันทน์-พงสาลี ก็ตกเป็นเป้าโจมตีอีก ส่งผลให้ทางการลาว ต้องส่งทหารออกลาดตระเวน และตั้งด่านดูแลเส้นทาง 13 เหนือ

            ขณะเดียวกัน รถโดยสารและรถยนต์ส่วนตัวที่จำเป็นต้องไปหลวงพระบาง หรืออีกหลายแขวงในภาคเหนือของลาว ได้เปลี่ยนมาใช้ถนนตัดใหม่จากเมืองกาสี ผ่านเมืองนาน และมีปลายทางอยู่ที่หลวงพระบาง เพื่อหลีกเลี่ยง “โซนอันตราย” บนเส้นทาง 13 เหนือ

            กลางดึกคืนวันที่ 23 มีนาคม เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายลอบยิงรถโดยสารสายเวียงจันทน์-คุนหมิง และรถกระบะคันหนึ่งที่วิ่งมาทางเดียวกัน ทำให้คนขับรถกระบะเสียชีวิต และมีชาวจีนในรถโดยสาร บาดเจ็บ 6 คน

            ที่สำคัญ เหตุเกิดบนเส้นทางตัดใหม่เมืองกาสี-เมืองนาน ที่โชเฟอร์รถโดยสารของจีน ประเมินว่าปลอดภัย แต่ไม่วายเจอกลุ่มคนร้ายลอบยิง

            จากปฏิบัติการของคนกลุ่มคนร้ายดังกล่าว ทำให้เส้นทาง 13 เหนือ และเส้นทางตัดใหม่ ในท้องที่เมืองกาสี ไม่ปลอดภัยสำหรับคนเดินทางในยามค่ำคืน

            ข้อที่น่าสังเกต จากการยิงถล่มรถโดยสารชาวจีน นับเป็นครั้งที่ 3 ที่มีการโจมตีพลเรือนชาวจีน ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2559 มีการลอบวางระเบิดรถยนต์ส่วนตัวในแขวงไซสมบูน มีชาวจีนเสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

            ครั้งที่ 2 เกิดเหตุเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559 กลุ่มคนร้ายได้ลอบยิงแคมป์คนงานของบริษัทจีนที่มาก่อสร้างทางจากเมืองพูคูนไปเชียงขวาง ทำให้ชาวจีนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในระหว่างที่จีนขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการค้ามายังลาวอย่างต่อเนื่อง

            จากเหตุก่อความไม่สงบหลายครั้งในพื้นที่รอยต่อ 3 แขวงคือ แขวงเวียงจันทน์ แขวงหลวงพระบาง และแขวงไซสมบูน ทำให้เกิดคำถาม คนร้ายเป็นกลุ่มไหน? ก่อเหตุเพื่อหวังผลอะไร?

            คำตอบของเรื่องนี้ ต้องย้อนไป 30 ปีที่แล้ว ในพื้นที่รอยต่อ 3 แขวงดังกล่าว เป็นสมรภูมิของ “ม้งเจ้าฟ้า” กลุ่มต่อต้านรัฐบาลลาว

            บริเวณเมืองกาสี เมืองพูคูน และเมืองไซสมบูน มีกลุ่มชาติพันธุ์ม้งอาศัยอยู่จำนวนมาก และมีชาวม้งบางกลุ่มไม่ยอมรับการปกครองของฝ่ายคอมมิวนิสต์ลาว จึงลุกขึ้นจับอาวุธต่อสู้

            กลุ่มชาวม้งต่อต้านรัฐบาล หรือ “ม้งเจ้าฟ้า” ได้รับการช่วยเหลือจาก “กลุ่มนายพลวังเปา” ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐ

            ปี 2534 กองกำลังม้งเจ้าฟ้า บุกเผาทำลายอาคารสำนักงานปกครองและตลาดในเมืองกาสี แขวงเวียงจันทน์

            สมรภูมิรบที่เมืองกาสี เป็นปฏิบัติการครั้งรุนแรงที่สุด และเป็นครั้งสุดท้ายของกองกำลังชาวม้งในช่วงปลายของยุคสงครามเย็น

            ยุทธการปิดเมืองจบลง ด้วยการล่าถอยกลับคืนสู่เขตฐานที่มั่นภูเบี้ย และถูกปิดล้อมด้วยกำลังทหารของกองทัพประชาชนลาว พร้อมกันนั้น รัฐบาลลาวได้จัดตั้ง “เขตพิเศษไซสมบูน” ขึ้นมาเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของม้งเจ้าฟ้า

            ปี 2542 ไทยกับยูเอ็นเอชซีอาร์ ดำเนินนโยบายปิดศูนย์อพยพบ้านวินัย จ.เลย และศูนย์อพยพบ้านนาโพธิ์ จ.นครพนม จึงทำให้การต่อสู้ของม้งเจ้าอ่อนกำลังลง

            ขณะเดียวกัน สหรัฐเปลี่ยนนโยบายไม่สนับสนุน “ลาวฝ่ายขวา” ส่งตำรวจรัฐแคลิฟอร์เนียจับกุมนายพลวังเปา ในข้อหาซื้ออาวุธสงครามเพื่อโค่นล้มรัฐบาล สปป.ลาว

            สุดท้ายกลุ่มม้งเจ้าฟ้า สลายกองกำลังกลายเป็นพลเมืองลาว แต่มีบางกลุ่มหันไปค้ายาเสพติด อันเป็นที่มาของการข่าวที่ว่า สมาชิกกลุ่มม้งเจ้าฟ้าในอดีต ได้รวมตัวก่อเหตุร้าย โดยมีเป้าหมายอยู่ที่คนจีน

            แขวงไซสมบูน ยกฐานะขึ้นมาจากเขตพิเศษไซสมบูน และในวันนี้ นักธุรกิจชาวจีนได้เข้ามาลงทุนทำเหมืองแร่ในมาตุภูมิของ “ม้งวังเปา” หรือ “ม้งเจ้าฟ้า” เต็มพื้นที่ จึงเชื่อว่า นี่เป็นสาเหตุหนึ่งในการก่อเหตุรุนแรงของชาวม้งบางกลุ่ม

            แม้กลุ่มคนร้าย หรือ “กลุ่มคนบ่ดี” จะไม่ยอมเปิดเผยตัวตนและเป้าหมายการก่อเหตุรุนแรง แต่ก็เชื่อว่า ทางการลาวรู้แล้วว่าเป็นใคร? คงรอเวลาที่จะทำการกวาดล้างใหญ่อีกครั้ง

            อย่างไรก็ตาม ทางการลาวพยายาม “ปกปิดข่าว” ด้วยเกรงจะกระทบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมืองวังเวียง ดังนั้น หากคนไทยประสงค์จะไปท่องเที่ยวในภาคเหนือของลาวช่วงสงกรานต์ ก็ต้องวางแผนการเดินทางให้ดี และคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

            ที่แน่ๆ ทางหลวงสาย 13 เหนือ และทางหลวงตัดใหม่ จากเมืองกาสีถึงหลวงพระบาง กลายเป็นเส้นทางอันตรายไปเรียบร้อยแล้ว