ข่าว

ชีวิตจะเปลี่ยนไปเมื่อใช้รถยนต์ไร้คนขับ

ชีวิตจะเปลี่ยนไปเมื่อใช้รถยนต์ไร้คนขับ

26 มี.ค. 2559

เวิลด์วาไรตี้ : ชีวิตจะเปลี่ยนไป เมื่อใช้รถยนต์ไร้คนขับ : โดย...วัจน พรหโมบล

 
     รถยนต์ไร้คนขับ อาจจะยังคงเป็นเรื่องไกลตัว และอาจจะเกินความฝันของใครหลายคน แต่ถ้าเราฝันถึงอนาคตว่าในชีวิตนี้จะได้เห็น ได้นั่งรถยนต์ไร้คนขับนี่ชีวิตจะเป็นเช่นใดกันบ้าง เพราะนอกจากมือจะว่างจากการจับพวงมาลัยแล้ว สมองก็ยังไม่ต้องคิดเรื่องเส้นทางการจราจร ไม่ต้องกังวลว่าจะพุ่งชนท้ายรถคันอื่น
 
     แต่เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ เมื่อรถยนต์ไร้คนขับได้รับความนิยมอย่างมาก ชีวิตของเราๆ ท่านๆ จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นเช่นใด วันนี้เรามีการคาดการณ์จากบีบีซี ออโต้ มาฝากกันครับ
 
     สิ่งแรกที่บีบีซีคาดว่าจะเปลี่ยนไปเลยคือเราไม่ต้องแวะตามรายทางเพื่อทำธุระ ไม่ต้องแวะร้านขายของชำเพื่อซื้อของจิปาถะ ไม่ต้องขับรถไปรับลูกหลานอีกต่อไป เพราะในสมัยนั้นเราสามารถโปรแกรมรถยนต์ให้เดินทางไปยังจุดหมายต่างๆ ได้ตามความต้องการ และในสังคมอนาคต คงจะมีบริการจัดส่งสินค้าถึงบ้านด้วยรถยนต์ไร้คนขับกันดาษดื่นด้วยเช่นกัน ทำให้เราไม่ต้องแบกถุงของกินของใช้ใบโตออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตมาขึ้นรถอีกต่อไป
 
     และที่สำคัญคือในเวลานั้นเราคงไม่ต้องพึ่งพาปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะรถยนต์ไร้คนขับจะใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ หรือเมื่อแบตเตอรี่ไกล้หมด รถยนต์ประเภทนี้ก็จะวิ่งเข้าซองต่อสายชาร์จไฟฟ้าด้วยตัวเองกันแล้ว
 
     ความวุ่นวายในการถอยรถเข้าจอดริมถนน หรือเข้าซอง ที่หลายท่านต้องถอยหลังเดินหน้ากันอยู่หลายรอบจะหมดไป เพราะรถยนต์ไร้คนขับจะมีระบบเข้าจอดที่ทำงานได้ดีทำหน้าที่แทนผู้ขับ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าจอดในที่แคบแค่ไหน รถพวกนี้บอกได้ว่า “เอาอยู่” ครับ
 
ชีวิตจะเปลี่ยนไปเมื่อใช้รถยนต์ไร้คนขับ
 
     เมื่อมีรถยนต์ไร้คนขับมากขึ้นตามท้องถนน ก็จะทำให้การจราจรคล่องตัว ไม่ติดขัดกันอย่างหนาแน่น เพราะรถพวกนี้จะรู้ว่าอีกคันหนึ่งจะไปยังที่ใด และต้องการใช้เลนไหนในการเคลื่อนที่ ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ของรถพวกนี้จะจัดการเข้า-ออกเลนบนถนนล่วงหน้า ไม่เกิดการปาดหน้ากัน
 
     ซึ่งเมื่อท้องถนนไม่ติดขัดแล้ว ผู้คนก็จะมีโอกาสใช้ถนนเป็นพื้นที่ในการออกกำลังกาย ทั้งวิ่ง เดิน หรือปั่นจักรยาน และจะเชื่อได้ในระดับหนึ่งว่าจะไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับคนเดินถนน หรือผู้ปั่นจักรยาน เพราะรถยนต์ไร้คนขับนั้นมีระบบเรดาร์คอยตรวจจับรถยนต์คันอื่น รวมทั้งคนเดินถนน และผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการชน
 
     นอกจากนั้นในอนาคตเราอาจจะไม่ต้อง “ซื้อ” รถยนต์เป็นของตัวเองอีกต่อไป เพราะน่าจะมีบริการแท็กซี่ไร้คนขับคอยให้บริการท่านอย่างล้นเหลือ ทั้งยังสะดวกสบายกว่าสมัยปัจจุบันนี้มาก รถจะมาถึงอย่างรวดเร็ว และคิดเงินตามระยะทางที่ใช้เดินทาง หรืออาจจะใช้บริการจ่ายเหมารายเดือน ซึ่งบริการเช่นนี้น่าจะเหมาะกับกระเป๋าของเราๆ ท่านๆ เพราะไม่ต้องเสียเงินก้อนโตไปกับค่าตัวรถยนต์ และไม่ต้องพะวงกับค่าประกันภัย ค่าบำรุงรักษา หรือค่าเชื้อเพลิง (ไฟฟ้า) อีกด้วย
 
     เมื่อถึงยุคของรถยนต์ไร้คนขับเราจะมีเวลาทำงานมากขึ้น และอาจจะรู้สึกเบื่อกับการทำงาน จนหันไประบายอารมณ์กับการเล่นเกมมากขึ้น เพราะในเวลานั้นอุปกรณ์พกพาอย่างเช่น สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต คงจะเป็นของคู่กายทุกคน เมื่อนั่งในรถยนต์ก็หยิบเกมมาเล่นได้ตลอดเวลา เนื่องจากไม่มีภาระในการขับรถยนต์อีกต่อไป แต่ตรงนี้อาจจะทำให้คุณหมอดุเอาได้เพราะแทนที่จะใช้เวลางีบ บนรถกลับเอาเวลาไปบริหารสมองกับสายตากับเกมแทน
 
     แต่ที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคตยุคนั้นคือ โชเฟอร์แท็กซี่จะหมดหน้าที่ไป คนขับรถเมล์อาจจะต้องตกงาน ซึ่งเป็นข้อเสียที่เห็นได้อย่างชัดเจนตั้งแต่วันนี้เลยครับ