
ติดเครื่องสแกนฯคน-สัมภาระแผนรปภ.รถไฟสายใต้
ติดเครื่องสแกนฯคน-สัมภาระแผนรปภ.รถไฟสายใต้ : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน
เป็นเวลากว่า 1 เดือนที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ จ.สงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ติดตั้งเครื่องสแกนและเครื่องเอกซเรย์ตรวจสอบวัตถุระเบิด อาวุธ และวัตถุต้องสงสัยบริเวณทางเข้าสถานีรถไฟสายใต้รวมทั้งหมด 27 สถานี รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่สถานีชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา ไปจนถึงสถานีปลายทางสายใต้ที่สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เฉลี่ยสถานีละ 1 ชุด
ยกเว้นสถานีรถไฟขนาดใหญ่และมีอัตราผู้โดยสารใช้บริการจำนวนมาก เช่น สถานีรถไฟหาดใหญ่, สถานีรถไฟยะลา, สถานีรถไฟตันหยงมัส และสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จะมีเครื่องสแกนและเครื่องเอกซเรย์ติดตั้ง 2 ชุด เพื่อให้มาตรการดูแลความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเข้มงวด ปลอดภัยและครอบคลุมทุกพื้นที่
โดยเครื่องสแกนและเครื่องเอกซเรย์ที่นำมาติดตั้งที่สถานีรถไฟสายใต้จะเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ติดตั้งในสนามบินทั่วประเทศ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ประจำการรับผิดชอบจะเป็นเจ้าหน้าที่ชุดพิเศษที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี
สมาน รักษาวงศ์ สารวัตรงานเดินรถแขวงหาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า การติดตั้งเครื่องสแกนและเครื่องเอกซเรย์ในสถานีรถไฟทั้ง 27 สถานี เป็นหนึ่งในมาตรการรักษาความปลอดภัยของการเดินรถไฟเส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร และป้องกันปัญหาการก่อเหตุความไม่สงบที่อาจจะมีการลักลอบนำวัตถุระเบิดเคลื่อนย้ายผ่านทางรถไฟ รวมทั้งป้องกันปัญหายาเสพติดด้วย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าระบบขนส่งมวลชนที่ได้รับความนิยมสูงสุดในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างคือการขนส่งโดยรถไฟเนื่องจากมีราคาถูกและสะดวกกับวิถีของคนในพื้นที่ ปัจจัยดังกล่าวทำให้ที่ผ่านมารถไฟตกเป็นเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ในการก่อเหตุความไม่สงบอยู่บ่อยครั้ง
แม้ว่ามาตรการที่นำมาปฏิบัติครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารแต่ต้องยอมรับว่าแนวทางการปฏิบัตินั้นต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยในช่วงทดลองใช้เครื่องระยะแรก 3 เดือน จึงเป็นการให้เวลาผู้โดยสารปรับตัว และเจ้าหน้าที่การรถไฟปรับเพิ่มศักยภาพและระบบการทำงานภายในสถานีรถไฟให้รองรับระบบดูแลความปลอดภัยที่เข้มงวดด้วย
“ยอมรับว่าการเดินทางและใช้บริการของรถไฟส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าและชาวบ้านที่มีสัมภาระค่อนข้างมาก จะแตกต่างจากการขนส่งทางอากาศที่มีข้อกำหนดและกฎบังคับที่เข้มงวด ดังนั้นในการปฏิบัติงานในระยะแรกจึงต้องใช้วิธีการอะลุ้มอล่วยตามความเหมาะสมเพื่อให้ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการได้ปรับตัวทั้งคู่” สมาน กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับการติดตั้งเครื่องสแกนและเครื่องเอกซเรย์ครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการที่เข้ามาเสริมการดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสาร โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่อาคารสถานีรถไฟแต่ละแห่งซึ่งไม่นับรวมกับมาตรการดูแลความปลอดภัยบนขบวนรถไฟที่มีชุดเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร (อส). 10 นาย และตำรวจรถไฟอีก 2 นายรวมทั้งหมด 12 นาย ที่ประจำการอยู่บนขบวนรถไฟทุกขบวนที่มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดต่อไป
สารวัตรงานเดินรถแขวงหาดใหญ่ บอกอีกว่า สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงวันนี้ที่เห็นชัดเจน คือภายในสถานีรถไฟสายใต้ทุกสถานีต้องปรับพื้นที่ เช่น กำหนดทางเข้าและออกให้ชัดเจนเพื่อให้ประสิทธิภาพการใช้งานตามแผนมาตรการความปลอดภัยมีความรัดกุมมากที่สุด
โดยทุกคนที่ผ่านเข้ามาภายในสถานีรถไฟต้องผ่านเครื่องสแกนและเครื่องเอกซเรย์สัมภาระทั้งหมด และหากพบสิ่งของหรือวัตถุอันตราย เช่น อาวุธปืน มีด ของมีคมที่สุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดอันตรายได้จะถูกยึดไว้ตรวจสอบทันที ซึ่งการทำงานที่เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยนี้จึงอาจทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องต้นได้มีการสร้างความเข้าใจกับผู้โดยสารและร้อยละ 90 เข้าใจและเห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว
ประนอม พรมเช็ก ครูโรงเรียนดอนศาลานำวิทยา จ.พัทลุง ผู้โดยสารรถไฟ บอกว่า การนำเครื่องสแกนฯมาติดตั้งบริเวณทางเข้าสถานีรถไฟเป็นเรื่องที่เห็นด้วยอย่างเต็มที่และมีความมั่นใจในการใช้บริการรถไฟมากขึ่้น เพราะที่ผ่านมาการขึ้นรถไฟต้องคอยระแวดระวังภัยเอง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีโอกาสที่ผู้ก่อเหตุอาจหลบหนี ขนย้าย หรือเข้ามาก่อเหตุกับรถไฟยิ่งทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยเนื่องจากทุกคนที่ใช้บริการส่วนใหญ่จะมีสัมภาระติดตัวมาด้วยทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าสิ่งของภายในมีอะไรอยู่และปลอดภัยหรือไม่
“ปกติใช้บริการรถไฟเป็นประจำซึ่งทุกครั้งก็ต้องระแวดระวังภัยเพื่อความปลอดภัย แต่ทันทีที่ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์และเครื่องสแกนไว้บริเวณทางเข้าทำให้อุ่นใจและรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น”
เหลือเวลาอีก 2 เดือนที่ผู้ใช้บริการรถไฟสายใต้จะใช้ห้วงทดลองนี้ปรับตัวรับมาตรการดูแลความปลอดภัยรถไฟที่เข้มงวดมากขึ้นของระบบขนส่งมวลชนที่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้นิยมใช้มากที่สุด



