
'บิ๊กป๊อก'เล็งจับเมาแล้วปั่น!
24 มี.ค. 2559
'อนุพงษ์' หารือรับมือเจ็บ-ตาย เล็ง จับเมาขับขี่ครอบคลุม 'จักรยาน' วอน เล่นสงกรานต์ยึดประเพณี-ประหยัดน้ำ โยน กรธ.ชี้ขาดร่างรัฐธรรมนูญ
24 มี.ค. 59 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 2/2559 ว่า มาตรการเรื่องความปลอดภัย เราได้ทำแผนการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนไปเรียบร้อยแล้ว ในการประชุมในครั้งนี้เป็นการตรวจสอบความคืบหน้าของแต่ละหน่วยได้เตรียมการดำเนินการอย่างไร แล้วจะเน้นไปในเรื่องใด รวมถึงการพูดถึงข้อห่วงใยต่างๆ เพื่อหวังไม่ให้เกิดความสูญเสีย ภายใต้แนวคิด "สงกรานต์ปลอดภัย ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สร้างวินัยจราจร" ที่มี 5 มาตรการหลัก ได้แก่
1. มาตรการด้านการบริหารจัดการ ขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุโดยใช้กลไกในส่วนกลาง ภูมิภาค และระดับพื้นที่ พร้อมส่งเสริมชุมชนร่วมลดอุบัติเหตุทางถนน
2. มาตรการด้านถนนและการสัญจรอย่างปลอดภัย ปรับปรุงแก้ไขจุดเสี่ยงบนถนนและสภาพแวดล้อมริมทางให้ปลอดภัย และวางแผนอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน
3. มาตรการด้านยานพาหนะปลอดภัย ตรวจสอบยานพาหนะให้มีความปลอดภัย โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ
4. มาตรการผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด และรณรงค์ปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน
5. มาตรการด้านการตอบสนองหลังเกิดเหตุ เตรียมพร้อมทีมกู้ชีพกู้ภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ จุดเกิดเหตุ อย่างรวดเร็ว
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมฯ ยังได้พิจารณาการสนับสนุนอุปกรณ์ตรวจจับผู้กระทำผิดกฎหมายจราจร เพื่อให้กลไกการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งการขับรถเร็ว และเมาแล้วขับ รวมถึงผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 กรณีเมาสุราขณะขับรถให้มีการบัญญัติฐานความผิดและบทลงโทษครอบคลุมผู้ขับขี่รถจักรยาน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่นิยมใช้รถจักรยานเป็นยานพาหนะในการเดินทางมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เราได้พิจารณาการปรับปรุงระบบฐานข้อมูลผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด พร้อมบูรณาการฐานข้อมูลให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อนำไปใช้ในการติดตามประเมินผลและวางแผนแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งจะช่วยยกระดับการสร้างความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทยให้มีมาตรฐานสากล เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวาระ “ประเทศไทยปลอดภัย (Safety Thailand)”
วอนเล่นสงกรานต์สร้างสรรค์ยึดประเพณี
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งว่า ทุกคนทราบดีขณะนี้น้ำถือเป็นปัญหาของประเทศ ไม่ว่าจะจากเขื่อน อ่างเก็บน้ำ หรือบ่อธรรมชาติที่มีน้อย เราหวังว่า ในช่วง 1 เดือนเศษๆ จะสามารถประคองสถานการณ์ไปได้ โดยมีมาตรการการรองรับ สำหรับมาตรการในการรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ อยากให้ช่วยกันเล่นในเชิงสร้างสรรค์ ประหยัด และเหมาะสม เพราะน้ำส่วนใหญ่ที่ใช้เล่นสงกรานต์นั้น คาดว่า จะมาจากน้ำประปา เราพยายามประคองการใช้น้ำดิบอย่างประหยัด
"ประชาชนส่วนใหญ่ที่เล่นสงกรานต์ ขอให้คำนึงถึงคนอีกส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ เช่น เกษตรกร และประชาชนที่มีน้ำอุปโภค บริโภคไม่เพียงพอ ขอให้หน่วยงานต่างๆ ช่วยกันดูแล บางพื้นที่ก็มีการรณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัด ก็ขอให้ดูเป็นตัวอย่าง" รมว.มหาดไทย กล่าวและว่า ส่วนบางพื้นที่มีการเริ่มเล่นสงกรานต์ที่ไม่ตรงกันนั้น จะเล่นก่อนหรือเล่นหลังก็ต้องพิจารณาเรื่องของการประหยัดน้ำ อย่างที่ทราบว่า ประเพณีของเราก็มีการเริ่มเทศกาลที่ไม่ตรงกัน บางที่เริ่มก่อน บางที่เริ่มทีหลัง เราจะมีการหารือเรื่องนี้กันอีกที เพราะมีการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ
รมว.มหาดไทย ยังกล่าวถึงการควบคุมการจ่ายน้ำ หรือโซนนิ่งในแต่ละพื้นที่ ว่า เท่าที่เรามีประสบการณ์ การเล่นน้ำมันเป็นเรื่องของแต่ละชุมชน บางพื้นที่เล่นกันตามหมู่บ้าน ตามอำเภอ เป็นลักษณะประเพณีของแต่ละพื้นที่ เราคงไม่จับให้มาเล่นกันที่ศาลากลางจังหวัดเพียงที่เดียว ซึ่งบางแห่งมีการจัดงานอย่างเหมาะสม เช่น มีการจัดงานทำบุญตักบาตร และประเพณีการรดน้ำดำหัว
โยน กรธ. ชี้ขาดร่างรัฐธรรมนูญ
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงความคิดเห็นต่อผลการพิจารณาของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่พิจารณาข้อเสนอของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญในส่วนบทเฉพาะกาล ตามที่ กรธ.ได้พิจารณาให้พบกันครึ่งทาง ว่า ต้องเป็นไปตามความเห็นของ กรธ. เพราะเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ และมีหน้าที่โดยตรง ซึ่ง คสช.เน้นว่า อยากให้มีความมั่นคงในช่วงระยะที่เปลี่ยนผ่าน จึงขอให้มีบทเฉพาะกาลในบางส่วน เช่น เรื่อง ส.ว. ตนถือว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของ กรธ.ที่จะพิจารณาในเรื่องนี้ตามข้อคิดเห็นของ คสช. หรือ แม่น้ำ 4 สาย
"ในเรื่องการทำประชามติจะผ่านหรือไม่ผ่านนั้น ผมคิดว่า การออกความคิดเห็นบางทีมันก็ไปกระทบต่อสิทธิ์ของคนอื่นเขา ผมว่ามันเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะพิจารณา ตอนนี้ทุกคนทราบดีว่า ในตัวรัฐธรรมนูญจริงๆ นั้น ก็มีความเป็นสากล แต่ในส่วนของบทเฉพาะกาลก็อาจจะมีบางส่วนที่ทำให้คนมองได้ว่า ยังไม่สมบูรณ์เหมือนของสากลเขา แต่เราก็บอกแล้ว เราเน้นความมั่นคงของประเทศชาติในช่วงการเปลี่ยนผ่านเป็นหลัก ฉะนั้นให้เป็นวิจารณญาณของผู้ใช้สิทธิ์ นั่นก็คือประชาชนที่มาออกเสียงประชามติ ให้พิจารณาเองว่า เห็นสมควรเข้าใจก็คงจะตามความเห็นของเขา"
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคการเมืองขอรณรงค์เพื่อให้ประชาชนมาร่วมทำประชามติ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า การรณรงค์ให้คนมาใช้เสียงทำประชามติ ทำได้ แต่ถ้าออกมาแล้วรณรงค์เพื่อไม่ให้มาใช้สิทธิ์นั้น คงจะผิดกฎหมาย ขณะที่การเปิดเวทีให้มาดีเบตกันนั้น คิดว่า กรธ.ดำเนินการกันอยู่แล้ว โดยจะใช้วิธีการให้ความรู้กับประชาชนแต่ละหมวด แต่ละมาตรามีความหมายอย่างไร สำหรับการรณรงค์ตนขอใช้คำว่า อนุมานเอาเองว่าอย่างนี้แล้วเป็นอย่างนั้น ดีหรือไม่ดีอย่างไร ตนคิดว่า มันเป็นความเห็นส่วนตัวของพวกเขา มันก่อให้เกิดความขัดแย้ง แล้วประชาชนสุดท้ายจะไม่เข้าใจว่า ตกลงมันอย่างไรกันแน่ คนนี้อธิบายอย่างนี้ แล้วบอกเป็นอย่างนั้น อีกคนมาบอกว่าอันนี้ดี อีกคนบอกไม่ดี ตนว่า ประชาชนจะสับสน และจะไม่เกิดประโยชน์กับสังคมเเละกับพวกเรา
เชื่อ ประชาชนเข้าใจ คสช.เว้นใช้กฎหมายผังเมืองรวม
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงกรณีที่องค์กรภาคประชาชน (เอ็นจีโอ) ยังมีการคัดค้าน คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 3 ฉบับ ได้แก่ คำสั่ง คสช. ฉบับที่ 3/2559 เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยผังเมือง และกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ คำสั่ง คสช. ฉบับที่ 4/2559 เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท และคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 9/2559 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ว่า รัฐบาลอธิบายความออกทางโทรทัศน์ไปหมดแล้ว คำสั่งดังกล่าวทั้ง 3 ฉบับ เพื่อให้การดำเนินการคู่ขนานกันไปได้ เพราะฉะนั้นจะไม่ทันในปัญหาบางเรื่องที่ต้องดำเนินการ โดยเฉพาะการประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ ถ้าดำเนินการไม่ผ่านก็ไม่ได้หมายความว่า ให้ทำ เรื่องนี้ยืนยันว่าประชาชนมีความเข้าใจหมดแล้ว มีแค่สื่อที่ถามเรื่องนี้ยังไม่เข้าใจ เพราะไม่ได้ฟัง



