ข่าว

คุก14เดือน!หนุ่มยิงหมาตาย

คุก14เดือน!หนุ่มยิงหมาตาย

24 มี.ค. 2559

พิพากษาจำคุก 14 เดือน ปรับ 7,500 บาท 'หนุ่ม' ยิงหมาตายหน้าห้างดัง ศาลให้รอลงอาญา 2 ปี สั่งคุมประพฤติ 1 ปี - ทำกิจกรรมบริการสังคม 12 ชั่วโมง

 
                    24 มี.ค. 59  เมื่อเวลา 11.00 น.  ที่ห้องพิจารณา 802 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.806/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 โจทก์ ยื่นฟ้อง นายวิชา บุญลือลักษณ์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์ ฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกขเวทนา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ. 2490
 
                    โดยอัยการโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 58 เวลากลางคืน จำเลยมีอาวุธปืน ไม่ทราบชนิดและขนาด ไม่มีหมายเลขทะเบียน และกระสุนปืนไม่ทราบชนิดและขนาดอีกหลายนัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจำเลยพกอาวุธดังกล่าวติดตัวไปตามถนนสาธารณะ และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล เวิลด์ ลาดพร้าว โดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วใช้อาวุธปืนนั้นยิงสุนัขสีขาวดำ หลายนัด ซึ่งกระสุนปืนถูกบริเวณหัวไหล่ทั้งสองข้าง เป็นเหตุให้ขาทั้ง 4 ข้างของสุนัขเป็นอัมพาต มีเลือดไหลออกในปอดจำนวนมาก และถึงแก่ความตาย เหตุเกิดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล เวิลด์ ลาดพร้าว เขตวังทองหลาง ซึ่งจำเลยรับสารภาพ ข้อหากระทำการทารุณกรรมสัตว์ฯ และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองฯ แต่ปฏิเสธต่อสู้คดีข้อหามีอาวุธไม่มีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนฯ
 
                    โดยวันนี้ นายวิชา จำเลย ซึ่งได้รับการประกันตัวชั้นพิจารณา เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมทนายความ ขณะที่ น.ส.ภณิตา สุนทรัตต์ อายุ 47 ปี ผู้เข้าแจ้งความและดูแลสุนัขที่ถูกยิงตาย ก็เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย
 
                    ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า แม้จำเลยจะอ้างว่าได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน แต่ก็ไม่ได้นำสืบให้ศาลเห็นว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุหรือไม่ จำเลยเบิกความกล่าวอ้างเพียงลอยๆ ว่าเป็นอาวุธปืนมีทะเบียน ส่วนที่จำเลยยังอ้างเหตุที่ไม่ได้นำอาวุธปืนส่งพนักงานสอบสวน เพราะเกรงจะถูกขอขมาต่อกลุ่มพิทักษ์สัตว์และทำให้เป็นข่าว ดังนั้นในชั้นสอบสวนพบว่าจำเลยมีบุคคลใกล้ชิดร่วมเข้าฟังการสอบสวนด้วย ซึ่งขณะนั้นจำเลยสามารถที่จะนำอาวุธปืนของกลางและหลักฐานต่างๆ มามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ แต่จำเลยไม่ได้ดำเนินการ ข้อต่อสู้ของจำเลยจึงไม่มีน้ำหนัก กรณีจึงฟังได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย
 
                    ส่วนการที่จำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงสุนัขให้ได้รับความทรมานนั้น ก็เป็นความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์ และการกระทำนั้นยังเป็นความผิดฐานยิงอาวุธปืนในเมือง หมู่บ้านหรือในที่ชุมชุน
 
                    จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 , พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 20 และ 31 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรม
 
                    ให้จำคุก 8 เดือน และปรับ 4,000 บาท ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต , ฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะฯ ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท และฐานกระทำทารุณกรรมสัตว์ฯ ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท
 
                    ขณะที่จำเลยรับสารภาพความผิดบางข้อหา เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานพาอาวุธปืนฯ ให้จำคุก 3 เดือน และปรับ 1,000 บาท และฐานกระทำทารุณกรรมสัตว์ฯ จำคุก 3 เดือน และปรับ 2,500 บาท
 
                    รวมโทษทุกกระทงความผิด 3 ข้อหาแล้ว ให้จำคุกจำเลย ทั้งสิ้น 14 เดือน (1 ปี 2 เดือน) และปรับ 7,500 บาท แต่ทั้งนี้ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี พร้อมสั่งคุมความประพฤติจำเลยเป็นเวลา 1 ปีด้วย โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์อีกเป็นเวลารวม 12 ชั่งโมง
 
                    ภายหลัง นายวิชา จำเลย กล่าวว่า ยอมรับคำพิพากษาของศาลทุกอย่างและคงไม่อุทธรณ์คดีแล้ว สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เคยถูกสุนัขตัวดังกล่าวไล่กัดขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านหลายครั้ง รวมถึงคนอื่นๆ ด้วย โดยวันเกิดเหตุก็ถูกสุนัขวิ่งไล่กัดอีก ตนจึงทำไปเพราะความโมโห
 
                    "ผมขอโทษต่อสังคมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมจะปรับปรุงตัวเอง และบำเพ็ญประโยชน์ตามที่ศาลพิพากษา"
 
                    ด้าน น.ส.ภณิตา ผู้ที่เคยให้การดูแลสุนัข กล่าวด้วยว่า พอใจคำพิพากษา ที่จะเป็นบทเรียนให้กับสังคม โดยตลอดเวลา 1 ปีเศษ ตนคิดว่านายวิชาคงได้รับบทเรียน
 
                    "อยากฝากถึงสังคมและคนที่คิดจะทารุณกรรมสัตว์ให้คิดว่าผิดกฎหมาย ซึ่งการสั่งสอนสัตว์เล็กๆ น้อยๆ ตามสมควร ก็คงไม่มีปัญหา แต่หากลงโทษให้สัตว์ถึงแก่ความตายก็เกินกว่าเหตุ"