ข่าว

คนร้ายขี่จยย.ยิงเก๋งแยกคลองเตยคนขับสาหัส

คนร้ายขี่จยย.ยิงเก๋งแยกคลองเตยคนขับสาหัส

23 มี.ค. 2559

คนร้ายขี่จยย.ประกบยิงเก๋งแยกคลองเตย คนขับบาดเจ็บสาหัส-ตร.เร่งตรวจสอบสาเหตุ ตร.คาดปัญหาชู้สาว

          วันที่ 23 มี.ค.59  เมื่อเวลา 05.30 น.  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าเรือ รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋ง วีออสสีดำ ทะเบียน ฆภ 6449 กทม. ถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิง บริเวณถนนพระราม 4 ขาเข้า บริเวณแยกคลองเตย คนขับวีออสได้รับบาดเจ็บสาหัส นำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ ล่าสุดทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยตำรวจ สน.ท่าเรือ และเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าตรวจที่เกิดเหตุ มีการปิดช่องจราจรเลนซ้ายสุดก่อนถึงแยกสุนทรโกษา 1 ช่องทางซ้าย
 
          เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งวีออส สีดำของผู้เสียหายจอดอยู่ กระจกด้านหน้าฝั่งคนขับ มีรอยกระสุนยิง 7 นัด ลักษณะยิงเกาะกลุ่ม ท้ายรถมีรูกระสุนหนึ่งนัด รวม 8 นัด และมีร่องรอยเฉี่ยวชนด้านท้าย มีปลอกกระสุนหล่นในที่เกิดเหตุ 4 ปลอกขนาด 9 มม. อยู่ระหว่างรอพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจที่เกิดเหตุ สำหรับคนเจ็บทราบชื่อ นายสุวิทย์ อนันต์นทีชัย อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถล่าสุดอาการปลอดภัย ขณะที่ภรรยาของคนเจ็บกำลังให้ปากคำกับทางตำรวจที่โรงพัก
 
          เบื้องต้น จากการสอบปากคำพยานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นคนร้าย 2 คนใช้รถจักรยานยนต์ โดยคนขับสวมหมวกกันน็อก ส่วนคนซ้อนที่เป็นมือปืน ไม่สวมหมวกกันน็อก ไล่ยิงรถคันดังกล่าวมาตั้งแต่หน้าตลาดคลองเตย จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายขี่เร่งเครื่องแซง และกระหน่ำยิงเข้าหน้ารถฝั่งคนขับ โดนเจ้าของรถบาดเจ็บ หลังจากนั้นขี่หลบหนีไปมุ่งหน้าบ่อนไก่ ระหว่างนั้นคนขับรถที่ได้รับบาดเจ็บ จึงหักรถเข้าจอดเลนซ้ายสุด ก่อนที่ผู้หญิงที่นั่งมาด้วยจะวิ่งลงมาขอความช่วยเหลือ และมีคนขับรถสามล้อเครื่อง รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ
 
          ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายที่ รพ.จุฬา และพยานรอบๆ ที่เกิดเหตุ เบื้องต้นตำรวจได้ตั้ง 2 ปม คือเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว กับมีการขับรถเฉี่ยวชนมาก่อน แล้วเกิดไม่พอใจไล่ยิงกัน อย่างไรก็ตามขณะนี้ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างไล่ตรวจกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ
 
          ล่าสุดมีรายงานว่า ภายหลังตรวจกล้องวงจรปิด ตำรวจพอจะทราบแล้วว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และกำลังส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกค้นหาผู้ก่อเหตุ โดยยังไม่เปิดเผยรายละเอียด
 
          ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผู้บังคับการสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนางสุวิมล ขวัญอ่อน ภรรยาของนายสุวิทย์ ที่นั่งมาด้วยกัน ได้ให้การที่เป็นประโยชน์มาก แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังจำเป็นต้องสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมพยาน ส่งให้ศาลออกหมายจับ ขณะที่ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบรวมหลักฐานได้ครบถ้วนแล้ว ส่วนทางด้านอาการของนายสุวิทย์นั้น แพทย์ระบุว่า อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
 
          ทางด้านของ พ.ต.อ. สุพัฒน์ พึ่งพวง ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ว่าคนร้ายจะเป็นอดีตสามีเก่าภรรยาของนายสุวิทย์ เนื่องจากภรรยาของนายสุวิทย์ ได้อยู่กินกับอดีตสามีเก่าจนมีลูก 2 คน และสามารถจดจำสีหน้า ท่าทางได้ สำหรับคดีนี้ต้องเร่งดำเนินการ และรู้สึกกดดัน เพราะประชาชนให้ความสนใจ เป็นเหตุสะเทือนขวัญ และคาดว่าจะสามารถสรุปคดีนี้ได้โดยเร็ว เพราะเป็นคดีที่ไม่ซับซ้อนมาก
 
          พ.ต.อ.สุพัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นรองที่สงสัยรองจากเรื่องชู้สาว คือเรื่องหนี้สิน เนื่องจากนางสุวิมลและนายสุวิทย์ ได้ออกมาอยู่ด้วยกัน มีอาชีพขายของ และประสบปัญหาการเงินทำให้ไม่สามารถส่งเงินให้กับลูกที่ศึกษาอยู่ต่างประเทศ
 
          มีรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า มูลเหตุของคดีนี้คือเรื่องชู้สาว และคนร้ายที่ใช้ปืนไล่ยิงนายสุวิทย์ คือ สามีเก่าของนางสุวิมล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบประวัติเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวครอบครัวของผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำสน. ท่าเรือแล้ว
 
          ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า เบื้องต้นคดีนี้มีความคืบหน้าพอสมควร ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ดำเนินการเต็มที่ และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้พูดคุยกับ พ.ต.อ.กฤตภาส พาทีทิน ผกก.สน.ท่าเรือ ถึงรายละเอียดอื่นๆ ซึ่งอยู่สำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้อาวุธปืนมีจำนวนมาก จะมีวิธีการควบคุมหรือป้องกันเหตุอย่างไร พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยว่า การครอบครองอาวุธถือปืนเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่สามารถมีได้ ซื้อได้ อยากให้มองว่าเป็นของส่วนบุคคล
 
          เมื่อถามต่อว่า จะมีการทบทวนกฎหมายการครอบครองอาวุธปืนเพื่อเพิ่มเงื่อนไขการซื้อให้ยากขึ้นหรือไม่ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า เรามีกฎเกณฑ์ขั้นตอนอยู่แล้ว และมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นอยู่แล้ว โดยส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ดีหากมีการควบคุมการซื้อขายปืนให้ยากขึ้น ส่วนการดำเนินคดีนั้นเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน 
 
          “ขณะนี้ได้ตรวจเช็คกล้องวงจรปิดแล้ว ว่าก่อนจะเกิดเหตุคนร้ายขับรถมาจากที่ไหน ซึ่งพนักงานสอบสวนทำงานเต็มที่ และจะพยายามออกหมายจับให้เร็วที่สุด” พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุ