
กรธ.มีพื้นที่ยืนแต่คสช.ได้'สมใจ'
กรธ.มีพื้นที่ยืนแต่คสช.ได้'สมใจ' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
กว่าจะได้ข้อสรุป คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ต้องใช้เวลาถึง 2 วัน ในการถกเถียงเกี่ยวกับข้อเสนอของ คสช. 3 ข้อ ในบทเฉพาะกาล คือ 1.ให้มี ส.ว.จำนวน 250 คน มาจากการสรรหาทั้งหมด 2.ในการเลือกตั้งครั้งแรก ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ไม่ใช้ “ใบเดียว” คือ สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และให้เป็นเขตเลือกตั้งใหญ่ มี ส.ส. ไม่เกิน 3 คน 3.ในการเลือกตั้งครั้งแรก แต่ละพรรคการเมืองยังไม่ต้องเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พรรคละไม่เกิน 3 คน ซึ่งมีการวิจารณ์กันว่า ข้อเสนอของ คสช.เพื่อต้องการ “สืบทอดอำนาจ” ในช่วงเปลี่ยนผ่านหรือไม่
ก่อนหน้านี้ การประชุม กรธ.มีการพูดกันอย่างกว้างขวางทั้ง 3 ประเด็นอย่างดุเดือด โดยสาเหตุที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ เนื่องจากขัดกับหลักการใหญ่ของ กรธ.ที่ทำมาตั้งแต่ต้น อีกทั้ง กรธ.ออกไปชี้แจงกับประชาชนทั่วประเทศ ถึงจุดยืนที่ได้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้น หากปรับตาม คสช. เท่ากับต้องไปรื้อและแก้ไขโครงสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นการยากที่ กรธ.จะอธิบายต่อประชาชน และทำให้ กรธ.ไม่มีพื้นที่ยืน
ล่าสุด ผลการประชุม กรธ. เกี่ยวกับข้อเสนอของ คสช. ได้ออกมาว่า ในประเด็นวุฒิสภา ที่ีข้อเสนอของ คสช.ให้มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด 250 คนนั้น ที่ประชุม กรธ. มีมติให้มี ส.ว. 50 คน มาจากการเลือกตั้งกันเองจากสาขาอาชีพตามที่ กรธ. กำหนดไว้ในบทถาวร ส่วน ส.ว.อีก 200 คน ให้ คสช.แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาขึ้นมาดำเนินการซึ่งเป็นไปตามที่ คสช.เสนอมา ทั้งนี้ อาจรวมถึงมีตำแหน่งในเหล่าทัพ 6 ตำแหน่งรวมอยู่ด้วย แต่ ส.ว.ไม่มีอำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามที่ คสช.เสนอ
สำหรับข้อเสนอของ คสช. ให้ยกเลิกการที่พรรคการเมืองต้องเสนอบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีล่วงหน้า ที่ประชุม กรธ.มีมติว่า หากเกิดเงื่อนไขทำให้สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีในบัญชีนายกรัฐมนตรีได้ ก็เปิดทางให้ ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ยื่นญัตติต่อประธานรัฐสภาขอให้เปิดประชุมรัฐสภาเพื่อหาทางออก โดยรัฐสภาจะต้องมีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 เพื่อยกเลิกเงื่อนไขเลือกนายกรัฐมนตรีจากบัญชีชื่อนายกฯ ซึ่งเมื่อรัฐสภามีมติเห็นชอบแล้ว จึงให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยไม่ต้องเลือกจากบัญชีชื่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เป็นการเปิดทางให้ “คนนอก” เข้ามาเป็นนายกฯ ได้ โดยไม่ต้องผ่านบัญชีชื่อนายกฯ
ส่วนข้อเสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นเขตใหญ่นั้น ทาง กรธ.เห็นว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่สามารถเข้ากับหลักการของกรธ.ได้ จึงมีมติให้ ยืนตามหลักการเดิมที่กรธ.วางไว้ โดยใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว
โดยสรุป จะเห็นได้ว่า คสช.ยังได้ตามที่ต้องการไปเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ส.ว.ที่มาจากการสรรหา แม้จะไม่ได้ครบ 250 คน ตามที่ต้องการ แต่ก็ได้ถึง 200 คน และ คสช.ยังได้ในเรื่องที่เปิดทางให้เลือกนายกรัฐมนตรีคนนอก โดยไม่ต้องเลือกจากบัญชีนายกรัฐมนตรีได้ แม้ว่าจะต้องมีเงื่อนไขและขั้นตอนตามที่ กรธ.สร้างขึ้นบ้าง ก็ตาม
แต่ กรธ.ก็ยังมี “พื้นที่ยืน” เป็นของตนเองอยู่บ้าง เช่น ยืนยันใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว, ไม่ให้ ส.ว.มีอำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ให้ ส.ว.บางส่วนมาจากการเลือกตั้งกันเองจากสาขาอาชีพ ไม่ใช่มาจาก ส.ว. สรรหาทั้งหมดตามที่ คสช.ต้องการ
“กรธ.มีพื้นที่ยืนอธิบายประชาชนได้ ขณะเดียวกัน คสช.ก็ยังได้ตามที่ตนเองต้องการ”



