ข่าว

บุกดอนเมืองดูกันจะจะก๋วยเตี๋ยวชามละ200

บุกดอนเมืองดูกันจะจะก๋วยเตี๋ยวชามละ200

23 มี.ค. 2559

บุกดอนเมืองดูกันจะจะก๋วยเตี๋ยวชามละ200 : ชนิกานต์ พุ่มหิรัญรายงาน

           “ข้าวมันไก่ จานละ 159 บาท มันแพงเว่อร์เกินไปไหม แต่ประชาชนอย่างเราจะทำอะไรได้ ระหว่างรอเช็กอิน ถ้าลูกเราหิวก็ต้องซื้อให้กิน”

           นี่คือเสียงสะท้อนของประชาชนผู้ใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมือง

           ปัญหาอาหาร น้ำดื่ม ราคาแพง เป็นของคู่กันของสนามบินทั่วทั้งประเทศ จนกลายเป็นเรื่องปกติของผู้บริโภคที่ต้องแบกรับภาระที่ไม่จำเป็นมาอย่างยาวนาน ทั้งที่มีหน่วยงานรับผิดชอบคอยควบคุมราคาอาหาร ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และกรมการค้าภายใน

           แต่เรื่องนี้ก็แก้ไม่ตก กลับกลายเป็นปัญหาคาราคาซังที่ผู้บริโภคจำต้องทนเอา !!

           ร้อนถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน อย่าง “บิ๊กอู๊ด” พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ต้องออกแอ็กชั่นลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้า ด้วยตนเอง

           “บิ๊กอู๊ด” บอกระหว่างการลงพื้นที่ว่า อาหารราคาแพงกระทบต่อสาธารณประโยชน์ กระทบต่อปากท้องประชาชนที่ใช้บริการท่าอากาศยาน ซึ่งผู้ตรวจมีอำนาจที่จะหยิบยกมาพิจารณา เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

           “จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่าอาหารมีราคาค่อนข้างสูงกว่า 85-200 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับราคาปกติที่ขายอยู่ในห้างสรรพสินค้าต่างๆ เช่น ราคาข้าวหน้าเป็ด ข้าวมันไก่ และข้าวราดแกง อยู่ที่จานละ 150-200 บาท ถือเป็นราคาที่สูงมากเกินไป ถ้ากินข้าวกัน 2 คนต้องมีเงินในกระเป๋าไม่ต่ำกว่า 500 บาท”

           พล.อ.วิทวัส ระบุว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่อยากใช้มาตรการบังคับ แต่อยากขอความร่วมมือพูดจากันด้วยดีตามประสาคนไทยด้วยกันจะดีกว่า โดยขอให้การท่าอากาศยานฯ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการปรับลดราคาสินค้าลง ให้แก่พี่น้องประชาชนที่จะเดินทางกลับบ้านในวันที่ 10 เมษายนนี้ เพื่อเป็นของขวัญให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์

           ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหาร เล่าให้ฟังว่า จะนำราคาอาหารในสนามบินไปเปรียบเทียบกับราคาตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปไม่ได้ เพราะต้นทุนต่างกัน ห้างสรรพสินค้าเปิดขายตั้งแต่ 10.00–22.00 น. แต่สนามบินเปิดขายตลอด 24 ชม. และการที่ราคาอาหารในสนามบินนั้นแพงกว่า ยอมรับว่าค่าเช่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ราคาอาหารสูง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เรายังมีปัจจัยหลายด้านที่ต้องคำนึงถึง ทั้งการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ และการบริการของพนักงาน

           “พนักงานขายของเราต้องพูดได้ขั้นต่ำ 3 ภาษา ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีน พนักงานขายต้องขายตลอด 24 ชม. ต้องทำงานเป็นช่วงเวลา ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงขึ้น เพราะระบบคมนาคมไม่สะดวกสบายเหมือนในเมืองที่มีรถไฟฟ้าบริการ ถ้าทำงานช่วงเวลาดึกก็ต้องนั่งรถแท็กซี่ ถามว่าถ้าเราให้เงินเดือนพนักงานถูกกว่ามาตรฐาน จะมีใครมาทำงานกับเรา ต้องคำนึงตรงนี้ด้วย”

           ด้าน ผอ.ดอนเมือง “เพ็ชร ชั้นเจริญ” บอกว่า ราคาสินค้าที่สูงนั้นมีปัจจัยหลายด้าน ไม่ใช่ค่าเช่าที่เท่านั้น เพราะการกำหนดราคาขายภายในสนามบินนั้น ต้องไม่สูงเกิน 10-15 เปอร์เซ็นต์ของราคาประมูลเช่าพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหลักการปกติที่ดำเนินการ แต่ต้องมีต้นทุนหลายด้านทั้งเรื่องพนักงานที่ต้องมีการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยของสนามบิน ภาษาในการบริการด้วย ถึงจะเข้ามาทำงานในสนามบินได้

           “เราน้อมรับนโยบายของภาครัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่การปรับลดราคาให้เหลือจานละ 50 บาท คงเป็นไปไม่ได้ทุกเมนู แต่อาจมีเมนูบางเมนู หรืออาหารกล่องราคาถูกเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งเราคงต้องไปคุยกับผู้ประกอบการเพื่อขอความร่วมมือ ทั้งนี้เรามีฟู้ดคอร์ท ราคาถูกอยู่บริเวณลานจอดรถชั้น 7 แต่ประชาชนคงไม่ทราบ หลังจากนี้จะติดป้ายนำทางให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของผู้บริโภคด้วย”

           ขณะที่ประชาชนผู้ใช้บริการ บ่นให้ฟังว่า ราคาอาหารแพงนั้นเป็นปัญหามานานแล้ว นานจนเราคิดว่าเป็นเรื่องปกติของสนามบิน บางทีเราก็สงสัยว่าทำไมภาครัฐไม่ออกมาช่วยเหลือประชาชนบ้าง แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ ยกตัวอย่างถ้าต้องมาขึ้นเครื่องไฟลท์บิน 8 โมงเช้า ก็ต้องมาฝากท้องที่สนามบิน มันก็จำเป็นที่ต้องจ่ายค่าอาหารในราคาที่สูงกว่าปกติ โดยไม่มีทางเลือก

           “อยากให้ภาครัฐช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนหน่อย เราไม่ได้ต้องการให้ร้านค้าปรับลดราคาอาหารจนถูกมากเกินไป ก็เข้าใจว่าค่าที่มันแพง แต่ก็ขอให้ราคาไม่สูงมากเกินไป อย่างที่พี่กำลังกินข้าวมันไก่ราคา 159 บาท ราคาแบบนี้มันโหดเกินไปไหม”

           ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาอาหารในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ บริเวณชั้น 3 อาคาร 1 ซึ่งอยู่ระหว่างทางเดินไปประตูเพื่อขึ้นเครื่อง บริเวณฟู้ดคอร์ทชั้น 4 อาคาร 2 และบริเวณฟู้ดคอร์ทอาคารจอดรถ 7 ชั้น พบว่า

           รายการอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยว มีราคาสูงถึงชามละ 200 บาท โดยมีวัตถุดิบที่เป็นอาหารทะเลเป็นส่วนผสม เช่น ก๋วยเตี๋ยวทะเลผัดแห้ง ราคาสูงถึงชามละ 189 บาท

           เมนูข้าวมันไก่ ข้าวหมกไก่ ข้าวหน้าเป็ด เริ่มต้นที่จานละ 159 บาท สำหรับราคาในร้านสะดวกซื้อ อาหารกล่องสำเร็จรูป เช่น เมนูข้าวผัดกะเพราไข่ดาว ราคา 45-50 บาท จากเดิมที่ราคา 35 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปกติทั่วไป

           นอกจากนี้ สำหรับร้านฟาสต์ฟู้ดยี่ห้อดัง แต่ละเมนูจะมีราคาสูงกว่าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปขั้นต่ำ 50 บาท เช่น เมนูเบอร์เกอร์หมูเพิ่มชีส เริ่มต้นที่ 259 บาท จากเดิมที่เคยขายราคา 199 บาท หรือ เมนูไก่ทอดกรอบยี่ห้อดัง เมนูราคาขายสูงถึงเซตละ 779 บาท ซึ่งราคาปกติไม่เกินเซตละ 599 บาท

           ทั้งนี้ ก่อนการลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าของผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ประกอบการร้านค้าได้มีการปรับลดราคาน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 500 ซีซี ไม่เกิน 10 บาท จากเดิมที่เคยขาย 35 บาทแล้ว แต่ราคาน้ำแร่ยังคงขายราคาที่ขวดละ 35 บาท ไม่ได้มีการปรับลดลงแต่อย่างใด

           อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูว่าการแสดงเขี้ยวเล็บของผู้ตรวจการแผ่นดิน จะมีผลในระยะยาวมากน้อยแค่ไหน หรือจะเป็นเพียงแค่พิธีกรรม ผักชีโรยหน้า เพื่อเอาใจภาครัฐ เมื่อไร้วี่แววคนตรวจสอบ ก็แอบปรับขึ้นราคา ผลักภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนผู้บริโภคต้องรับชะตากรรมกันต่อไปหรือไม่