
รวบต้องสงสัย2รายบึ้ม2ครั้งสนามบินบรัสเซลส์
22 มี.ค. 2559
โลกระทึก ก่อการร้ายถล่มกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม บึ้มท่าอากาศยานนานาชาติซาเวนเทม-สถานีรถไฟใต้ดิน ตายย่างน้อย 26 ศพ บาดเจ็บอื้อ
ยุโรปต้องเผชิญการโจมตีนองเลือดครั้งใหญ่อีกระลอก โดยครั้งนี้เกิดขึ้นที่กรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียม เริ่มจากระเบิดอย่างรุนแรง 2 ครั้งซ้อน ในสนามบินซาเวนเทม ห่างจากใจกลางกรุงไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 15 กิโลเมตร ตามด้วยระเบิดสถานีรถไฟใต้ดินใกล้กับที่ตั้งหน่วยงานของสหภาพยุโรป (อียู) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 26 คน บาดเจ็บอย่างน้อยกว่าร้อยคน ขณะรัฐบาลเบลเยียมยกระดับเตือนภัยการก่อการร้ายภายในประเทศจากระดับ 3 เป็นระดับที่ 4 ทันที
บึ้มสนามบินบรัสเซลส์ตาย-เจ็บ
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม สำนักข่าวท้องถิ่นรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในบริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินซาเวนเทม เวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 22 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น (14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) จุดระเบิดอยู่ใกล้เคาน์เตอร์สายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส ขณะที่มีผู้โดยสารหลายร้อยกำลังเข้าแถวเช็กอิน แต่ต่อมาสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์สแถลงว่าไม่มีพนักงานคนใดได้รับบาดเจ็บ
ทั้งนี้มีรายงานว่า แรงระเบิดทำให้กระจกหน้าต่างแตก เพดานพังลงมา ฝุ่นและควันคลุ้งไปทั่วบริเวณ จากนั้นสื่อสังคมออนไลน์แชร์ภาพผู้โดยสารหลายคนตกอยู่ในอาการช็อก บางคนบาดเจ็บมีเลือดออกและฝุ่นทั่วตัวนั่งนิ่ง สีหน้าตื่นตกใจแต่ยังมีสติ นอกจากนี้ยังมีคลิปวิดีโอแสดงนาทีที่ผู้โดยสารแตกตื่นวิ่งหนีตายออกมาจากสนามบิน ขณะกลุ่มควันพวยพุ่งจากหลังคาอาคาร ท่ามกลางข่าวลือในเวลานั้นว่าผู้ร้ายบางคนยังหลบหนีอยู่ และอาจมีการโจมตีเพิ่มอีก
เผยเสียงตูมสนั่นผู้คนช็อก
ภายหลังเกิดเหตุทางการเบลเยียมประกาศปิดสนามบินชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะกลับเป็นปกติ โดยเที่ยวบินขาเข้าให้เบนไปลงที่สนามบินอื่นในเบลเยียมและสนามบินอื่นในยุโรป เช่น ที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวช่องสกายนิวส์ ซึ่งอยู่ที่สนามบิน เล่าว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น 2 ครั้ง จนรู้สึกได้ว่าอาคารสั่น จากนั้นตรงดิ่งไปทิศทางที่ได้ยินเสียงระเบิด เห็นผู้คนวิ่งสวนออกมา แต่ละคนช็อกและหวาดกลัว
ขณะที่สกายนิวส์รายงานว่า ผู้โดยสารบางคนได้รับคำแนะนำให้ทิ้งกระเป๋าสัมภาระไว้ในอาคารสนามบิน แต่ส่วนใหญ่เลือกไม่ทำตาม ส่วนผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุระเบิดมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดกับเสียงตะโกนเป็นภาษาอาหรับ เช่นเดียวกับสื่อท้องถิ่นเบลเยียมรายงานอ้างการเปิดเผยของอัยการว่า ระเบิดโจมตีสนามบินเป็นระเบิดแบบฆ่าตัวตาย
บึ้นรถไฟใต้ดินตาย-เจ็บอื้อ
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ไล่หลังระเบิดที่สนามบินราว 1 ชั่วโมง เกิดเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินมัลบีค กลางกรุงบรัสเซลส์ ใกล้สำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป ทำให้ทางการต้องสั่งปิดสถานีรถไฟใต้ดินทั้งหมด ตลอดจนอุโมงค์ใต้ถนนทุกแห่ง ท่ามกลางความหวาดผวาของผู้คนในบรัสเซลส์ หน่วยงานระหว่างประเทศทุกแห่งปล่อยพนักงานกลับบ้าน ทางการขอให้ประชาชนอยู่กับที่ และหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์เพื่อเปิดช่องทางการสื่อสารจำเป็นไว้
ต่อมาโฆษกสำนักงานดับเพลิงบรัสเซลส์เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 คน บาดเจ็บ 81 คน จากเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนที่สนามบิน กับอีกราว 15 คน บาดเจ็บ 55 คน ที่สถานีรถไฟใต้ดินมัลบีค ซึ่งเป็นระเบิดที่รุนแรงเช่นกัน โฆษกสำทับว่า ยอดเหยื่อระเบิดที่สนามบินยังเป็นเพียงเบื้องต้น อาจมีผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มอีกอยู่ใต้กองฝ้าเพดานที่ถล่มลงกับกองซากปรักหักพังจำนวนมาก หลังเหตุร้ายในเบลเยียม สนามบินทุกแห่งในฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ ต่างยกระดับความปลอดภัยขึ้่นอีก เช่นเดียวกับนิวยอร์ก ตำรวจยกระดับการดูแลระบบรถไฟใต้ดินทันที
ผู้นำโลกประณามการกระทำ
ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ เรียกประชุมรัฐมนตรีระดับสูงและหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อหารือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีในกรุงบรัสเซลส์ว่า เป็นอาชญากรรมป่าเถื่อน พร้อมแสดงความเสียใจต่อกษัตริย์ฟิลิปเปแห่งเบลเยียม ตลอดจนผู้เสียชีวิตและครอบครัว นายปูตินระบุว่า การต่อสู้กับปีศาจเหล่านี้ ต้องอาศัยความร่วมมือเชิงรุกของนานาชาติ
นายกรัฐมนตรีสเตฟาน เลิฟเวน ผู้นำสวีเดน แถลงประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นการโจมตีต่อประชาธิปไตยของยุโรป และรัฐบาลจะไม่มีวันยอมก้มหัวให้ผู้ก่อการร้าย ขณะที่ นายดิดิเยร์ เรนเดอร์ส รมว.การต่างประเทศเบลเยียม กล่าวถึงผลการสอบปากคำอับเดสลามในเบื้องต้นว่า ผู้ต้องหามีแผนสร้าง “เครือข่าย” เพื่อลงมือบางอย่าง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้มากน้อยเพียงใด
คาดล้างแค้นทางการจับมือบึ้มปารีส
ทั้งนี้เบลเยียมเป็นศูนย์กลางการสอบสวนก่อการร้ายในกรุงปารีส โดยเฉพาะย่านโมเลนบีค ชานกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของกลุ่มสุดโต่ง โดยก่อนหน้านี้ทางการเบลเยียมตื่นตัวเตรียมพร้อมระดับสูงมาตั้งแต่การจับกุมนายซาเลาะห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยสำคัญในเหตุการณ์โจมตีกรุงปารีสของฝรั่งเศสที่มีผู้เสียชีวิต 130 คน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 จากปฏิบัติการบุกจับกุมในย่านโมเลนบีคเมื่อวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยนายแยน แจมบอน รัฐมนตรีมหาดไทยเบลเยียม เพิ่งเตือนเมื่อวันจันทร์ว่า เบลเยียมมีความเสี่ยงที่จะเกิดการโจมตีล้างแค้นหลังการจับกุมผู้ต้องสงสัยตัวการสำคัญ
นอกจากนี้ทางการเพิ่งขอให้ประชาชนเป็นหูเป็นตาช่วยกันติดตามตัวนายนาจิม ลาช์รัว วัย 24 ปี ซึ่งทางการระบุว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับนายอับเดสลาม พร้อมทั้งตามล่าตัวนายโมฮัมเหม็ด อาบรีนี วัย 31 ปี ที่อยู่ในภาพถ่ายอยู่กับนายอับเดสลาม ที่ปั๊มน้ำมันบนถนนมุ่งหน้าปารีส เพียง 2 วันก่อนการโจมตีเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน
ไอเอสอ้างอยู่เบื้องหลังเหตุบึ้ม
ประธานาธิบดีออลลองด์แห่งฝรั่งเศสกล่าวหลังจับกุมนายอับเดสลามว่า ยังไม่ใช่บทสรุปของสงครามต่อต้านก่อการร้าย และคาดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีปารีสน่าจะมีจำนวนมากกว่าที่คิด หลังจากนายอับเดสลามสามารถหลบหนีเงื้อมมือทางการได้นานถึง 4 เดือน ทั้งที่สถานที่ที่จับกุมบุคคลผู้นี้ได้อยู่ห่างจากบ้านเดิมของเขาเพียง 450 เมตรเท่านั้น
ขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์อาร์ที แห่งรัสเซีย รายงานว่า กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์โจมตีในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงเบลเยียมเมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม โดยออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าวอามัค ที่เป็นสื่อของกลุ่มไอเอสเอ
วีทีเอ็ม สถานีโทรทัศน์เอกชน รายงานว่า เจ้าหน้าที่พบเสื้อระเบิดฆ่าตัวตายที่ยังไม่ระเบิดที่สนามบิน ซึ่งเชื่อว่าเป็นของผู้ก่อการร้ายคนที่สาม และหน่วยเก็บกู้ระเบิดนำไปทำลายแล้ว
รวบต้องสงสัย 2 รายทันที
เดลี่ เมล์ออนไลน์ รายงานว่า ปฏิบัติการไล่ล่าผู้ต้องสงสัยเปิดฉากขึ้นทันที ตำรวจจับกุมชาย 2 คน ที่หน้าสถานีรถไฟแห่งหนึ่ง ไม่ไกลมากนักจากสถานีรถไฟใต้ดินมัลบีค และกล้องวงจรปิดจับภาพหนึ่งในมือระเบิดสนามบินได้ รวมถึงนาทีที่บุคคลผู้นี้จุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตาย
รายงานระบุว่า ทุกพื้นที่ของสนามบินติดกล้องวงจรปิด 4 ตัว ครอบคลุมทุกพื้นที่ของสนามบิน เช่นเดียวกับที่สถานีรถไฟใต้ดิน
มัลบีค เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดสำรวจช่วงเวลาก่อนและนาทีระเบิด เพื่อไล่ล่าหาผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป
เดลี่ เมล์ อ้างแหล่งข่าวความมั่นคงว่า น่าจะได้คลิปวิดีโอนาทีที่หนึ่งในผู้ก่อการร้ายจุดชนวนระเบิด 1 ใน 3 ลูก ขณะเดียวกัน หน่วยเอ็มไอ 5 ของอังกฤษ และซีไอเอ ของสหรัฐ ที่ประจำในบรัสเซลส์ ก็จะใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของตนช่วยแกะรอยผู้อยู่เบื้องหลังอีกทางหนึ่ง
ขณะที่สำนักงานอัยการเบลเยียมออกแถลงการณ์ขอร้องสื่อระงับการเสนอข่าวเกี่ยวกับการสอบสวน เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างราบรื่น หลังสื่อบางแห่งรายงานเรื่องการบุกตรวจค้นหลายแห่ง
กต.ยันคนไทยในเบลเยียมปลอดภัย
เกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อการร้ายดังกล่าวที่มีความหวั่นเกรงว่าคนไทยจะได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่ ล่าสุดเมื่อเวลา 17.10 น. มีรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศว่า ได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ในเบื้องต้นไม่พบคนไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว โดยทางการเบลเยียมได้อพยพผู้โดยสารออกจากพื้นที่ท่าอากาศยาน และได้ระงับเที่ยวบินทุกเที่ยว รวมทั้งการให้บริการรถไฟที่วิ่งไป-กลับท่าอากาศยานแล้ว ในส่วนของผลกระทบต่อคนไทยที่เดินทางด้วยเที่ยวบินของการบินไทยนั้น ทางสถานเอกอัครราชทูตได้ประสานกับนายสถานีการบินไทยประจำท่าอากาศยานทราบว่า สายการบินไทยเที่ยวบินที่ ทีจี 934 ได้ลงจอดก่อนเกิดเหตุ และไม่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ ตามที่มีรายงานข่าวว่าเกิดเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินมัลบีค ใกล้สำนักงานใหญ่ของสหภาพยุโรปนั้น โดยทางการเบลเยียมได้ประกาศระงับการเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดด้วยแล้วนั้น สถานเอกอัครราชทูตอยู่ในระหว่างตรวจสอบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบหรือไม่ ซึ่งกระทรวงจะได้ติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยได้แจ้งชุมชนไทยในกรุงบรัสเซลส์ให้ใช้ความระมัดระวัง และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้อาศัยอยู่ในกรุงบรัสเซลส์สามารถติดต่อเบอร์ฉุกเฉินของสถานเอกอัครราชทูตได้ที่หมายเลข +32470859667 และหมายเลขโทรศัพท์ของสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ +32 26406810 ต่อ 002, 003 และในส่วนของญาติพี่น้องในไทยที่มีความห่วงกังวล สามารถติดต่อเบอร์ฮอตไลน์ กรมการกงสุล ได้ที่หมายเลข 0-2572-8442 และ 094-003-7190-92 อย่างไรก็ตาม มีคนไทยอาศัยอยู่ในเบลเยียมประมาณ 4,000 คน และอยู่ในกรุงบรัสเซลส์ประมาณ 1,000 คน
วอนให้อยู่ในบ้าน-ฟังข่าวสาร
ด้าน นางบุษยา มาทแล็ง เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงบรัสเซลส์ กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในเมืองหลวงของเบลเยียมว่า ขณะนี้ทางสถานทูตได้ติดตามและตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังได้ประสานไปยังเครือข่ายคนไทย โดยขอให้คนไทยที่พักอาศัยในเบลเยียมอยู่แต่ในเคหสถาน และหลีกเลี่ยงเดินทางไปอยู่ในที่ชุมนุมชน สาธารณะ กรณีที่มีความจำเป็นขอให้ระมัดระวังตัว พร้อมกับติดตามรายงานข่าวความเคลื่อนไหว ตลอดจนคำประกาศจากทางการเบลเยียมอย่างใกล้ชิด เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิต
“สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ได้ติดต่อประสานงานผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ไปยังคนไทยและชุมชนชาวไทยในเบลเยียมทั้งหมดแล้ว โดยขณะนี้ยังไม่พบว่ามีคนไทยเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่สนามบิน ส่วนสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ที่เกิดเหตุระเบิดด้วยนั้น อยู่ห่างจากสำนักงานของสหภาพยุโรป (อียู) เพียง 1 สถานี ซึ่งมีรายงานข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 10 คน ทั้งนี้เรากำลังตรวจสอบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่สถานีรถไฟใต้ดินด้วยหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีคนไทยเสียชีวิตหรือบาดเจ็บเช่นกัน” นางบุษยา กล่าว
นางบุษยา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้สถานเอกอัครราชทูตไทยได้เปิดโทรศัพท์สายด่วนติดตามสถานการณ์ดังกล่าวได้ที่หมายเลข +32470859667 และหมายเลขโทรศัพท์ของสถานเอกอัครราชทูตไทย +32 26406810 ต่อ 002, 003 ถ้าคนไทยที่ต้องการติดต่อสอบถาม สามารถโทรศัพท์มาได้ทันที
สตช.สั่งเข้มสถานที่สำคัญ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุระเบิด 2 จุดใกล้เคาน์เตอร์เช็กอินสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส ท่าอากาศยานานาชาติซาเวนเทม กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับประสานจากศูนย์ความมั่นคง ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าศูนย์ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงทุกภาคส่วนเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะสถานที่สำคัญ ทั้งสถานทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย สนามบิน ศูนย์การค้าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยในส่วนของตำรวจสั่งการให้สายตรวจแต่ละพื้นที่ออกตรวจตราสถานที่สำคัญที่มีชาวต่างชาติอยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมตั้งด่านตรวจค้นและคัดกรองบุคคลต้องสงสัย รวมถึงให้ตำรวจสันติบาลหาข่าวเชิงลึก ขณะเดียวกันหน่วยความมั่นคงของไทยได้แจ้งบัญชีรายชื่อประเทศที่อาจตกเป็นเป้าหมายในการก่อการร้าย โดยมอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบการเดินทางเข้า-ออกประเทศของบุคคลและนักท่องเที่ยวจากประเทศอย่างเข้มงวดมากขึ้น
เผยบินไทยรอดลงจอดก่อนบึ้ม
ด้านการบินไทยได้ประกาศเลื่อนตารางการบินหลังจากสนามบินบรัสเซลส์เกิดเหตุระเบิด โดยมีรายละเอียดดังนี้ ตามที่เกิดเหตุระเบิดที่สนามบินบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ในวันนี้ (วันที่ 22 มีนาคม 2559) เวลาประมาณ 08.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เป็นเหตุให้ท่าอากาศยานบรัสเซลส์ประกาศปิดสนามบิน ทำให้ทุกสายการบินไม่สามารถทำการบินเข้า-ออก ประเทศเบลเยียมได้ บริษัท การบินไทยฯ จึงไม่สามารถทำการบินไปยังกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ได้ตามปกติ
ทั้งนี้ เที่ยวบินของการบินไทย ที่ออกเดินทางไปแล้วในวันนี้ (วันที่ 22 มีนาคม 2559) เที่ยวบินที่ ทีจี 934 เส้นทางกรุงเทพฯ–บรัสเซลส์ บรรทุกผู้โดยสารจำนวน 326 คน และลูกเรือจำนวน 20 คน ซึ่งออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 00.30 น. ถึงท่าอากาศยานบรัสเซลส์ เวลา 07.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันเดียวกัน ได้ลงจอดอย่างปลอดภัย รวมทั้งผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนไม่ได้รับอันตรายจากเหตุระเบิดดังกล่าว
สั่งเลื่อนตารางการบินหลังเหตุป่วน
สำหรับเที่ยวบินขากลับ เที่ยวบินทีจี 935 เส้นทางบรัสเซลส์–กรุงเทพฯ ซึ่งตามตารางการบินปกติจะออกเดินทางจากบรัสเซลส์ในเวลา 13.10 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) และถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 06.10 น.ของวันรุ่งขึ้น คาดว่าจะเลื่อนเวลาทำการบินออกไปจนกว่าท่าอากาศยานบรัสเซลส์จะให้บริการได้ตามปกติ ซึ่งบริษัทจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป นอกจากนี้บริษัททำการบินไปยังบรัสเซลส์สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน ทำการบินทุกวันอังคาร พฤหัสบดี เสาร์ และอาทิตย์ ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777-300อีอาร์ โดยเที่ยวไป เที่ยวบินทีจี 934 เส้นทางกรุงเทพฯ–บรัสเซลส์ ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 00.30 น. ถึงท่าอากาศยานบรัสเซลส์ เวลา 07.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันเดียวกัน และเที่ยวกลับ ทีจี 935 เส้นทางบรัสเซลส์–กรุงเทพฯ ออกเดินทางจากบรัสเซลส์ในเวลา 13.10 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) และถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 06.10 น.ของวันรุ่งขึ้น ทั้งนี้ผู้โดยสารสามารถติดตามรายละเอียดตารางบินได้ที่ www.thaiairways.com หรือ THAI Contact Center 0-2356-1111 (ตลอด 24 ชั่วโมง)



