ข่าว

รวบคนร้ายแหกด่านยิงตำรวจหนี ปิดพื้นที่ล่าระทึกนาน7ชม.

รวบคนร้ายแหกด่านยิงตำรวจหนี ปิดพื้นที่ล่าระทึกนาน7ชม.

22 มี.ค. 2559

รวบคนร้ายแหกด่านยิงเปิดทางหนี ตำรวจเข้าสกัดเจ็บ 2 ปิดพื้นที่ล่าระทึกนานกว่า 7 ชม. เจอตัวซุกป่ากก เจ้าตัวรับเสพยา-ตกใจ

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 21 มีนาคม พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธิ์ รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.กฤษณะ คุณากร รองผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ศุภกรณ์ จันทบุตร ผกก.ปพ.บกก.สภ.ภ.1 พ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธิเมตต์ ผกก.สภ.ธัญบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. สุนัขตำรวจ เค ไนน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษปราบไพรีอริศัตรูพ่าย เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว นายรุ่งโรจน์ เสือปรางค์ อายุ 30 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก ลูกกระสุนปืน จำนวน 5 นัด โดยจับกุมได้ที่ป่ากกติดกับกำแพง ซ.10 หมู่บ้านสวนเกษตรคลอง 5 ต.รังสิต อ.ธัญญบุรี จ.ปทุมธานี
 
พล.ต.ต.ถาวร กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 21 มีนาคม ขณะที่ ร.ต.อ.สุพล พงษ์กลับ รองสวป. สภ.ธัญบุรี พร้อมกำลังรวม 8 นาย ได้ตั้งจุดตรวจบนถนนเลียบคลองห้า ม.2 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าสีเขียว หมายเลขทะเบียน กม 265 นนทบุรี มีนายรุ่งโรจน์ ผู้ต้องหาเป็นผู้ขับขี่ และมีน.ส.รัชนก ดอนสิงหะ น.ส.อภิญญา เพลินไพร นางสมจิตร ศรีสอน และเด็กชายวัย 10 ขวบ นั่งมาในรถ หลังจากได้กลับจากการไปเยี่ยมนายศรสวุธ คงทอง ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานบำบัดพิเศษชายคลองห้า เมื่อผู้ต้องหาขับมาถึงจุดตรวจได้ชะลอความเร็ว แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะเดินเข้ามาขอตรวจค้นนายรุ่งโรจน์ได้เร่งเครื่องยนต์ขับหลบหนีมุ่งหน้ามาถึงถนนรังสิต-นครนายก เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าขาออก เมื่อถึงสัญญาณไฟจุดกลับรถธัญพร ผู้ต้องหาได้ขับขี่ฝ่าสัญญาณไฟแดงต่อไป และได้ไปกลับรถตรงจุดกลับรถสัญญาณไฟแดงหน้า รพ.ธัญบุรี ขับรถกลับมาบนถนนรังสิต-นครนายก
 
พล.ต.ต.ถาวร กล่าวอีกว่า เมื่อถึงจุดกลับรถธัญพรมีนถจอดติดไฟแดงขวางทางอยู่ นายรุ่งโรจน์ ได้ขับรถเฉี่ยวชนมีรถได้รับความเสียหาย 4 คัน และรถไม่สามารถขับขี่ต่อไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 5 นาย ขับขี่รถจยย.จำนวน 3 คัน ติดตามมาทันจึงจะลงไปตรวจค้นแต่ถูกนายรุ่งโรจน์ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้กระสุนปืนโดนบริเวณไหล่ซ้ายของด.ต.ณกฤช ศิริสงค์ และถูกบริเวณขาด้านซ้ายของส.ต.ต.ธัชชัย โลหะกุล ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายก็ได้เปิดประตูวิ่งหลบหนีไป
 
พล.ต.ต.ถาวร กล่าวต่อว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งกองบินตำรวจ กองกำกับการสุนัขตำรวจ ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ฯลฯ เข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายและค้นหาตัวคนร้ายจนสามารถจับกุมตัวได้ ผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรีในข้อหามียาเสพติด มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง และพยายามฆ่าเจ้าพนักงานในพื้นที่บางศรีเมือง ซึ่งนายรุ่งโรจน์เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ทางตำรวจภูธรจ.นนทบุรีก็อยากได้ตัว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการในทุกข้อหาที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
 
สอบสวน นายรุ่งโรจน์ รับสารภาพว่า เมื่อปี 55 เคยถูกจำคุกคดีเสพยาเสพติด ต้องโทษประมาณ 2 ปี ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ก็ได้เสพยาเสพติดมา ก่อนที่วันนี้(21 มี.ค.)จะไปเยี่ยมญาติที่ถูกคุมขังในทัณฑสถานบำบัดพิเศษชายคลอง 5 มา ขณะเดินทางกลับเจอด่านตรวจจึงเกรงกลัว เนื่องจากในรถมียาเสพติดที่ซื้อไว้เสพ มีอาวุธปืน และมีคดีติดตัวเคยก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่บางศรีเมือง ซึ่งปกติก็จะพกปืนติดตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะมีอรินอกพื้นที่ จึงต้องเตรียมอาวุธปืนไว้ป้องกันตัว
 
นายรุ่งโรจน์ ให้การอีกว่า ด้วยความตกใจที่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำท่าทางคล้ายจะหยิบอาวุธปืน จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวยิงเปิดทางเพื่อหลบหนี โดยไม่ทราบว่ายิงไปถูกตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ส่วนในเฟซบุ๊ก ที่โพสต์ภาพว่ามีระเบิดเป็นเพียงระเบิดปลอมที่ต้องการสร้างกระแสเท่านั้น ทั้งนี้อยากจะขอโทษตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บเพราะตำรวจไม่ได้จะทำร้ายตน แต่ด้วยอาการตกใจประกอบกับมียาเสพติดและมีคดีติดตัวจึงใช้อาวุธที่ติดตัวยิงไป เพื่อจะหลบหนีเท่านั้น ไม่มีเจตนาทำร้ายหรือฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ 
 
“ผมไม่คิดว่าครอบครัวจะโดนลูกหลงเพราะตนได้วิ่งหนีออกจากจุดเกิดเหตุไปแล้ว จากนั้นตนได้วิ่งหลบหนีเข้าไปขอความช่วยเหลือกับชาวบ้านบริเวณนั้น แต่ไม่มีใครช่วยจึงตัดสินใจกระโดดข้ามกำแพงไปบริเวณป่ากก ก่อนที่จะสลบไปรู้ตัวอีกครั้งเมื่อมีตำรวจเดินมาเหยียบ จึงถูกจับกุมตัวได้”นายรุ่งโรจน์ กล่าว
 
เบื้องต้นแจ้งข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน และข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด ก่อนคุมตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บ พร้อมทั้งตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย และจะทำการสอบปากคำผู้ต้องหา ก่อนที่จะประเมินอาการว่าสามารถควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้หรือไม่