
ขนมไทยสไตล์คนเจนแซด'มารุเค้ก'แบรนด์เอกชัย
ขนมไทยสไตล์คนเจนแซด'มารุเค้ก'แบรนด์เอกชัย : คมคิดธุรกิจนิวเจน ปทุม กลิ่นหอม : เรื่อง วันชัย ไกรศรขจิต : ภาพ
เคยได้ยินไหม? หลังจากบอกใครว่าจะไปสุพรรณบุรี แล้วคนฟังตอบกลับมา...อย่าลืมซื้อ “ขนมสาลี่” มาฝากนะ
นั่นเพราะคนไทยส่วนใหญ่ทราบดีว่า “ขนมสาลี่” เป็นขนมเลื่องชื่อของเมืองแห่งนี้ และแน่นอนว่า หากนึกถึงสูตรต้นตำรับก็ต้องเป็นขนมสาลี่ของ “ร้านเอกชัย” ที่อยู่เคียงข้าง จ.สุพรรณบุรี มานานถึง 48 ปี และเป็นขนมสาลี่ที่มีเอกลักษณ์ทั้งในด้านรสชาติและความนุ่มเนียนของเนื้อขนม อันเป็นจุดเด่นของ “สาลี่เอกชัย” จนได้รับเครื่องหมายรับประกันคุณภาพความอร่อย “เชลล์ชวนชิม” จาก ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เมื่อปี 2523
หลายคนคุ้นเคยกับภาพขนมสาลี่แบบเดิมๆ และอาจยังไม่ทราบว่าขนมสาลี่มีรูปโฉมใหม่ หากเปรียบเป็นมนุษย์ก็มีการออกลูกและหลานเรียบร้อย สำหรับลูกคือ “ขนมสาลี่สอดไส้” มี 4 ไส้ คือ แยมแครนเบอร์รี่, ส้ม, กีวี และมัลเบอร์รี่ เกิดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ส่วนหลานก็เพิ่งเกิดเมื่อช่วงต้นปี 2558 คือ “มารุเค้ก” ซึ่งเป็นขวัญใจในขณะนี้ เพราะเกิดมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกอบกู้สถานการณ์ของ "ร้านเอกชัย" ร้านขนมไทยและของฝากอันดับต้นๆ ของประเทศ ให้สามารถครองใจคนไทยต่อไปได้
“คุณพร” พรพิมล แก้วศรีงาม กรรมการผู้จัดการบริษัท เอกชัย สาลี่สุพรรณ จำกัด ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 2 เปิดใจว่า มารุเค้ก เปรียบเป็นหลานของขนมสาลี่ ซึ่งเป็นขนมของคนไทยในยุคเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ (เจนเอ็กซ์) และเจเนอเรชั่นวาย (เจนวาย) แต่สำหรับคนเจเนอเรชั่นแซด (เจนแซด) นั้น ยังไม่มี ครอบครัวจึงร่วมกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ขนมไทยอยู่ในใจของเด็กรุ่นใหม่ โดยใช้ความเป็นตะวันตกและตะวันออกมาผสมผสานกัน กระทั่งได้แนวคิดทำเป็นเค้กสอดไส้ เป็นการต่อยอดให้ขนมสาลี่ที่นับวันดูเชยในสายตาวัยรุ่น ดูมีการเปลี่ยนแปลง ในขณะเดียวกันพวกเขาก็สามารถภูมิใจในความเป็นไทยได้ด้วย โดยตั้งชื่อว่า “มารุเค้ก” ซึ่งอาจเป็นญี่ปุ่นไปสักหน่อย แต่เชื่อว่าเป็นชื่อที่ทันสมัยและจดจำง่าย
เรื่องราวของ “มารุเค้ก” แบ่งเป็น 2 ซีรีส์ ซีรีส์แรกเป็นขนมไทย ได้แก่ ซอฟท์เค้กลูกตาลไส้ครีมกะทิ ที่ได้แรงบันดาลใจจากขนมตาล, ใบเตยไส้ครีมกะทิ ได้แรงบันดาลใจจากขนมตะโก้ และรสชาร์โคลไส้ครีมกะทิ มีแรงบันดาลใจมาจากขนมเปียกปูน ส่วนซีรีส์ที่สอง ซึ่งต้องการให้เป็นเวอร์ชั่นสำหรับเด็กรุ่นใหม่ สอดไส้ด้วยแยมรสผลไม้และครีมชีส ได้แก่ ไส้ครีมชีสสตรอเบอร์รี่, ไส้ครีมชีสมัลเบอร์รี่ และไส้ครีมชีสแครนเบอร์รี่
“เราช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ขนมไทยอยู่ในใจของเด็กวัยรุ่น ตอนแรกเรามุ่งไปที่เรื่องกะทิ แต่ก็ยังไม่โดนใจมากพอ จึงนำแยมพวกตระกูลเบอร์รี่เข้ามาช่วย ปรากฏว่ามีวัยรุ่นรู้จัก มีลูกค้าเข้ามาถาม เขารู้สึกเซอร์ไพรส์เมื่อได้เห็น”
ทายาทร้านเอกชัย กล่าวต่อว่า สินค้าตัวใหม่นี้ คลอดออกมาเพื่อช่วยเพิ่มยอดการจำหน่าย เพราะยอมรับตามตรงว่า ยอดการจำหน่ายสาลี่ออริจินอลหรือต้นตำรับ มีตัวเลขลดลงทุกๆ ปี ฉะนั้นบริษัท เอกชัย สาลี่สุพรรณ จึงมีความจำเป็นต้องคิดและผลิตสินค้าตัวใหม่ออกมาให้ทันกับกระแสความต้องการหรือเทรนด์ปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“การพัฒนาสินค้าเป็นหัวใจในการอยู่รอดของเอสเอ็มอี เพราะฉะนั้น เอกชัย สาลี่สุพรรณ จึงต้องมีสินค้าใหม่ๆ ขึ้นมาตลอด เพื่อลูกค้าเข้ามาจะได้รู้สึกตื่นเต้น ดูแล้วน่าซื้อน่ารับประทาน เหมาะแก่การเป็นของฝาก”
เสน่ห์ของมารุเค้กนั้น คุณพรพิมล บอกว่า อยู่ที่การใช้วัตถุดิบของขนมไทยเป็นส่วนใหญ่ อาทิ มะพร้าว ไข่ ลูกตาล น้ำใบเตย เป็นต้น รวมถึงความอร่อยของกะทิ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเคี่ยวอย่างพิถีพิถัน จนได้น้ำกะทิเข้มข้นที่มีความหอมมัน เช่น ซอฟท์เค้กลูกตาลไส้ครีมกะทิ นอกจากได้กลิ่นขนมตาล ยังหอมหวานและละมุนลิ้นด้วยรสชาติของกะทิร้อยเปอร์เซ็นต์ และมารุเค้กยังไม่ใส่สารกันเสียหรือสารกันบูดด้วย
แม้แง้มหัวใจ “คนเจนแซด” ได้แล้ว แต่ก็ยังประสบปัญหา โดย คุณพรพิมล อธิบายว่า ด้วยความที่มารุเค้กเก็บรักษาได้เพียง 5 วันเท่านั้น เพราะไม่ใส่สารกันเสีย ทำให้การกระจายสินค้าอยู่ในวงจำกัด วางจำหน่ายได้เพียงเฉพาะร้านของบริษัท กอปรกับใน 1 กล่องมีหลายรส จึงมีความซับซ้อนในกระบวนการผลิตและการบรรจุ ทางบริษัทอยู่ระหว่างการหาทางแก้ปัญหา เพราะต้องการให้มารุเค้กสามารถเก็บได้นานประมาณ 2 เดือน โดยไม่ใส่สารกันเสีย ซึ่งเป็นเรื่องยาก และพยายามคงความอร่อยที่ตัวกะทิ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ
"ลูกค้าเข้ามาถามถึงมารุเค้กค่อนข้างมาก เขารู้สึกเซอร์ไพรส์เมื่อเห็น พูดง่ายๆ คือถูกใจ ล่าสุดมีชาวญี่ปุ่นเดินทางมาชมโรงงาน เขาไม่คิดว่าขนมไทยจะมีกล่องแบบนี้ มีรสชาติที่เขาเองก็ถูกใจ และคิดว่าญี่ปุ่นก็ชอบขนมมารุเค้กของเอกชัยเช่นกัน แต่ยังติเรื่องอายุของมันที่ค่อนข้างน้อย และใน 1 กล่อง มีน้อยชิ้นไปหน่อย ซึ่งมีกล่องละ 3 รสชาติ โดยเราเสนอขายกล่องละ 85 บาท หากซื้อ 2 กล่อง ราคา 150 บาท"
กรรมการผู้จัดการบริษัท เอกชัย สาลี่สุพรรณ เปิดเผยถึง กลยุทธ์ในการขายขนมทุกชนิด ซึ่งรวมถึง “มารุเค้ก” ด้วยว่า ทางร้านให้ความสำคัญอยู่ 2 เรื่องหลัก คือ การเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ เป็นวัตถุดิบของขนมไทยเป็นส่วนใหญ่ และการบรรจุหีบห่อ ซึ่งต้องทำให้มีความโดดเด่นในตัวของมันเอง เพราะการบรรจุหีบห่อถือเป็นเรื่องสำคัญ สะท้อนถึงการรักษาชิ้นขนมภายในกล่องให้คงสภาพเดิม และดึงดูดใจลูกค้าให้อยากจับต้อง
ในส่วนช่องทางการจำหน่ายขนมของทางร้านนั้น จากเดิมที่มีจำหน่ายภายใน จ.สุพรรณบุรี ปัจจุบันบริษัทขยายตลาดไปยังกรุงเทพมหานคร รวมถึงจังหวัดต่างๆ ได้แก่ กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี นครสวรรค์ โดยดูรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ekachai.co.th, ทางไลน์ : EKASALEE เฟซบุ๊ก : EkachaiSaleeSuphan และหมายเลขโทรศัพท์ 0-3552-5111, 0-3541-2427 รวมถึงจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์และมีโปรโมชั่น ส่วนลด 10-15 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ยังตีตลาดขนมต่างประเทศ แต่ “มารุเค้ก” ยังเดินทางไปไม่ได้ ด้วยอายุการเก็บรักษาอยู่ได้น้อยวัน ทางบริษัทจึงส่ง “โสมนัส” และ “คุกกี้ทุเรียน” ซึ่งเก็บไว้รับประทานได้นาน 1 ปี ไปวางจำหน่ายที่ประเทศจีน รวมถึงตลาดขนมที่เวียดนามและพม่าด้วย โดยทุกประเทศที่ไปลูกค้าตอบรับดีมาก เพราะเป็นแบรนด์สินค้าจากไทยที่มีความน่าเชื่อถือ
“เรายืนยันว่า ขนมของร้านเอกชัย นอกจากความอร่อย เรายังใส่ใจเรื่องสุขภาพ ไม่มีการใส่สารกันเสีย สำหรับมารุเค้กนั้น เรามีเป้าหมายจะเปิดช็อปเพิ่ม และอนาคตจะมีสินค้าออกมาอีก เรากำลังพยายามทำขนมให้เป็นอาหาร เช่น ขนมเปี๊ยะไส้หมูหยอง ไส้ไก่หยอง นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายที่จะเอาขนมไทยบุกไปตีตลาดต่างประเทศเพิ่มด้วย” ทายาทร้านเอกชัย กล่าวทิ้งท้ายอย่างมุ่งมั่น



