ข่าว

‘แอร์พอร์ตลิงก์’ขัดข้องเจ็บ6รายโวยขาดการดูแล

‘แอร์พอร์ตลิงก์’ขัดข้องเจ็บ6รายโวยขาดการดูแล

21 มี.ค. 2559

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ขัดข้องผู้โดยสารเจ็บ 6 ราย โวยขาดการดูแล ทุบกระจกช่วยตัวเองเหตุขาดอากาศหายใจ

 
          วันที่ 21 มี.ค.59 เมื่อเวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดไฟดับบนขวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ขบวนสุวรรณภูมิมุ่งหน้าสถานีพญาไท มีผู้โดยสารเต็มขบวนรถ บริเวณช่วงระหว่างสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์หัวหมากกับสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์รามคำแหง เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู และรถกู้ชียจากโรงพยาบาลต่างๆ กำลังช่วยปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บที่ส่วนใหญ่ขาดอากาศหายใจ แต่การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากทางสถานีไม่มีแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่สถานี 
 
          บรรยากาศเป็นไปอย่างโกลาหล ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำส่งรักษาตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงบาล จำนวน 6 ราย ทราบชื่อภายหลัง นางพนิดา ปั่นบดี ส่งรักาาตัวที่โรงพยาบาลสินแพทย์ น.ส.ทิพย์พะวัน ชนนิชา อายุ 30 ปี ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลวิภาราม พัฒนาการ นางสิโรรัตน์ จอดนอก และ น.ส.เฉิน ลี่ สัญชาติจีน ถูกนำส่งโรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ นางจารุภา (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 60 ปี และนายศุภาชัย (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 30 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสิรินทร 
 
          นายบัญชา ดีพิณ อายุ 21 ปี เจ้าหน้าสถานีขนส่งสินค้า กรมการขนส่งทางบก หนึ่งในผู้ติดค้าง เปิดเผยว่า ตนขึ้นรถขบวนดังกล่าวมาจากสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์ลาดกระบัง กระทั่งถึงที่เกิดเหตุบริเวณช่วงสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์หัวหมาก เวลาประมาณ 07.40 น. ขบวนรถไฟเกิดหยุดชะงักและอีก 10 นาที ต่อมาระบบแอร์เกิดหยุดทำงาน จากนั้นผู้โดยสารส่วนใหญ่เริ่มหายใจไม่ออก มีคนพยายามเปิดประตูและทุบกระจก แต่พนักงานของขบวนรถไฟไม่อนุญาต จนผ่านไปเริ่มมีคนเป็นลม ผู้โดยสารจึงพยายามเปิดประตูและทุบกระจกอีกครั้ง จนทำสำเร็จแล้วทยอยลงขบวนเป็นบางส่วน โดยเวลาผ่านไปราวชั่วโมงกว่าๆ เจ้าหน้าที่ได้นำรถไฟอีกขบวนมาต่อท้ายเพื่อกลับมายังสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์หัวหมาก ซึ่งเป็นไปอย่างอย่างทุลักทุเล โดยเฉพาะคนที่เป็นลมหมดสติ 
 
          นายบัญชา กล่าวอีกว่า อยากให้ทางการรถไฟรับผิดชอบมากกว่านี้ อยากให้มีการซ้อมรับมือเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดในอนาคต และอยากให้มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ในกรณีฉุกเฉินพร้อมเจ้าหน้าที่ดูแล 1 คน ต่อ 1 โบกี้ พยาบาลอย่างน้อย 1 คน ต่อ 1 ขบวน เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันภายในอนาคตต่อไป 
 
          ด้านนางพัชรินทร์ นาฮิม อายุ 44 ปี หนึ่งในผู้โดยสารที่ติดค้าง เล่าด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวว่า ตนขึ้นจากสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์สุวรรณภูมิในช่วงเช้า จนผ่านสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์หัวหมาก จู่ๆรถเริ่มแล่นช้าลงจนหยุดนิ่ง ทุกคนในรถยังไม่ได้เอะใจ จนผ่านไป 10 นาที คนควบคุมรถจึงแจ้งผู้โดยสารว่ารถขัดข้อง กระทั่งเวลาผ่านเป็นไปชั่วโมง ผู้โดยสารเริ่มเอะอะโวยวาย เพราะอากาศเริ่มร้อนและมีผู้โดยสารบางส่วนเริ่มเป็นลมหมดสติ โดยมีพนักงานผู้ควบคุมขบวนได้วิ่งไปเปิดประตูที่ท้ายรถเพื่อให้อากาศถ่ายเท แต่ด้วยขบวนรถที่ยาวและมีผู้โดยสารเต็มคันรถทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ผู้โดยสารที่อยู่ด้านในจึงตัดสินใจทุบที่เปิดประตูฉุกเฉิน จากนั้นรออีกชั่วโมงกว่าๆ จึงมีรถไฟอีกขบวนมาจอดเพื่อลากรถไป แต่ไม่สามารถลากได้ จึงถ่ายผู้โดยสารบางส่วนไปที่สถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิ้งก์หัวหมาก 
 
          “ผู้โดยสารส่วนใหญ่ไม่พอใจอย่างมาก ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยไม่มีแจ้งเตือนว่า เกิดเหตุฉุกเฉิน มีวิธีการอย่างไร ปล่อยให้ผู้โดยสารอยู่กันตามยถากรรม และไม่มีการช่วยเหลือใดๆ โดยต้องช่วยเหลือกันเอง”นางพัชรินทร์ กล่าว  
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศโดยรอบสถานีแอร์พอร์ตลิ้งก์มีผู้โดยสารออกมารอรถแท็กซี่เต็มทั้งสองฝั่ง ถ.พัฒนาการ เนื่องจากเป็นเวลาเร่งด่วน จนเวลาประมาณ 10.30 น. รถไฟฟ้าจึงสามารถเดินรถได้ตามปกติ และหลังเกิดเหตุก็ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งหรือประชาสัมพันธ์ว่า จะมีทำการช่วยเหลือผู้โดยสารขบวนดังกล่าวอย่างไร โดยมีการประกาศแค่เพียงว่าเปิดให้บริการตามปกติและค่าโดยสารราคาเท่าเดิม




แอร์พอร์ตลิงค์ใช้ได้ปกติแล้ว เหตุระบบไฟฟ้าย่านรามคำแหงขัดข้อง 
 
          พล.อ.ดรัณ ยุทธวงษ์สุข กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด เปิดเผยถึงเหตุรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์เส้นทางสนามบินสุวรรณภูมิ–พญาไท เกิดเหตุขัดข้องเมื่อเวลา 07.50 น. ที่ผ่านมาบริเวณระหว่างสถานะหัวหมาก และสถานีรามคำแหง โดยระบุว่า สาเหตุเกิดขึ้นจากระบบไฟฟ้าขัดข้องบริเวณรามคำแหงประกอบการช่วงสถานีรามคำแหงเครื่องสำรองไฟซึ่งถูกใช้งานมา 5 ปีแล้วไม่สามารถใช้งานได้จึงส่งผลให้ขบวนรถไฟฟ้าดังกล่าวต้องหยุดทำการเดินรถและค้างอยู่กลางสถานี
 
          “ตอนนี้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ใช้งานได้ปกติแล้ว ส่วนสาเหตุนั้นมาจากไฟฟ้าดับโดยจ้าหน้าที่เราไม่ได้เข้าไปพื้นที่ช้า แต่เพราะไฟฟ้าดับอากาศร้อนทำให้ผู้โดยสารเปิดประตูฉุกเฉิน และเมื่อเปิดประตูฉุกเฉินขบวนรถจึงไม่สามารถขยับไปไหนได้ อีกทั้งผู้โดยสารบางส่วนยังเดินออกจากขบวนรถมาตามรางรถไฟทำให้รถไฟอีกขบวนที่จะเข้าไปช่วยลากจูงมายังสถานีไม่สามารถทำได้ จึงต้องรอให้ผู้โดยสารเดินออกจากรางรถไฟทั้งหมดก่อน ซึ้งทั้งขบวนบรรทุกผู้โดยสารมาเต็มจำนวนประมาณ 745 คน ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ที่เป็นลมแล้ว และได้นำตัวส่งโรงพยาบาลรามคำแหง 1 คน”
 
          ในส่วนของมาตรการรองรับหลังจากนี้ แอร์พอร์ตลิงก์จะหารือร่วมกับการไฟฟ้านครหลวงถึงแนวทางแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับบริเวณดังกล่าว ขณะที่การแก้ไขปัญหาของแอร์พอร์ตลิงก์ปัจจุบันได้เสนอไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดให้พิจารณาจัดซื้อเครื่องสำรองไฟใหม่ทั้งหมด 8 สถานี งบประมาณข้างต้นราว 34 ล้านบาท เนื่องจากเครื่องสำรองไฟที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีอายุมาแล้วประมาณ 5 ปี และพบว่าบางสถานีไม่สามารถใช้การได้ โดยกระบวนการในขณะนี้ได้ยื่นเสนอไปยัง ร.ฟ.ท.แล้วเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งรายงานให้นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมรับทราบแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเร่งรัดดำเนินการได้ในเร็วนี้




“สามารถ ราชพลสิทธิ์” เตือนแอร์พอร์ลิงก์ไม่เคยซ่อมบำรุงใหญ่ ทั้งๆที่่วิ่งเกิน 1.5 ล้าน กม.
 
          วันที่ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการ กทม. ซึ่งติดตามการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย และการให้บริการของแอร์พอร์ตลิงก์ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่รถแอร์พอร์ตลิงก์เสียในช่วงเช้าวันนี้ว่า การซ่อมใหญ่มีสามระบบที่ต้องดูคือ ตัวรถ ขบวนรถ และการป้อนกระแสไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงก์ใช้ระบบไฟฟ้าเหนือศรีษะ ต่างจากบีทีเอส ที่ป้อนผ่านรางที่สาม ตนเน้นว่าต้องดูทั้งสามระบบ ตนเตือนมาตอลดว่า ต้องบำรุงรักษาครั้งใหญ่แต่ก็ยังไม่ได้ทำ โดยเฉพาะตัวรถที่วิ่งเกิน 1,000,000 กิโลกเมตร แต่ตอนนี้เกิน 1.5 ล้านกิโลเมตรแล้ว แต่มีเพียงรซ่อมย่อยซ่อมบางส่วน แต่ซ่อมใหญ่ไม่ทำใหญ่ไม่ทำ แต่ที่ระบบป้อนไฟฟ้าขัดข้องนี้ตนก็เคยเตือนมาแล้ว รางที่วิ่งก็สึก ต้องดูว่ามีที่ไหนชำรุด คนที่ทำงานด้านบำรุงรักษาก็มีน้อยลง ตนติดตามมาตลอด
 
          นายสามารถกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเราไม่ได้ซ่อมบำรุงใหญ่ เรามีรถไฟฟ้าไม่มีขบวนและเสียอยู่เรื่อยๆ คันนี้วิ่งได้คันนั้นวิ่งไม่ได้ มีการนำอะไหล่มาตัดแปะกัน น่าเป็นห่วงมาก ตนเตือนมาสองปีไม่ต้องการให้ประชาชนตกใจ แต่เตือนด้วยความหวังดี ให้เร่งทำการซ่อมแซม การซ่อมบำรุง ตอนนั้นอ้างว่าวิ่งได้ 1.2 ล้านกิโลกเมตร หรือ 1.5 ล้านกิโลเมตร แต่ในคู่มือเขียนว่าให้ซ่อมใหญ่ในระยะ 1 ล้านกิโลเมตร และที่มาก็ส่อให้เห็นเป็นระยะๆ ว่าเสียค่อนข้างบ่อย ต้องให้ความสำคัญ
นายสามารถกล่าวต่อว่า อยากให้ผู้บริหารให้ความสำคัญกับการซ่อมบำรุง หากเกิดบัญหาจะมีอันตรายอย่างยิ่ง ตนไม่อยากให้เกิดขึ้น
 
          “ขบวนรถใหม่ที่แอร์พอร์ตลิงก์ต้องซื้ออีก 10 ขบวน ผมก็เห็นด้วย แต่ที่ซื้อไม่ได้ เพราะแต่ละขบวนที่มาเลเซียซื้อไปทั้งๆ ที่สเปกใกล้เคียงกัน แพลว่า 90-95 ล้านบาท 7 ขบวน 28 ตู้ แพงกว่า 2,760 ล้านบาท”นายสามารถกล่าว
 
          นายสามารถกล่าวว่า ส่วนที่มีคนบอกว่า ทำไมไม่ซื้อมาเพิ่ม ตนท้วงไปว่ามันแพง ถ้าทำตรงไปตรงมามีทีโออาร์ที่เป็นธรรม เปิดกว้างตนเชื่อว่าวันนี้เสร็จไปแลส้ว แต่เราไปทำไม่ตรงไปตรงมา ทำให้คนที่เข้าแข่งเสนอราคามีแค่บริษัทเดียว
...........................
(ภาพ มูลนิธิร่วมกตัญญู)