
เจาะใจผู้นำอาเซียน...เวิร์กไลฟ์บาลานซ์
เจาะใจผู้นำอาเซียน...เวิร์กไลฟ์บาลานซ์ : รายงานพิเศษ Punnee Amornviputpanich
23-25 กุมภาพันธ์ 2559 ตัวแทนอาเซียน 10 ประเทศ ร่วมมือจัดงานประชุมครั้งสำคัญ ณ เมืองไซเบอร์จายา ประเทศมาเลเซีย ว่าด้วยหัวข้อ “The ASEAN Work-Life Balance Conference”
นับเป็นครั้งแรกที่ประเด็น “ความสมดุลชีวิตและการงาน” ถูกนำมาถกเถียงแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์อย่างเป็นรูปธรรม มีห้องประชุมแยกย่อยกว่า 20 หัวข้อ เช่น สิทธิมนุษยชน เยาวชน ชุมชน ผู้หญิง นักธุรกิจ ฯลฯ เนื้อหาหลักเกี่ยวกับ “เวิร์กไลฟ์บาลานซ์” ประสบการณ์ผู้สำเร็จและล้มเหลว ของการใช้ชีวิตสมดุลระหว่าง สุขภาพ ชีวิต ครอบครัว
“คม ชัด ลึก” สัมภาษณ์เจาะใจ “ผู้นำหญิง” แห่งอาเซียนว่ามีเคล็ดลับอย่างไร ?
“นูริยาห์ วาฮิด” อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ภรรยา “อับดุลเราะห์มาน วาฮิด” ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ระหว่างปี 1999-2001 นูริยาห์เล่าว่า ชีวิตตอนนี้ทำงานหลายอย่าง แม้สามีจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ความรับผิดชอบหลักยังมีอยู่ คือการดูแลมูลนิธิส่งเสริมสิทธิและความเสมอภาคผู้หญิง รวมถึงดูแลโรงเรียนประจำสำหรับเด็กมุสลิม
“อายุ 67 ปีแล้วนะ ทุกวันตื่นเช้าตั้งแต่ตี 5 ทำละหมาดเสร็จไปดูแลความเรียบร้อยในบ้าน มีคนมาเยี่ยมพูดคุย ขอให้ช่วยโน่นนี่ และไปดูงานมูลนิธิ กว่าจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเข้านอนก็เกือบเที่ยงคืน บางช่วงมีงานเทศกาล ทุกคนมาเยี่ยมบ้านในกรุงจาร์กาตา บางวันไปงานการกุศล และคอยดูแลครอบครัวของลูกๆ ทั้ง 4 คน การใช้ชีวิตให้สมดุลไม่ใช่เรื่องง่าย”
อดีตสตรีหมายเลข 1 เล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า พยายามหาเวลาอ่านหนังสือสวดมนต์ทำสมาธิ เตือนตัวเองอย่าทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ให้ทำทีละอย่างจนเสร็จค่อยเริ่มงานใหม่ หากเปรียบเทียบชีวิตตอนนี้แล้ว คิดว่าดีกว่าช่วงอยู่ในตำแหน่งสตรีหมายเลข 1 มาก เพราะช่วงนั้นไม่มี “เวิร์กไลฟ์บาลานซ์ ถือว่าติดลบมากๆ แต่ละวันเจอปัญหาเยอะแยะไปหมด"
เมื่อยิงคำถามว่า เคยไหมทำงานหลายอย่างพร้อมกันแล้วเกิดความผิดพลาดร้ายแรงขึ้น ?
“นูริยาห์” ทำสีหน้าครุ่นคิดและตอบว่า แน่นอนทุกคนเคยตัดสินใจผิดพลาด สิ่งที่เรียนรู้คือ ต้องรีบกล่าวคำ “ขอโทษ” ทันที ไม่ว่ากับใครก็ตามที่ได้รับความเดือดร้อนจากความผิดพลาดของเรา
“การใช้ชีวิตสมดุลไม่ง่าย แต่ทุกคนต้องมีเป้าหมายที่จะไปถึงความสำเร็จนั้นให้ได้ ในฐานะผู้หญิงมุสลิม การสวดมนต์เข้ามัสยิด ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้รู้สึกจิตใจสงบ มีสติปัญญาในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ มากขึ้น ทำกิจกรรมเพื่อสังคมบ่อยๆ ทำให้เรารู้สึกมีค่าตลอดเวลา”
ข้างต้นคือแนวคิดอดีตสตรีหมายเลข 1 อินโดนีเซีย ผู้ผ่านประสบการณ์ใช้ชีวิตในสังคมระดับประเทศและเวทีระดับโลกมาแล้ว
ขณะที่ “ป้าอูลุน” ผู้นำหญิงจากหมู่บ้าน “บาริโอ” รัฐซาราวัก หมู่เกาะบอร์เนียว มาเลเซีย ป้าอูลุนใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านดูแลสามีมาตลอดตั้งแต่สาว จนกระทั่งวันหนึ่งป้าอูลุนรู้สึกว่าหมู่บ้านไม่มีน้ำสะอาดที่เพียงพอ จึงระดมชาวบ้านเรียกร้องรัฐจัดหาน้ำสะอาดให้ทุกหลังคาเรือน จากนั้นเริ่มรณรงค์สร้างถนน ทำเสาไฟฟ้า เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำผ้าทอและงานฝีมือเสริมรายได้กลุ่มแม่บ้าน จนในที่สุดได้รับเลือกเป็นผู้นำชุมชนเข้าไปมีบทบาทในสภาท้องถิ่น
“ป้าเป็นทั้งแม่ ทั้งยาย ทั้งผู้นำหมู่บ้าน ผู้ประสานงานรัฐ ผู้นำสตรีท้องถิ่น ฯลฯ ตอนนี้หมู่บ้านทำอีโคทัวร์ แบบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ให้คนทั่วโลกมาใช้ชีวิตกับชนเผ่าของเรา ต้องใช้ไอซีที อินเทอร์เน็ตติดต่อกับโลกภายนอก มีงานมากขึ้นทุกวัน”
แนวทางการใช้ชีวิตอย่างไรให้สมดุล?
“เคล็ดลับชีวิตสมดุลคือ คุณต้องไม่ทิ้งปัญหาของวันนี้ไว้ หมายถึงปัญหาวันนี้ต้องทำให้เสร็จก่อนเข้านอน อย่าทิ้งไว้ หรือคิดว่าจะทำมันในวันอื่น เพราะจะกลายเป็นปัญหาสะสมทับถม จนชีวิตไม่มีความสุข และให้ความสำคัญครอบครัวอันดับแรก”
นอกจากนี้ “คม ชัด ลึก” สัมภาษณ์ตัวแทนผู้นำหญิงรุ่นใหม่แห่งมาเลเซีย “ดาโต๊ะ ไมมูนาห์” ตำแหน่งเทียบเท่านายกสภาเทศบาล แห่งเมืองเซอเบอรัง ไปร รัฐปีนัง
“เซอเบอรัง ไปร” อุดมไปด้วยทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ดาโต๊ะ ไมมูนาห์” จบการศึกษาด้านวางแผนผังเมือง ถือเป็นผู้หญิงมาเลเซียรุ่นแรกที่ก้าวขึ้นมาระดับผู้บริหารจนทำให้ “จอร์จทาวน์” เมืองหลวงของ “รัฐปีนัง” (George Town World Heritage) ได้รับยกย่องเป็นเมืองมรดกโลกยูเนสโกในปี 2008
“ดาโต๊ะ ไมมูนาห์” ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความกระตือรือร้นว่า “เวิร์กไลฟ์บาลานซ์” หมายถึงวิธีสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการดูแลเจ้าหน้าที่กว่า 5,000 ชีวิต
“ทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ทำอย่างไรให้สมดุล หลักการแรกคือวิเคราะห์ให้ได้ว่า อะไรเป็นเรื่องเร่งด่วนและสำคัญสุด เพราะบางเรื่องสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน บางเรื่องด่วนแต่ไม่สำคัญ !”
ต้องพิจารณาด้วยว่า สิ่งไหนกระทบต่อคนจำนวนมาก ก็ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการทำมากขึ้นไปอีก
“การบริหารราชการคือ ดูแลความทุกข์ร้อนของประชาชน แต่ปัญหาเยอะแยะไปหมด เลยใช้วิธีทำตัวเลือกขึ้นหน้าเว็บไซต์ ให้ลงคะแนนว่าอยากให้เทศบาลแก้ปัญหาไหนก่อน แล้วทีมงานค่อยๆ เริ่มทำจากจุดนั้น ตอนนี้เห็นชัดว่าชาวบ้านเน้นเรื่องเมืองสะอาดอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นความปลอดภัย แล้วก็เรื่องสุขภาพ ทำเสร็จให้ทีมงานนำเสนอขึ้นเว็บไซต์ทันที เพื่อให้ประชาชนลงคะแนนอีกครั้งว่าชอบไหม พอใจหรือไม่ นั่นเป็นตัวอย่างหนึ่งในการจัดลำดับงานอย่างมีประสิทธิภาพ”
ผู้นำหญิงเก่งแห่งปีนัง เล่าต่อว่า การดูแลสวัสดิการ ชีวิตส่วนตัวของลูกน้องก็สำคัญ เช่น มีสถานรับเลี้ยงเด็กอ่อนในออฟฟิศ มีห้องให้น้ำนมลูก มีสนามกีฬา ฯลฯ เมื่อทุกคนสุขกายสบายใจ ผลงานดีก็ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“หลักการที่ยึดไว้ตลอดคือ ไม่ว่าใครมีปัญหาอะไรก็ตาม หลังจากเข้ามาพบเราแล้ว ต้องทำให้พวกเขาออกจากห้องไปด้วยรอยยิ้ม”
พร้อมสรุปทิ้งท้ายไว้อย่างคมคายว่า
“บางคนทำงานวันละ 16 ชั่วโมง แต่ยังมีความสุข หรือบางคนทำแค่ 7- 8 ชั่วโมง รู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน ! เพราะฉะนั้น สปิริต ร่างกาย และจิตใจ 3 ส่วนนี้ต้องไปด้วยกัน นั่นคือ “เวิร์กไลฟ์บาลานซ์”
“รศ.ดร.กมลรัฐ อินทรทัศน์” ประธานเครือข่ายศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนแห่งกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก ผู้มีส่วนร่วมในการจัดประชุมครั้งนี้ อธิบายทิศทางสำคัญของอาเซียนว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีไอซีทีกำลังเชื่อมโยงสมาชิกใน “ประชาคมอาเซียน” (ASEAN Commuity) ให้เป็นสังคมหนึ่งเดียว เช่น การทำงานออนไลน์ การประชุมออนไลน์ระหว่างประเทศ ฯลฯ
เทคโนโลยีช่วยให้งานสะดวกขึ้น เแต่บางครั้งแยกเวลาไม่ออกระหว่าง “ทำงาน” “ครอบครัว” “พักผ่อน” ฯลฯ ขณะเดียวกันมีบางกลุ่มเข้าไม่ถึงไอซีที หน่วยงานรัฐจะช่วยให้เข้าถึงอย่างเท่าเทียมได้อย่างไร
รศ.ดร.กมลรัฐแสดงความเห็นต่อว่า “เวิร์กไลฟ์บาลานซ์” คือ การออกแบบชีวิตตนเอง โดยใช้เครื่องมือต่างๆ และเครือข่ายไอซีที ทำให้ ครอบครัว องค์กร สังคม เป็นไปในรูปแบบที่เราต้องการ เสมือนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพึ่งตนเอง (Self Sufficiency) ของในหลวง ทุกสถาบันการศึกษาควรบูรณาการเข้าไปในการเรียนการสอน ข้อสรุปจากการประชุมครั้งนี้จะถูกส่งต่อให้สำนักงานเลขาธิการอาเซียนผลักดันอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
หลากมุมมองของตัวแทน “ผู้นำหญิง” ข้างต้น ทำให้เริ่มเห็นทิศทางของ “เวิร์กไลฟ์บาลานซ์” หรือ ความสมดุลชีวิตและการงาน อีกไม่นานคนไทยจะคุ้นเคยกับแนวคิดนี้ เพราะเป็นประโยคเด็ดของเป้าหมายพัฒนาประชากรอาเซียนที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 640 ล้านคน !



