
2โจรควงปืนจี้แท็กซี่เชิดรถหลบหนี
17 มี.ค. 2559
"สองโจรอ้วน-ผอม" หลอกแท็กซี่ให้ไปรับเพื่อนย่านพหลโยธิน 56 สบโอกาสถึงกลางซอยเปลี่ยวใช้อาวุธปืน-มีด จี้ชิงทรัพย์ ก่อนเชิดเงิน 3 พัน และรถหลบหนี
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 16 มีนาคม 2559 ขณะที่พ.ต.ต.สุธรรม ชมพู สวป.สน.สายไหม พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.สายไหม กำลังออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนและมีดจี้ชิงทรัพย์ ภายในซอยพหลโยธิน 56 ถนนพหลโยธิน แขวงและเขตสายไหม กรุงเทพฯ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สายไหม
ที่เกิดเหตุพบผู้เสียหาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายชัยณรงค์ เวียงอินทร์ อายุ 40 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด ขณะกำลังยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการตกใจ โดยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเวลา 21.00 น. ตนเองได้รับคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน มาจากหมู่บ้านฟ้าคราม คลองสอง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยคนแรกแต่งกายใส่เสื้อยืดสีเทารูปร่างอ้วน เปิดประตูมานั่งคู่กับตนที่ด้านหน้า ส่วนอีกคนใส่เสื้อสีดำ รูปร่างผอม มีหนวดนั่งอยู่ด้านหลัง โดยบอกว่าจะไปสนามหลวง เมื่อตนเองขับมาถึงถนนพหลโยธิน คนร้ายจึงได้บอกว่าให้เข้าไปภายในซอยพหลโยธิน 56 ก่อน เพื่อจะแวะรับเพื่อนไปด้วย
และเมื่อตนขับมาถึงบริเวณกลางซอยซึ่งเป็นที่เปลี่ยว คนร้ายที่นั่งอยู่ด้านหน้า ได้ชักอาวุธปืนสีดำไม่ทราบขนาดออกมาจากที่เอว ก่อนพูดว่า “ขอตังค์ใช้หน่อย” ส่วนอีกคนก็ใช้มีดจี้ที่คอ ด้วยความกลัวตนจึงหยิบเงินในกระเป๋าเสื้อประมาณ 2,000 บาท พร้อมกับโทรศัพท์มือถือไอโฟน 4 ส่งให้คนร้ายไป แต่เท่านั้นยังไม่พอคนร้ายยังพูดอีกว่า “มีแค่นี้หรอ ส่งมาให้หมด อย่าให้กูค้นนะ” พร้อมกับเอาปืนมาจ่อที่หัว ด้วยความกลัวตนเองจึงหยิบเงินในกระเป๋ากางเกงที่มีอยู่อีกประมาณ 1,000 บาท ให้ไป จากนั้นคนร้ายจึงบังคับให้ตนเองลงจากรถ แล้วขับรถแท็กซี่ สีฟ้า ทะเบียน ทส 2198 กรุงเทพมหานคร ของตนขับหลบหนีไป
“รถคันดังกล่าวตนเองเช่ามากะละ 500 บาท ของ บริษัท ไทยเอซ ลิสซิ่ง จำกัด โดยจะขับตั้งแต่เวลา 17.00-05.00 น. ซึ่งตนเองนั้นยังไม่มีครอบครัว ก็มีแต่เพียงพ่อที่แก่ชราแล้วเท่านั้น และพักอยู่ที่บ้านใน จ.ร้อยเอ็ด ที่ผ่านมาหลังจากขับรถแท็กซี่ หาเงินได้ในแต่ละวัน ตนก็จะเก็บหอมรอมริบส่งให้พ่อใช้เดือนละ 2-4 พันบาทมาโดยตลอด มีมากก็ส่งให้มาก มีน้อยก็ส่งให้น้อย และวันนี้เงินที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ ตนก็กำลังจะเตรียมเก็บไว้โอนให้พ่อใช้ แต่ก็ถูกคนร้ายมาเอาไป ซึ่งที่ผ่านมาตนเองก็ไม่เคยปฎิเสธรับผู้โดยสารเลยสักครั้ง ใครว่าจ้างให้ไปไหนก็ไป แท็กซี่คันไหนไม่ไปส่ง ตนก็จะไปส่งเอง แต่ก็ดันมาเจอกับเรื่องแบบนี้ได้” นายชัยณรงค์ กล่าวทั้งน้ำตา
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการวิทยุสกัดจับคนร้าย ตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้หลบหนี แต่ยังไร้วี่แววของคนร้าย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้กระจายกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุและใกล้เคียงแล้ว เพื่อใช้เป็นเบาะแสติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



