ข่าว

บันทึกนิสิตป.โทร่วมรุ่น:ภารกิจสุดท้ายเหยื่อเบนซ์มรณะ

บันทึกนิสิตป.โทร่วมรุ่น:ภารกิจสุดท้ายเหยื่อเบนซ์มรณะ

17 มี.ค. 2559

บันทึกนิสิตป.โทร่วมรุ่น : ภารกิจสุดท้ายเหยื่อเบนซ์มรณะ

            หมายเหตุ : จากอุบัติเหตุร้ายแรงรถเบนซ์ใช้ความเร็วสูงพุ่งชนท้ายรถยนต์ฟอร์ด เป็นเหตุให้ นายกฤษณะ ถาวร หรือโต้ง และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย หรือเบนซ์ เพื่อนสาว สองนิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คณะพุทธศาสตร์ สาขาสันติศึกษา เสียชีวิตทั้งคู่ บนถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าสระบุรี ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา “สำราญ สมพงษ์” ผู้ดูแลเว็บไซต์ "คม ชัด ลึก” ในฐานะนิสิตปริญญาโท สาขาสันติศึกษา ร่วมรุ่นกับผู้เคราะห์ร้ายทั้งสอง ได้เขียนบันทึกร่วมงานบางช่วงตอนก่อนที่พวกเขาจะจากไป


            “โต้ง” เป็นชื่อเล่นของนายกฤษณะ ถาวร พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) รุ่นที่ 2 ขณะที่ “เบนซ์” เป็นชื่อเล่นของ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย นิสิตพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) รุ่นที่ 3

            “โต้ง” ทางครอบครัวที่จันทบุรีเรียกชื่อเล่นว่า “ไก่โต้ง” เข้าใจว่าเป็นลูกคนโตในพี่น้องร่วมกัน 2 คน เป็นคนหนุ่มที่มีสัมมาคารวะ นุ่มนวล และอ่อนน้อมถ่อมตน ให้เกียรติทุกคนที่อยู่รอบข้าง “โต้ง” มุ่งมั่นตั้งใจในการศึกษาเรียนรู้จากครูบาอาจารย์และเพื่อนร่วมห้อง ความเป็นคนดีและมีความนุ่มนวล ทำให้ใครก็ตามที่อยู่ใกล้และทำงานร่วมกับเขามีความสุข และชื่นชมอยู่เสมอ เราชาวสันติศึกษาอยู่ร่วมกันฉันพี่น้อง มีอาหารแบ่งกันรับประทานตามที่พระอาจารย์ได้สอน ทุกครั้งที่พบกัน “โต้ง” จะยกมือไหว้ กล่าวคำว่า “สวัสดีครับ พี่มหา” แล้วก็เข้าเรียนตามปกติ “โต้ง” จะคอยดูแลด้านเครื่องเสียงจัดเวทีในการรายงานกลุ่ม เนื่องจาก “โต้ง” ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว บ่อยครั้งที่ “โต้ง” รับผิดชอบในการแถลงข่าวการจัดงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็มักจะแจ้งให้ทราบ เพื่อเดินทางไปทำข่าวอยู่เสมอ ขณะที่ “น้องเบนซ์” เป็นหญิงสาวที่มีบุคลิกดี จึงถูกหมายตาไว้ว่าจะต้องดึงเธอมาเป็นส่วนในการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสันติศึกษาในงานเขียน อย่างเช่น รายงานคราวที่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี บรรยายให้ความรู้แก่นิสิตสันติศึกษาทั้ง 3 รุ่น ก็ใช้รูปเธอประกอบในการเขียนรายงาน ต่อมากก็ได้เห็น “น้องเบนซ์” และ “โต้ง” เป็นพรีเซ็นเตอร์คู่กันในการประชาสัมพันธ์หลักสูตร ทุกครั้งที่พบกัน “น้องเบนซ์” จะยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะพี่มหา”

            ช่วงเขียนวิทยานิพนธ์ยอมรับว่าเป็นช่วงที่หนักมาก แม้ว่าตัวเองผ่านงานเขียนมามาก แต่มาเขียนวิทยานิพนธ์แล้วเป็นคนละแนวกัน จึงทำให้ทราบรสชาติของงานวิชาการและรู้สึกหวงที่จะมีคนขโมยความรู้ของเราไปใช้โดยไม่อ้างอิง และเมื่อ “โต้ง” เสียชีวิตเช่นนี้ ทำให้รู้สึกว่า วิทยานิพนธ์นี่แหละจะเป็นอนุสรณ์ที่ดีที่สุดมีไว้แทนตัวเรา เมื่อเข้าไปเขียนจริงๆ ที่หลักสูตรนอนห้องพุทธเมตตา ผ่านไป 2 วันแรก เครียดปวดหัวมาก เขียนไม่ไหลเลื่อน ต้องเดินเข้าออกห้องพุทธเมตตาบ่อยครั้ง

            บางวันก็เห็น “โต้ง” เข้ามาเขียน สักพักก็กลับไป คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะเคยแนะนำเกี่ยวกับหลักธรรมที่นำมาวิเคราะห์ในฐานะที่เป็นคนเคยอยู่วัดมาก่อนไปบ้าง แต่ก็แนะนำได้ไม่มาก เพราะต้องเคารพในอาจารย์ที่ปรึกษา หากมีข้อมูลทางเว็บไซต์ก็จะแจ้งให้ “โต้ง” ทราบ จึงประเมินว่าวางใจได้ ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ จนกระทั่งสามารถสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ป้องกันกับเพื่อนนิสิตกลุ่มใหญ่ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 โดยที่ “โต้ง” ทำเรื่อง “ศึกษาวิเคราะห์แนวทางการสร้างสันติภาพของ ดร.อัมเบการ์ ตามแนวพุทธสันติวิธี” สำหรับ “น้องเบนซ์” นั้น ก็เคยปรึกษาว่า “พี่มหาจะทำเรื่องอะไรดี” ก็บอกไปว่า “ทำเรื่องที่เราสนใจและจากประสบการณ์ของเราดีที่สุด”

            เนื่องจากมีข้อกำหนดของมหาวิทยาลัย นิสิตที่จะสามารถสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ได้นั้น จะต้องผ่านการปฏิบัติธรรมให้ได้ 30 วัน ซึ่งในช่วงสุดท้ายนี้ แต่ยังเหลือเวลาที่ต้องปฏิบัติให้ครบประมาณ 10 วัน โดยได้หาจังหวะเข้าปฏิบัติที่สำนักวิปัสสนากรรมฐาน มจร.บ่อยครั้ง ก็ปฏิบัติพร้อมกันกับ “โต้ง” เช่นเดียวกับ “น้องเบนซ์” โดยสังเกตเธอมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติอย่างจริงจังต่อเนื่องคู่กับเพื่อนนิสิตหญิงเป็นประจำ และครั้งสุดท้ายที่จะครบ 30 วันในวันมาฆบูชาปี 2559 ก็ได้ปฏิบัติธรรมในคราวเดียวกันพร้อมกับเวียนเทียน ทำให้เห็นความมุ่งมั่นของน้องทั้งสองในการปฏิบัติธรรมเพื่อรับปริญญาใจ

            อาทิตย์สุดท้ายของการแก้ไขต้นฉบับวิทยานิพนธ์หลังจากสอบป้องกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 ต้องส่งต้นฉบับพิมพ์ให้เสร็จอย่างช้าวันที่ 15 มีนาคม 2559 จึงตัดสินใจเดินทางเข้าไปแก้ไขที่หลักสูตรในวันที่ 11 มีนาคม 2559 โดยนอนค้าง และในช่วงนี้จะต้องนำหนังสือใบอนุมัติจบการศึกษาให้ประธานกรรมการ กรรมการในการสอบป้องกัน ได้ลงนาม ก่อนที่จะเสนอให้คณบดีลงนามเป็นรูปสุดท้าย และถือว่าเป็นจังหวะที่ดี เมื่อทราบว่า “โต้ง” ยังเหลือกรรมการที่ต้องลงนามรูปเดียวกัน จึงนัดที่จะเดินทางไปให้กรรมการรูปดังกล่าวลงนามพร้อมกันในวันที่ 12 มีนาคม 2559 โดยมีพระปลัดสมชาย ปโยโค พระเจ้าหน้าที่ประจำหลักสูตร เป็นผู้นำ ซึ่งก็เรียบร้อยและได้ส่งเรื่องให้คณบดีลงนามอนุมัติจบพร้อมกับเพื่อนๆ นิสิตอีกหลายคน จึงถือว่า วันที่ 12 มีนาคม 2559 เป็นวันจบการศึกษาหลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาสันติศึกษา มจร.

            เมื่อได้ทราบว่า คณบดีลงนามอนุมัติจบแล้ว ด้วยความเอื้อเฟื้อของคณาจารย์ทุกคน ต่างก็ปลื้มยินดีเช่นเดียวกับ “โต้ง” แม้คณะกรรมการทุกรูปจะเซ็นอนุมัติว่ามีคุณสมบัติครบทุกประการสำหรับการเป็นมหาบัณฑิตแล้ว ขั้นตอนต่อไปเป็นการเสนอขอเข้ารับปริญญาเดือนพฤษภาคม 2559 แต่ “โต้ง” เองกลับมองว่า อยากจะแก้ไขและปรับปรุงเนื้อหาบางส่วนเพิ่มเติมให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะส่งต้นฉบับพิมพ์ ที่เรียกว่าปกดำ และนั่นจึงเป็นเหตุผลให้ “โต้ง” เดินทางกลับมาที่หลักสูตรที่ มจร. อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อรับเอกสารบางส่วนกลับไปแก้ไขในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 12 มีนาคม 2559

            อนิจจา! ช่วงเที่ยงของวันที่ 13 มีนาคม 2559 ได้ทราบว่า “โต้ง” ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตใกล้กับมหาวิทยาลัย โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพไปพิสูจน์อัตลักษณ์ที่โรงพยาบาลบางปะอิน คณาจารย์และเพื่อนนิสิตที่เข้ามาดำเนินการเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ต่างเดินทางไปที่โรงพยาบาลบางปะอิน อนิจจา! เป็น “โต้ง” จริงๆ ส่วนอีกศพหนึ่งทราบภายหลังว่าเป็น “น้องเบนซ์” ในสภาพไหม้เกรียม แม้จะเข้าใจความจริง ก็ยากที่จะทำใจ ได้แต่คิดในใจว่า “สภาวะธรรมทดสอบสภาวะจิตรุนแรงจริงหนอ เป็นเช่นนี้เองหรือสำหรับคนที่จะเปลี่ยนผ่านภาวะหนึ่งไปอีกภาวะหนึ่งหรือได้รับสิ่งหนึ่งที่ดีกว่ามักจะมีเหตุการณ์ทดสอบ แต่ยอมรับว่าแรงจริงๆ และคิดอยู่ในใจว่า โต้งส่งพี่ถึงฝังรับปริญญาหนอ แต่เธอถึงอีกฝั่งหนึ่งหรือภพหนึ่งหนอ ช่างสอนธรรมพี่แรงจริงๆ ในข้อแห่งความพลัดพลาก”

            เนื่องจากบุคคลทั้งสองถือเป็นกำลังสำคัญของหลักสูตรและพระศาสนาที่ทำหน้าที่ด้านการประชาสัมพันธ์ให้บุคคลภายนอกได้สนใจวิถีแห่งสันติภาพเชิงพุทธเป็นเช่นไร เพราะคำว่า “สันติภาพ” เป็นสิ่งที่ยากที่คนทั่วไปจะเข้าใจ ต้องอาศัยเทคนิค หรือสื่อที่ชาญฉลาด ถึงจะสามารถดึงคนให้เข้ามาสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสันติภาพภายใน

            องค์ประกอบเหล่านี้มีอยู่แล้วในน้องทั้งสอง เมื่อขาดทั้งสองก็เท่ากับขาดเครื่องมือสำคัญ ทำให้งานสันติภาพยากเพิ่มทวีคูณขึ้นไปอีก ในการที่จะโบยบินออกไปสร้างสันติสุขให้แก่สังคม แต่ก็จะพยายามใช้ความสูญเสียของน้องทั้งสองให้เป็นพลังเดินหน้างานสันติภาพตามที่พวกเราชาวสันติศึกษาได้ตั้งปณิธานไว้

 

ขิง“เอกนัฏ”ปลุกสำนึกต้านขับคะนอง
 
           เพจเฟซบุ๊ก “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ (ขิง)” โฆษก กปปส. ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 มีนาคม ร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของ เบนซ์ ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย 
 
           เพจของขิง เขียนไว้ว่า วันก่อนรู้สึกสลดใจกับข่าวสองนิสิตปริญญาโทคนใจดีมีอนาคตต้องมาจบชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถ ‘ถูกชน’ แล้วยิ่งรู้สึกสะเทือนใจมากยิ่งขึ้น เมื่อทราบว่า “เบนซ์”  นิสิตหญิงที่จบชีวิตก่อนวัยอันควรเป็นเพื่อนเรียนในหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า (ปนป.2) ที่รู้จักกันดีพอสมควร
 
           เบนซ์เป็นคนนิสัยดี เป็นเพื่อนที่ดี เป็นลูกที่ดี เป็นคนใจบุญ ชีวิตของเบนซ์มีคุณค่า ผมและเพื่อนๆ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่ต้องสูญเสียเบนซ์ไปด้วยครับ
 
           แต่ที่สำคัญ ผมหวังว่าเสียงของผมจะช่วยปลุกให้สังคมรู้จักเคารพคุณค่าชีวิตของผู้อื่น และจะช่วยเป็นแรงกระตุ้นให้กระบวนการยุติธรรมสามารถเอาผิดกับคนไร้ความสำนึกที่สร้างความสูญเสียเพียงเพราะต้องการหาความสุขจากความคึกคะนองที่ได้ขับรถด้วยความรวดเร็วสูงตามที่ปรากฏชัดเจนในคลิป เพื่อให้เป็นแบบอย่างกับสังคมต่อไป คงไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนที่เรารักหรอกครับ