ข่าว

'เครดิตบูโร' ผู้ขอกู้ไม่ควรมองข้าม

'เครดิตบูโร' ผู้ขอกู้ไม่ควรมองข้าม

17 มี.ค. 2559

สวัสดีเศรษฐกิจ : 'เครดิตบูโร' ผู้ขอกู้ไม่ควรมองข้าม : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                    ในปัจจุบันประชาชนมีการขอสินเชื่อประเภทต่างๆ ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งสถาบันการเงินที่ให้บริการผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะทำการวิเคราะห์สินเชื่อ โดยพิจารณาจากรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ ประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมา (ข้อมูลจากเครดิตบูโร) และคุณภาพและมูลค่าของหลักประกัน ซึ่งผลที่ได้อาจมีทั้งอนุมัติ และไม่อนุมัติ
 
                    เหตุผลแห่งการปฏิเสธสินเชื่อประการหนึ่ง ซึ่งมักถูกอ้างถึงคือ “เครดิตบูโร” ดังนั้น เครดิตบูโรในมุมมองของแต่ละคนจะต่างกันออกไป เมื่อได้รับการปฏิเสธสินเชื่อ หรือที่เรียกว่า “กู้ไม่ผ่าน” ก็จะเกิดคำถามว่าเพราะอะไร เกิดจากการพิจารณาปัจจัยใดที่ทำให้ไม่ได้รับอนุมัติ หรือเป็นเพราะเรื่องในอดีตที่เราเคยค้างชำระ ลืมไปจ่าย จ่ายเลยงวด แต่ในปัจจุบันก็ได้จัดการชำระหมดแล้ว ทำไมยังกู้ไม่ผ่าน อย่างนี้เป็นต้น จึงเป็นที่มาของความเชื่อผิดๆ ที่ว่าเครดิตบูโรเป็นคนจัดทำ บัญชีดำ เป็นคนจัดเก็บข้อมูลแบล็กสิสต์ คนที่ค้างชำระหนี้สิน มีส่วนในการอนุมัติสินเชื่อ 
 
                    ที่เข้าใจผิดมากที่สุดคือ เครดิตบูโรเป็นตัวที่ขัดขวางไม่ให้คนได้เงินกู้ ซึ่งแท้จริงแล้ว เครดิตบูโร หรือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เป็นเพียงองค์กรหรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเก็บรักษา รวบรวม และประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการมีสินเชื่อและการชำระหนี้ของลูกค้าสินเชื่อทั้ง Bank และ Non-Bank ที่เป็นสมาชิกนำส่งมา และเปิดเผยข้อมูลเครดิตให้แก่สถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกเพื่อการวิเคราะห์สินเชื่อและออกบัตรเครดิต โดยจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเป็นหนังสือก่อนเท่านั้น และจะเอาไปใช้ในเรื่องอื่นๆ ไม่ได้โดยเด็ดขาด
 
                    การเก็บประวัติการชำระสินเชื่อของเครดิตบูโร จะมีการจัดเก็บเป็นข้อมูลรายบุคคล รายนิติบุคคล มีการระบุชื่อ ที่อยู่ เลขที่บัตรประชาชน และประวัติการชำระสินเชื่อ ไม่มีการบันทึกข้อมูลโทรศัพท์ เงินฝาก หรือข้อมูลรายได้แต่อย่างใด โดยมีกำหนดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลเครดิตย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี หรือ 5 ปี ขึ้นอยู่ประเภทของสินเชื่อ
 
                    นอกจากนี้ สิทธิของเจ้าของข้อมูลประการหนึ่งที่สำคัญและควรทราบ คือ สิทธิที่จะรับทราบข้อเท็จจริงเมื่อมีการปฏิเสธสินเชื่อหากสถาบันการเงินเข้ามาดูข้อมูลแล้วมีความเห็นว่าไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อได้เพราะไปพบกับข้อมูลในประวัติว่า มีการค้างชำระอยู่ในปัจจุบัน มีประวัติการค้างชำระในอดีต หรือมีหนี้ที่ปรากฏอยู่ในประวัติมากมายอยู่แล้ว เป็นต้น สถาบันการเงินนั้นจะต้องออกเป็นจดหมายปฏิเสธสินเชื่อเท่านั้น ต้องเป็นหนังสือ ไม่สามารถแจ้งทางวาจาหรือแจ้งทางเอสเอ็มเอสว่า “ติดเครดิตบูโร” อย่างที่นิยมทำกันได้ 
 
                    เพราะกฎหมายได้กำหนดไว้ว่า สถาบันการเงินจะต้องออกเป็นหนังสือ แจ้งเหตุผลให้ชัดเจนถึงสาเหตุที่มีการปฏิเสธสินเชื่อ หากสถาบันการเงินไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษปรับ 3 แสนบาท และปรับอีก 1 หมื่นบาทต่อวัน กระทั่งมีการออกหนังสือให้ลูกค้าทราบ ซึ่งท่านที่ได้รับจดหมายปฏิเสธสินเชื่อดังกล่าวสามารถนำมายื่นขอตรวจสอบเครดิตบูโรได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อตรวจดูว่าข้อมูลเครดิตของท่านถูกต้องหรือไม่
 
 
 
-----------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : 'เครดิตบูโร' ผู้ขอกู้ไม่ควรมองข้าม : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)