ข่าว

คุมตัว2ผู้บริหารบริษัทติดตั้งระบบไพโรเจนสอบปากคำ

คุมตัว2ผู้บริหารบริษัทติดตั้งระบบไพโรเจนสอบปากคำ

15 มี.ค. 2559

รวบ 2 ผู้บริหารบริษัทติดตั้งไพโรเจนให้เอสซีบี คุมสอบเครียด ยันพร้อมชดใช้เหยื่อ-จ่อหมายจับเพิ่มอีกหลายราย

 
          วันที่ 15 มี.ค.59 เมื่อ 09.30 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.เฉลียง อินทร์ทิพย์ รองผกก.(สอบสวน) และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ได้ร่วมกันควบคุมตัว นายอดิศร โฟดา กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และ นายณพงษ์ สุขสงวน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมก้าแพลนเน็ต จำกัด สองผู้ต้องหาถูกออกหมายจับข้อหา กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ชีวิต ซึ่งความหมายของการกระทำโดยประมาทคือการกระทำที่ปราศจากการระมัดระวัง ตามบุคคลวิสัยและพฤติการณ์ที่พึงจะมี หรือแม้แต่ใช้ความระมัดระวังแล้ว หาได้ใช่ความระมัดระวังเพียงพอหรือไม่ จากกรณีถังดับเพลิงชนิดสารเคมีระเบิดบริเวณธนาคารไทยพานิชย์ สาขาสำนักงานใหญ่ รัชโยธิน หรือ เอสซีบี ปาร์ค ถ.รัชดาภิเษก มาสอบปากคำที่ ห้องประชุม สน.พหลโยธิน โดยทั้งคู่มีสีหน้าที่เคร่งเครียด และไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวแต่อย่างใด 
 
          ก่อนการเดินทางเข้าสอบปากคำ พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหายังไม่ยอมให้การ และร้องขอทนายความมาร่วมสอบปากคำ แต่ทางตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานเชื่อได้ว่า บุคคลนั้นได้กระทำความผิด เนื่องจากได้มีการสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญในด้านเทคนิค สอบพิสูจน์หลักฐาน สอบพนักงานธนาคาร และสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว  โดยเชื่อว่าหลักฐานที่มีขณะนี้สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ ซึ่งเป็นความผิดฐานประมาท อัตราโทษจำคุก 10 ปี ปรับ 20,000 บาท และนอกจากบริษัท เมก้าแพลนเน็ต จำกัด แล้ว ยังมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายที่ต้องออกหมายจับ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะทำการหลบหนี หากพยานหลักฐานมีผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องจะต้องดำเนินคดีกับทุกราย ซึ่งจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแล้ว พล.ต.ท.ศานิตย์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญ และคณะพนักงานสอบสวน ได้ร่วมกันทำการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองคน โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนทำการแยกสอบปากคำทีละคน ซึ่งตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ได้คุมตัว นายอดิศร ไปสอบปากคำภายในห้องฝ่ายสืบสวน ส่วน นายณพงษ์ ทำการสอบปากคำภายในห้องประชุมของ สน.พหลโยธิน 
 
          ต่อมาเวลา 10.30 น.วันเดียวกัน ภายหลังการพูดคุยกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยอีกครั้งว่า ภายหลังพูดคุยเบื้องต้นกับ นายอดิศร และ นายณพงษ์ สองผู้ต้องหาตามหมายจับฐานร่วมกันกระทำการประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และ เสียชีวิต ในคดีระบบป้องกันอัคคีภัยอาคารเอสซีบี ปาร์ค ขัดข้อง จนมีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 7 คน ซึ่งได้อธิบายการแจ้งข้อกล่าวหา กับผู้ต้องหาทั้งสองคน ถึงเหตุผลที่ออกหมายจับ โดยไม่มีการออกหมายเรียกก่อน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองคนก็เข้าใจ 
 
          พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายอดิศร จากที่พัก ส่วน นายณพงษ์ เดินทางเข้ามอบตัวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และจากการพูดคุยเบื้องต้นทราบว่า ส่วนใหญ่นายณพงษ์ จะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วน นายอดิศร เป็นผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทฯ และทั้งสองรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพร้อมเยียวยาให้กับผู้สูญเสีย และเตรียมให้ลูกน้องนำเช็คมาเซ็นเพื่อมอบเงินให้กับผู้เสียหาย แต่ยังไม่ระบุจำนวนเงินแต่อย่างใด ทั้งนี้จากการสอบถามพบว่า บริษัท เมก้าแพลนเน็ต จำกัด เป็น 1 จาก 5 บริษัท ที่เข้าร่วมประมูลดูแลระบบป้องกันอัคคีภัยอาคารเอสซีบี ปาร์ค และ ชนะการประมูล ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบหนังสือคู่สัญญาระหว่างทางบริษัท เมก้าแพลนเน็ต จำกัด กับทาง ธนาคารไทยพาณิชย์ ว่า มีรายละเอียดข้อตกลงการรับผิดชอบอย่างไรบ้าง รวมถึงตรวจสอบรายละเอียดการว่าจ้างผู้รับเหมาที่มารับช่วงต่อ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะทำการสอบปากค อย่างละเอียดในช่วงบ่ายวันนี้(15 มี.ค.) 
 
          “ผู้ต้องหายืนยันจะให้สอบปากคำต่อหน้าทนายความด้วยเท่านั้น อย่างไรก็ตามตำรวจยังมั่นใจในพยานหลักฐานว่า สามารถเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ หลังสอบพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 15 ปาก และหากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ก็จะมีการออกหมายจับ โดยเฉพาะระดับผู้ปฎิบัติการเพิ่มเติม ซึ่งมีอีกจำนวนหลายราย แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้” รรท.ผบช.น. กล่าวยืนยัน
 
 
 
 
ผู้บาดเจ็บออกจากรพ.เมโยแล้ว 1 ราย อีก 3 รายยังพักรักษาตัว
 
          ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลเมโย เพื่อสอบถามพูดคุยกับผู้บาดเจ็บ พบว่ามีผู้ป่วย 1 ราย ได้เดินทางกลับบ้านแล้วเมื่อเช้านี้ ทราบชื่อ คือ นายสมจิตร สิมโย ส่วนที่เหลือยังพักรักษาตัวอยู่ภายในห้องไอซียู 1ราย คือ นางถาวร สิมโย อาการยังไม่ดีขึ้น และอีก 2 ราย คือ นายใส บุตรโสภา , นายจิรศักดิ์ สมดี ยังพักรักษาตัวอยู่ในห้องพัก ซึ่งผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นตามลำดับ แต่แพทย์ยังไม่อนุญาตให้กลับบ้านได้ จึงต้องพักรักษาตัวอยู่ก่อน
 
          จากการสอบถามพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย พบว่าผู้ป่วยทุกรายไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ส่วนอาการหลังจากที่ได้รับผู้บาดเจ็บในวันเกิดเหตุ ทุกคนมีอาการหายใจเหนื่อย ไอมีเสมหะปนเขม่าควัน และสำลักควัน